บล.เคจีไอ (ประเทศไทย):
Food Sector ราคาเนื้อสัตว์ฟื้นตัวแต่ต้นทุนอาหารสัตว์ที่เพิ่มขึ้นยังกดดัน (Neutral Maintained)
Event
แนวโน้มอุตสาหกรรมกลุ่มอาหาร
Impact
การฟื้นตัวของราคาเนื้อสัตว์ยังไม่น่าเป็นรอบขาขึ้น
ราคาหมูในประเทศพุ่งขึ้น 14% นับจากต้นเดือน (MTD) ที่ 63.5 บาท/กก. หนุนจากอุปสงค์ที่ดีขึ้นหลังการดำเนินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ “ไทยช่วยไทย พลัส” รวมถึงฐานเปรียบเทียบที่ต่ำ แต่อย่างไรก็ตาม กรมการค้าภายในระบุว่าตลาดหมูในปัจจุบันยังคงเผชิญภาวะอุปทานส่วนเกิน โดยมีปริมาณการผลิตหมูราว 62,300 ตัวต่อวัน เทียบกับอุปสงค์การบริโภคที่ราว 56,000 ตัวต่อวัน ในมุมมองของเรา ราคาหมูที่จะเพิ่มขึ้นอาจมี upside จำกัดจากอุปสงค์ยังค่อนข้างอ่อนแอ แม้จะมีมาตรการสนับสนุนล่าสุดก็ตาม ดังนั้น เราจึงยังคงสมมติฐานราคาหมูปี 2569F ไว้ที่ 65 บาท/กก. เป็นนัยว่าราคาหมูเฉลี่ย 2H69F จะอยู่ที่ 67 บาท/กก. ขณะเดียวกัน ราคาจำหน่ายไก่เนื้อยังทรงตัวสูงที่ 34.5 บาท/กก. โดยที่ราคาลูกไก่พุ่งขึ้น 14% WoW ซึ่งโดยทั่วไปถือเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่าแนวโน้มราคาไก่เนื้อจะสูงขึ้นในช่วง 2-3 เดือนข้างหน้า ขณะนี้ เราจึงยังคงสมมติฐานราคาไก่เนื้อปี 2569F ไว้ที่ 39.5 บาท/กก.
ต้นทุนอาหารสัตว์ที่สูงขึ้นจะกดดันอัตรากำไร
เราคาดว่าต้นทุนอาหารสัตว์ 2H69F น่าจะยังสูงอยู่ ขณะที่ ราคาข้าวโพดในประเทศมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจากภาวะอุปทานในประเทศที่ตึงตัวและนโยบายการนำเข้าข้าวโพดที่เข้มงวดมากขึ้น แม้ว่าผลผลิตฤดูกาลใหม่ที่กำลังออกสู่ตลาดเดือนกันยายนจะช่วยบรรเทาข้อจำกัดด้านอุปทานได้บางส่วน แต่ปริมาณผลผลิตอาจต่ำกว่าคาดจากต้นทุนการเพาะปลูกต่าง ๆ ที่เพิ่มขึ้น ปัจจุบัน ราคาข้าวโพดในประเทศได้ปรับขึ้นอยู่ที่ 12.5-13.0 บาท/กก.แล้ว (+11% YoY และ +17% QoQ) ส่วน ราคากากถั่วเหลืองนำเข้าคาดว่าจะทรงตัวอยู่ราว 16.0 บาท/กก. (+1% YoY และ +6% QoQ) โดยทั่วไป ผู้ผลิตเนื้อสัตว์มักมีสต็อกอาหารสัตว์เพียงพอเพื่อใช้งานได้ราว 3-6 เดือน ซึ่งชี้ว่าอัตรากำไรขั้นต้นใน 2H69F ของผู้ประกอบการแปรรูปอาหารอาจลดลง
กำไรที่ฟื้นตัวได้จำกัดเพราะต้นทุนกดดันอยู่
เราคาดว่ากำไร 2Q69F ของผู้ประกอบการแปรรูปอาหารที่เราวิเคราะห์อยู่ โดยเฉพาะบริษัทที่มีสัดส่วนธุรกิจหมูสูงจะลดลง YoY อย่างมีนัยสำคัญจากราคาขายเนื้อสัตว์ที่ลดลงและต้นทุนอาหารสัตว์ที่สูงขึ้น เมื่อเทียบ QoQ กำไร 2Q69F ก็น่าจะลดลงเล็กน้อยเช่นกัน มองไปใน 2H69F แม้ว่าราคาหมูและราคาไก่เนื้อที่สูงขึ้นจะช่วยดันรายได้ แต่เรามองว่าประโยชน์จากอัตรากำไรที่ดีขึ้นส่วนใหญ่จะถูกฉุดจากต้นทุนอาหารสัตว์ที่ยังสูงอยู่ ส่งผลให้กำไรน่าจะฟื้นตัวได้จำกัด
Valuation and action
เราคาดว่าราคาเนื้อสัตว์ 2H26F จะค่อย ๆ ฟื้นตัว หนุนจากอุปสงค์ที่ดีขึ้นและการส่งออกแข็งแกร่งตามฤดูกาล แต่อย่างไรก็ตาม ภาวะอุปทานส่วนเกินในตลาดหมูที่ยังคงอยู่และต้นทุนอาหารสัตว์ที่สูงอยู่ด้วย น่าจะทำให้ margin ดีขึ้นได้จำกัด ปัจจุบัน เราจึงยังคงให้น้ำหนักลงทุนกลุ่มอาหาร “เท่ากับตลาดฯ” โดยเราคาดว่ายังไม่น่าจะเป็นรอบขาขึ้นต่อเนื่อง และยังคงกังวลต่อแนวโน้มต้นทุนอาหารสัตว์ 2H69F ที่อาจเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ เราคงคำแนะนำ “ถือ” GFPT (GFPT.BK/GFPT TB)* ราคาเป้าหมายปี 2569F ที่ 9.20 บาท (อิงจาก PE ที่ 6.0x หรือ -1.5 S.D.) ขณะที่ เราคงคำแนะนำ “ขาย” Betagro (BTG.BK/BTG TB)* ราคาเป้าหมาย 17.30 บาท (อิงจาก PE ที่ 7.5x หรือเทียบ peers ที่ -1.5 S.D.)
Risks
ความผันผวนของต้นทุนอาหารสัตว์และราคาขาย, เศรษฐกิจชะลอตัว








