จิตวิทยายังเป็นบวก แต่ให้เน้นที่รายตัวที่มีปัจจัยหนุนอย่างพวก Non Bank , Tourism
MARKET UPDATE
DJIA เมื่อคืนปิดบวก 468 จุด (+0.9%) ขานรับสหรัฐฯ – IRAN บรรลุข้อตกลงเพื่อยุติสงครามและกลับมาเปิด HORMUZ ช่วยให้นักลงทุนคลายกังวลเงินเฟ้อ ด้านราคาน้ำมันดิบ BRT ปิดลบ 4.8% อุปทานน้ำมันอาจเข้ามาเพิ่มเติมจากการเปิด HORMUZ กลุ่ม Tech สหรัฐฯกลับมา Outperform ทั้ง Hyperscalers, Semiconductor สอดคล้องกับราคาทองคำที่ปรับขึ้นเช่นกัน
MARKET OUTLOOK
ปัจจัยต่างประเทศ
เมื่อคืนไม่มีตัวเลขเศรษฐกิจใดๆ นักลงทุนหันไปให้น้ำหนักกับการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ กับ IRAN ที่เตรียมจะบรรลุข้อตกลงกันในวันศุกร์นี้ และจุดสำคัญคือการเปิด HORMUZ ช่วยเพิ่มอุปทานราว 20% ของอุปทานโลก ความกังวลเงินเฟ้อก่อนหน้านี้ก็จะคลายตัวลงช่วยผ่อนคลายทิศทางดอกเบี้ย โดยคืนวันพุธรอติดตามประชุม FED นักลงทุนคาดการณ์ว่าจะคงดอกเบี้ยแต่รอติดตามท่าทีของประธาน FED ท่านใหม่ว่าจะส่งสัญญาณผ่อนคลายทิศทางนโยบายการเงินได้หรือไม่ ล่าสุด CME FED เชื่อว่า FED จะปรับขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ในเดือน ม.ค. แต่หาก Dot Plot ปรับเปลี่ยนใหม่โดยไม่ส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ยจะยิ่งเป็นปัจจัยหนุนตลาดหุ้นทั่วโลก
ปัจจัยในประเทศ
ยังไร้ปัจจัยใหม่ๆ ในภาพใหญ่แต่กับตลาดหุ้นไทยวานนี้กลับชะลอตัวเล็กน้อย (-0.04%) หากนับตั้งแต่เกิดสงครามพบว่า SET ปรับเพิ่มขึ้นมา 4.2% หรืออาจจะเรียกว่า Price In ระดับนึงแล้ว พร้อมกับแรงกดดันกลุ่มพลังงานและปิโตรเคมี แต่อย่างไรก็ดีกลุ่มได้ประโยชน์น้ำมันลงยังปรับขึ้นไม่มากมองเป็นโอกาส (Finance ค้าปลีก โรงพยาบาล ท่องเที่ยว)
วันนี้ประเมิน SET ในกรอบ 1580 – 1600 จิตวิทยายังเป็นบวก (Kospi +2.2%) อาจหนุน Tech เชิงกลยุทธ์การลงทุนเน้น Sector ที่ได้ประโยชน์จากน้ำมันปรับลง อาทิ Finance (MTC SAWAD TIDLOR) Airline (AAV THAI) โรงแรม (CENTEL MINT) ค้าปลีก (CPALL BJC) ศูนย์การค้า (CPN) อสังหาฯ (AP SPALI)
TOP PICK
SAWAD ซื้อ ราคาเป้าหมาย 26 Bt
สินเชื่อรวมในปี 2026 ขยายตัว 10-15% เน้นขยายสินเชื่อจำนำทะเบียน
MTC ซื้อ ราคาเป้าหมาย 39 Bt
ต้นทุนการเงินลดลงต่อเนื่องช่วยลดผลกระทบได้









