บล.ฟินันเซีย ไซรัส: 

OSOTSPA (OSP TB)

ปัจจัยลบกำลังจางลง

  • เราเริ่มเห็น upside ต่อกำไรใน 2H26 จากผลบวกของไทยช่วยไทย และปัญหาพม่าเริ่มคลี่คลาย

  • แรงกดดันด้านต้นทุนกำลังผ่านพีค และอาจทยอยปรับลงในระยะถัดไป

  • ปรับขึ้นเป็น ซื้อ ด้วยราคาเป้าหมายใหม่ 19 บาท

แนวโน้มกำไร 2Q26 อาจดีกว่าคาดที่เคยคาด

แนวโน้มกำไร 2Q26 อาจดีกว่าที่เคยคาดเล็กน้อย อาจแตะระดับ 1.03 พันลบ. (-11.1% q-q, +1.8% y-y) เดิมคาด -3% y-y จากผลบวกของไทยช่วยไทย ช่วยหนุนรายได้ในประเทศทั้งเครื่องดื่ม (+5.0% q-q, +12.7% y-y) และ Personal care (+8.0% q-q, +6.5% y-y) ส่วนปัญหา Import License ในพม่าเริ่มผ่อนคลายมากขึ้น มีความเป็นไปได้ที่จะเห็นรายได้พม่าทรงตัวหรืออาจปรับขึ้นเล็กน้อย q-q (แต่ยังลดลง y-y เพราะการปรับค่าเงิน) จึงคาดรายได้ 2Q26 อาจโตได้ราว 3.8% q-q (เดิมคาดทรงตัว) แต่ภาพรวมกำไร 2Q26 น่าจะลดลง q-q เพราะจะเริ่มรับรู้ต้นทุนบรรจุภัณฑ์และค่าก๊าซที่สูงขึ้นในเดือน มิ.ย. อย่างไรก็ตาม ยังคาดอัตรากำไรขั้นต้นน่าจะยังสูงราว 41% ลดจาก 42.5% ใน 1Q26 และ 41.9% ใน 2Q25

สถานการณ์ต้นทุนเริ่มทรงตัวและอาจปรับลงในระยะถัดไป

บริษัทจะเริ่มรับรู้ต้นทุนที่สูงขึ้นเต็มไตรมาสใน 3Q26 โดยต้นทุนค่าก๊าซน่าจะปรับขึ้นราว 6-7% q-q และ 3-4% y-y มาอยู่ที่ราว 360-370 บาท/MMBTU (และได้รับการตรึงที่ราคานี้ไปจนถึงสิ้นปี) และคาดอัตราการใช้กำลังการผลิตน่าจะยังอยู่ในระดับสูง เพราะยังมีไทยช่วยไทย และคาดรายได้พม่า 2H26 จะทรงตัวถึงปรับขึ้นจาก 1H26 ได้ ทั้งนี้บริษัทยังให้เป้าอัตรากำไรขั้นต้นใน 2H26 ไม่ต่ำกว่าระดับ 40% ส่วนหนึ่งบริษัทได้ปรับลดการใช้พลาสติก ด้วยการเปลี่ยนฉลากเครื่องดื่มขวดแก้วเป็นกระดาษ แทนการใช้ฟิล์ม รวมถึงปรับสูตรเพิ่มการใช้เศษแก้วในการผลิตขวดแก้ว เพื่อลดการใช้ก๊าซธรรมชาติ นอกจากนี้ยังเน้นการปรับลดค่าใช้จ่ายอย่างต่อเนื่อง เราคาดเห็น SG&A to sales จะลดลง y-y ได้ทุกไตรมาส

โมเมนตัมกำไรยังไม่เปลี่ยน แต่เริ่มเห็น upside

เรายังคงมุมมองเดิมต่อโมเมนตัมของกำไรใน 2H26 น่าจะปรับลงจาก 1H26 เพราะต้นทุนสูงขึ้น แต่เราเริ่มเห็น upside ต่อประมาณการกำไรปี 2026 จากปัจจุบันคาดโต 2.8% y-y เป็น 3.77 พันลบ. ส่วนกำไรปกติคาดโต 7.6% y-y จากทั้งผลบวกของไทยช่วยไทย และคาดต้นทุนบรรจุภัณฑ์น่าจะแตะระดับสูงสุดรอบนี้ใน 3Q26 และมีโอกาสที่จะเริ่มทยอยปรับลงตามราคาน้ำมันดิบใน 4Q26-2027 กอปรกับสถานการณ์ในพม่าเริ่มกลับมาฟื้น และอยู่ระหว่างติดตั้งสายการผลิตบรรจุเครื่องดื่มในขวดแก้วในพม่า คาดจะเริ่ม operate ได้ใน 2H27 จะยิ่งช่วยลดอุปสรรคการขนส่งสินค้าเข้าไปในพม่าได้มากขึ้น และช่วยหนุนการเติบโตต่อเนื่องในปี 2027

ปรับขึ้นเป็น ซื้อ หลัง catalyst เชิงลบคลี่คลาย

เราปรับเพิ่มราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 19 บาท จากการ Re-rate target PE ขึ้นเป็น 15x (-0.75 SD) จากเดิม 14x หลัง catalyst เชิงลบเริ่มคลี่คลาย โดยเฉพาะสถานการณ์ในพม่า อาจช่วยให้รายได้พม่าใน 2H26 ทรงตัวถึงปรับขึ้น h-h ทั้งที่เป็น low season กอปรกับแรงกดดันด้านต้นทุนกำลังผ่านจุดพีค ขณะที่คาด dividend yield ราว 6-7% (อิง payout ratio ที่ 75% ไม่รวมกระแสเงินสดจากพม่า) และฐานะทางการเงินแข็งแรง มี D/E ratio สิ้น 1Q26 เพียง 0.41x และเน้นคุมกระแสเงินสดเข้มข้น โดยมีวงจรเงินสดลดเหลือ 54 วัน จาก 60 วัน สิ้นปี 2025

- Advertisement -