บล.เคจีไอ (ประเทศไทย):
SCB X (SCB.BK/SCB TB)*
การขยายตัวสินเชื่อช่วยหนุนมาร์จิ้น
Event
อัปเดตแนวโน้มและปรับเพิ่มคำแนะนำการลงทุนกับราคาเป้าหมายใหม่
Impact
เป็นหนึ่งในผู้ได้ประโยชน์สูงสุดจากการลงทุนที่ฟื้นตัว
เมื่อการลงทุนเพิ่มขึ้นน่าจะช่วยดันให้การเติบโตของสินเชื่อฟื้นตัวดีด้วย โดยเรามองว่า SCB จะเป็นหนึ่งในกลุ่มธนาคารที่ได้ประโยชน์มากที่สุดจากรูปแบบการเติบโตของสินเชื่อที่มีความสัมพันธ์เชิงบวกสูงกับวัฏจักรการลงทุน ขณะที่ อัตราส่วนสินเชื่อต่อเงินฝาก (LDR) ของ SCB ต่ำอยู่เพียงราว 80% เทียบกับค่าเฉลี่ยในอดีต 10 ปีที่ 86% การที่ LDR ต่ำหมายถึงการมีสภาพคล่องส่วนเกินสูง โดยปัจจุบัน LDR ดังกล่าวชี้ว่าธนาคารสามารถขยายสินเชื่อได้ราว 6% โดยไม่จำเป็นต้องเพิ่มฐานเงินฝากใหม่ เมื่อการเติบโตของสินเชื่อโดยไม่ต้องเพิ่มเงินฝากจะช่วยหนุนให้ margin ดีขึ้น แม้อัตราดอกเบี้ยจะทรงตัวก็ตาม ทั้งนี้ สินเชื่อของ SCB เติบโตสูงสุดในกลุ่มธนาคารอยู่ที่ 3.5% YTD (ณ สิ้น เม.ย. 69) เทียบกับค่าเฉลี่ยของกลุ่มที่ 1.6%
การขยายตัวของสินเชื่อช่วยผลักดันรายได้
จากมุมมองที่ระมัดระวังมากขึ้นต่อเศรษฐกิจภายในประเทศ SCB ได้ปรับลดการปล่อยสินเชื่อรายย่อยที่ให้ผลตอบแทนสูง (high-yield consumer loans) และปรับโครงสร้างพอร์ตสินเชื่อไปเน้นสินเชื่อกลุ่มลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่ที่มีความเสี่ยงต่ำมากขึ้นใน 1Q69 บนสมมติฐานการฟื้นตัวของสินเชื่อ เราคาดว่าสินเชื่อใหม่ส่วนใหญ่จะมาจากกลุ่มลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่
รายได้ค่าธรรมเนียมจากธุรกิจบริหารความมั่งคั่งเติบโตดีต่อเนื่อง
รายได้ค่าธรรมเนียม (fee-based income) ของ SCB เติบโตโดดเด่นช่วง 3 ไตรมาสที่ผ่านมา หนุนจากค่าธรรมเนียมธุรกิจบริหารความมั่งคั่ง (wealth management) และค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้องกับสินเชื่อซึ่งรวมกันคิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 40% ของรายได้ค่าธรรมเนียมทั้งหมด โดยที่ ค่าธรรมเนียมจากทั้งสองธุรกิจดังกล่าวเติบโตเด่นราว 30% YoY และเป็นปัจจัยหนุนหลักให้รายได้ค่าธรรมเนียมรวม 1Q69 เติบโตสูง 17% YoY การที่ตลาดทุนปรับตัวพุ่งขึ้นอย่างมาก ในสถานการณ์นี้น่าจะช่วยให้โมเมนตัมรายได้ค่าธรรมเนียมของธนาคารเติบโตได้ดีต่อเนื่องไปด้วย
ปรับเพิ่ม PBV ขึ้นเป็น 1.0x (จาก 0.8x), เพิ่ม TP-26F ขึ้นที่ 151 บาท และ ปรับคำแนะนำเป็น “ถือ”
ราคาหุ้น SCB ล่าสุดยัง outperform หุ้นอื่นในกลุ่มธนาคารพาณิชย์และตลาดโดยรวมด้วย หลังได้รายงานกำไร1Q69 ที่อ่อนแอกว่าคาดจาก NIM หดตัว แต่อย่างไรก็ดี ผู้บริหารคาดว่า NIM ได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วใน 1Q69 ขณะที่ แนวโน้มเศรษฐกิจที่ดีขึ้นและการเติบโตสินเชื่อฟื้นตัวจะช่วยให้ธนาคารกลับมาขยายสินเชื่อได้อีกครั้งตั้งแต่ 2Q69 เป็นต้นไป ขณะนี้ เราปรับเพิ่ม PBV ขึ้นเป็น 1.0x (ใกล้เคียง KBANK) จากเดิม 0.8x ทำให้ได้ราคาเป้าหมายปี 2569F ใหม่เพิ่มขึ้นที่ 151 บาท (จากเดิม 122 บาท) และปรับเพิ่มคำแนะนำขึ้นเป็น “ถือ” จากขาย
Risks
NPL และ credit cost ของสินเชื่อผู้บริโภคเพิ่มขึ้น.








