บล.เคจีไอ (ประเทศไทย): 

Supalai (SPALI.BK/SPALI TB)*

ปรับลดประมาณการกำไรลงท่ามกลางสภาวะตลาดที่อ่อนแอ

Event 

อัปเดตธุรกิจ และปรับประมาณการกำไรกับราคาเป้าหมายใหม่  

Impact 

มุมมองต่อธุรกิจโครงการแนวราบลดลง 

กำไร 1Q69 ของ SPALI ที่ 402 ล้านบาท (ทรงตัว YoY และ -70% QoQ) ถือว่าน่าผิดหวัง หลัก ๆ จากอุปสงค์อ่อนแอและการแข่งขันที่รุนแรง ทำให้ผู้ประกอบการต้องยอมลด margin ลงเพื่อเร่งยอดขาย ทำให้อัตรากำไรขั้นต้น 1Q69 ลดลงต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 30% จากการสำรวจตลาดของเรา พบว่า sentiment การซื้อขายยังไม่ฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้ผู้ประกอบการน่าจะเดินหน้าจัดแคมเปญส่งเสริมการขายเชิงรุกต่อไป ขณะที่ SPALI สามารถทำพรีเซลขายบ้าน 1Q69 ได้ที่ 7.7 พันล้านบาท (+15% YoY และ +33% QoQ) คิดเป็น 26% ของ guidance ทั้งปีนี้ หนุนจากการเปิดโครงการคอนโดมิเนียมศุภาลัย ลอฟท์ อินเตอร์เชนจ์มูลค่า 3 พันล้านบาท (ขายได้แล้ว 52%) แต่ เราคาดว่าโมเมนตัมพรีเซล 2Q69 จะชะลอตัวลงจากไม่มีการเปิดโครงการคอนโดฯ ใหม่ ขณะที่ บริษัทมีแผนเปิดโครงการแนวราบรวมมูลค่า 6.3 พันล้านบาทใน 2Q69 แต่ทว่า เรามองว่าเป้าการเปิดโครงการใหม่ทั้งปีนี้ที่ 3.5 หมื่นล้านบาท (34% ใน 1H69) อาจมี downside ท่ามกลางสภาวะตลาดที่ยังเปราะบาง  

ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์หลักในประเทศไทยยังเผชิญความท้าทาย 

แม้ว่ากำไร 2Q69 น่าจะฟื้นตัว QoQ จากการโอนโครงการศุภาลัย เซนส์ ศรีนครินทร์ มูลค่า 1 พันล้านบาท ซึ่งเพิ่งก่อสร้างแล้วเสร็จ (ขายได้แล้ว 45%) แต่ผลประกอบการ YoY ยังคาดว่าจะอ่อนตัวเมื่อเทียบกับกำไรใน 2Q68 ที่ 1.1 พันล้านบาท ซึ่งรวมส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมทุน (JV) ในออสเตรเลียที่สูงถึง 446 ล้านบาท  

ปรับลดประมาณการรายได้ อัตรากำไร และกำไรทั้งปี 

เราปรับลดประมาณการยอดขายโครงการแนวราบปี 2569F ลง 3% เหลือ 1.84 หมื่นล้านบาท (-2% YoY) และปรับลดสมมติฐานอัตรากำไรขั้นต้นลงที่ 33% จาก 34.4% ขณะที่ เรายังคงประมาณการยอดขายคอนโดฯ ที่ 6.6 พันล้านบาท โดยรวมการโอนกรรมสิทธิ์ของคอนโดมิเนียมใหม่ 3 โครงการ มูลค่ารวม 6 พันล้านบาท (ขายได้แล้ว 49%) ซึ่งกำหนดสร้างเสร็จช่วง 2Q-4Q69 นอกจากนี้ เรายังคงประมาณการส่วนแบ่งกำไรจาก JV ในออสเตรเลียที่ 767 ล้านบาท (+5% YoY) ดังนั้น ประมาณการกำไรปี 2569F ใหม่ของเราปรับลดลง 8% อยู่ที่ 3.8 พันล้านบาท (-5% YoY) และปรับลดกำไรปี 2570F ลง 7% อยู่ที่ 4.0 พันล้านบาท (+4% YoY) ในจำนวน backlog รวม 1.6 หมื่นล้านบาท คาดว่าจะรับรู้เป็นรายได้ปี 2569F ที่ 1.2 หมื่นล้านบาท (48% ของประมาณการรายได้จากการขายบ้าน) และอีก 759 ล้านบาทในปี 2570F (3% ของประมาณการรายได้จากการขายบ้าน) ส่วนที่เหลือจะทยอยรับรู้ตั้งแต่ปี 2571 เป็นต้นไป (Figure 2-3)  

Valuation & Action 

เราได้ปรับราคาเป้าหมายใหม่ที่ 13.30 บาท (ลดจากเดิม 14.50 บาท) อิงจาก PE ปี 2569F ที่ 6.8x (ใกล้เคียงค่าเฉลี่ยของบริษัทในกลุ่มอุตสาหกรรม) และยังคงคำแนะนำ “ขาย” SPALI ทั้งนี้ SPALI มีแผนจำหน่ายหุ้นซื้อคืน (treasury shares) จำนวน 66.6 ล้านหุ้น (คิดเป็น 3.4% ของจำนวนหุ้นชำระแล้วทั้งหมด) ในช่วง 26 เม.ย. 69 ถึง 31 พ.ค. 70)  

Risks 

ความเสี่ยงหลัก ๆ คือ ภาวะเศรษฐกิจ ความหวังนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจจากรัฐบาล มาตรการปล่อยสินเชื่อเข้มงวดขึ้นท่ามกลางการยืดหนี้สินในระดับสูงของภาคครัวเรือนรวมทั้งการขึ้นอัตราค่าแรงขั้นต่ำ

- Advertisement -