บล.เคจีไอ (ประเทศไทย):
MR. D.I.Y. Holding (Thailand) PCL (MRDIYT.BK/MRDIYT TB)
ตำแหน่งบริษัทที่แข็งแกร่งจะช่วยลดผลจากปัจจัยที่คุมไม่ได้
Event
อัปเดตธุรกิจ และปรับลดประมาณการกำไรใหม่
Impact
คาดกำไร 2Q69F เติบโตทั้ง YoY และ QoQ
จากการตรวจสอบข้อมูลเรากับบริษัทพบว่าอัตราการเติบโตของรายได้ในสาขาเดิม (same-store sales growth: SSSG) เดือนพฤษภาคมมีโมเมนตัมดีขึ้นอยู่ในระดับทรงตัวเมื่อเทียบกับเมษายนที่ติดลบเป็นเลขต่ำหลักเดียว หนุนจากผู้ใช้บริการ (traffic) และมูลค่าการซื้อเฉลี่ยต่อบิล (ticket size) ที่เพิ่มขึ้น หลังความกังวลด้านภูมิรัฐศาสตร์ลดลงและเข้าสู่ช่วงเปิดภาคเรียน ในช่วง QTD บริษัทได้เปิดสาขาใหม่แล้วราว 41 สาขา ส่งผลให้จำนวนสาขาใหม่ช่วง YTD อยู่ราว 106 สาขา (จากเป้าทั้งปีนี้ที่ 210 สาขา) นอกจากนี้ ฤดูกาลเปิดเทอมยังช่วยดันอัตรากำไรขั้นต้น(จาก sales mix ที่ดี) และราคาต้นทุนสต๊อกสินค้าต่ำ ทำให้อัตรากำไรขั้นต้น (gross margin) 2Q69 น่าจะแข็งแกร่ง โดยบริษัทตั้งเป้า gross margin ไว้ที่ 51-52% เมื่อเสริมด้วยวผลดีจากการขยายสาขา margin ดีขึ้น และต้นทุนการเงินที่ลดลงหลังได้เงินจากการเสนอขายหุ้น IPO ขณะนี้ เราคาดว่ากำไรสุทธิ 2Q69F ของ MRDIYT จะเติบโตแข็งแกร่งทั้ง YoY และ QoQ
การวางตำแหน่งบริษัทที่ดีช่วยรองรับปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้
เราคาดว่าอุปสงค์ผู้บริโภคอาจยังอ่อนแอภายใต้สภาวะเศรษฐกิจที่ไม่เอื้ออำนวย รวมถึงค่าครองชีพที่อาจสูงขึ้นในระยะข้างหน้า แต่อย่างไรก็ดี เราเชื่อว่าการเป็นผู้จำหน่ายสินค้าคุณภาพคุ้มราคา (value-formoney products) จะยังทำให้ MRDIYT เป็นตัวเลือกหลักของกลุ่มผู้บริโภค ขณะเดียวกัน บริษัทมีความสามารถในการทำกำไรที่สูง (gross margin ที่ 52% ใน 1Q69) จากเป้าบริษัทที่ 51-52% อีกทั้งยังได้ประโยชน์จากการเป็นส่วนหนึ่งของเครือ MR. D.I.Y และกลยุทธ์การนำเสนอสินค้าใหม่ต่อเนื่อง ปัจจัยเหล่านี้เปิดโอกาสให้บริษัทสามารถออกแคมเปญการตลาดเพื่อเพิ่มจำนวนลูกค้าและสร้างการรับรู้แบรนด์ (brand awareness) รวมถึงสามารถปรับราคาสินค้าเพื่อส่งผ่านต้นทุนที่เพิ่มขึ้นไปได้ในระดับหนึ่ง ขณะที่ ผลกระทบจากปัญหาการขาดแคลนสินค้าคาดว่าจะสามารถบริหารจัดการได้ดี ผลจากบริษัทได้เตรียมสต๊อกสินค้ารองรับไว้ล่วงหน้าไว้แล้วอย่างน้อยถึงช่วง 3Q69
ปรับลดกำไรปี 2569-2571 ลง 2-3% เพื่อสะท้อนมุมมองที่ระมัดระวังมากขึ้น
เราคาดว่าความสามารถในการทำกำไรอาจอ่อนตัวลงในช่วงครึ่งหลังของปี (จากที่บริษัทอาจต้องยอมลด margin ลงบางส่วนเพื่อดันยอดขาย) รวมถึงมีค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น ดังนั้น เราจึงมองเชิงอนุรักษ์นิยมมากขึ้นโดยปรับลดกำไรปี 2569-2571 ลง 2-3% หลัก ๆ สะท้อนจาก i) ปรับลดสมมติฐาน gross margin ลง 10-20bps ทำให้ gross margin อยู่กรอบล่างของเป้าหมายบริษัท และ ii) ปรับเพิ่มสมมติฐานค่าใช้จ่าย โดยคาดสัดส่วน SG&A/sales จะเพิ่มขึ้นราว 0.1-0.2% ดังนั้น ตามกำไรใหม่ของเรา กำไรและยอดขาย 1Q69 จะคิดเป็น 23% ของประมาณการทั้งปีของเรา (Figure 1-2) ซึ่งถือว่าสูงกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตเล็กน้อย
Valuation & action
เราขยับ valuation ไปใช้ราคาเป้าหมายใหม่เป็นสิ้น 1H70F ที่ 10.30 บาท (จากเดิม 9.70 บาท) อิงจาก PER ที่ 19.0x (ค่าเฉลี่ยในอดีตของหุ้นกลุ่มนี้ในตลาดโลก +0.75 S.D.) และยังคงคำแนะนำ “ซื้อ”
Risks
เศรษฐกิจชะลอตัว, ขยายสาขาได้ต่ำกว่าเป้า, ภัยธรรมชาติ, สินค้าคงคลังสูง, ความนิยมของลูกค้าเปลี่ยนแปลงไป, ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่







