ทิศทางตลาดหุ้นวันนี้ ( รักพงศ์ ไชยศุภรากุล เลขทะเบียนฯ: 19838)

รีบาวด์แต่ยังผันผวนแรง… กังวลเฟดจะขึ้นดอกเบี้ย

เมื่อวานนี้ ตลาดหุ้นไทยร่วงแรงกว่าที่เราประเมินค่อนข้างมาก… ดัชนีฯ ปิดลบ 2.11% รับแรงกดดันจาก i) แรงขายหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีทั่วโลก (เพราะหุ้นแรลลี่ก่อนหน้านี้ ผนวกกับนักลงทุนกลัว ธ.กลางสหรัฐฯ ขึ้นดอกเบี้ย กดดันหุ้นธีมเติบโตสูงหรือ growth stocks) ii) หุ้นกลุ่มพลังงานและปิโตรเคมียังอ่อนแอกว่าตลาด เนื่องจากสหรัฐฯ และอิหร่านเข้าสู่ดีลสันติภาพ ผนวกกับข่าวที่ว่าปริมาณเรือที่ผ่านช่องแคบฮอร์มุซค่อยๆ เพิ่มขึ้นแล้ว

ฝ่ายวิจัยฯ ประเมิน SET Index วันพุธ รีบาวด์ แต่น่าจะยังผันผวนแรง… ปัจจัยการลงทุนในวันนี้ ได้แก่ i) ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ออกมาดี โดย S&P Global PMIs เบื้องต้น ของเดือน มิ.ย. สูงกว่าที่ consensus คาดการณ์ แต่ในอีกทางหนึ่งก็ส่งผลให้ตลาดยังกังวลต่อการปรับขึ้นดอกเบี้ยของเฟด โดยเฟดฟันด์ฟิวเจอร์ให้น้ำหนักเฟดจะขึ้นดอกเบี้ย 2 ครั้งในช่วงที่เหลือของปี 2569 ii) ราคาน้ำมันดิบปรับฐานต่อ สู่ระดับ 73 ดอลลาร์ฯ/บาร์เรล ต่ำสุดตั้งแต่ต้นเดือน มี.ค. น่าจะยังส่งผลให้หุ้นพลังงานผันผวนสูง

ด้านปัจจัยภายในประเทศ… เมื่อวานนี้ นายกฯ อนุทิน เปิดโครงการ ‘Thailand FastPass’ อย่างเป็นทางการ โดยในรอบแรกมี 23 บริษัทเข้าโครงการฯ และมูลค่าส่งเสริมการลงทุนอยู่ที่ 2.2 แสนล้านบาท (เป็นบวกต่อหุ้นนิคมอุตสาหกรรม)… ขณะที่วันนี้มีประชุม กนง. ซึ่งทางเราและ consensus คาด กนง. จะคงดอกเบี้ยที่ 1.00% และน่าจะปรับเพิ่มคาดการณ์ GDP growth ปี 2569 ขึ้น

หุ้นเด่นวันนี้ ตามปัจจัยพื้นฐาน ( สุโชติ ถิรวรรณรัตน์ เลขทะเบียนฯ: 28668 )

เก็งกำไร ALT, WHA, MINT

ALT (ยังไม่มีเป้า Consensus) 1) ประเมินรูปแบบราคา Sideway up ระยะสั้นรอสัญญาณ Break กรอบแนวต้าน ประเมินแนวรับ 1.58 บาท / แนวต้าน 1.73 – 1.79 บาท กรณี Break ผ่านกรอบแนวต้านนี้ได้ประเมินแนวต้านถัดไป +/-2.08 บาท (Stop loss 1.51 บาท) 2) ประเมิน Sentiment บวกจากการเร่งลงทุน Data center ในไทย ลุ้นสัญญาให้บริการเครือข่ายใยแก้วนำแสงใหม่เร็วๆนี้ เราประเมินการเร่งลงทุน Data center ในไทย หนุนการใช้บริการเครือข่ายใยแก้วนำแสงทั้งในประเทศและสำหรับการเชื่อมต่อข้อมูลระหว่างประเทศ ทั้งนี้คาดผลการดำเนินงานจะเร่งตัวขึ้นในปี 2570 จากการเริ่มรับรู้รายได้สัญญาให้บริการเคเบิลใต้ทะเล “TalayLink” กับทาง Google (เชื่อมต่อข้อมูลไทย-ออสเตรเลีย) มูลค่าสัญญาราว 2 พันล้านบาท ระยะเวลา 15 ปี (+5 ปี) และลุ้นสัญญากรให้บริการเครือข่ายใยแก้วนำแสงใหม่กรุงเทพฯ – EEC มูลค่าราว +/-2 พันล้านบาท เร็วๆนี้ หนุนกำไรสุทธิโต +27% ต่อปี CAGR (2568 – 71) อิงตามแผน Jump+

WHA* (เป้าพื้นฐาน 5.4 บาท) 1) ประเมินแนวโน้มราคา Sideway รอสัญญาณการ Break แนวต้าน แนวรับ 5.0 บาท / แนวต้าน 5.1 – 5.2 บาท กรณี Break ผ่านกรอบแนวต้านนี้ได้ประเมินแนวต้านถัดไป +/- 5.5 บาท (Stop loss 4.9 บาท) 2) รัฐบาลเริ่มผลักดัน Thailand FastPass เป็นทางการ ล่าสุดรัฐบาลประกาศแผน Thailand FastPass อย่างเป็นทางการ โดยภาครัฐฯจะเร่งผลักดัน + ลดขั้นตอนระบบระเบียบทางราชการ ให้กับโครงการลงทุนที่ขอ BOI ไว้จำนวนมาก โดยเฉพาะโครงการ Data center และอุตสาหกรรม New S-curve ต่างๆ คาดจะเป็นบวกต่อยอดขายและยอดโอนที่ดินนิคมฯ 3) Valuation ยังมี Upside Forward Pe14.4 เท่า (ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยที่ 15.4 เท่า) Dividend yield 4.2%

MINT* (เป้าพื้นฐาน 28.5 บาท) 1) ประเมินแนวโน้มราคา Sideway รอสัญญาณการ Break แนวต้าน เพื่อปิดแก๊ปราคาประเมินแนวรับ 24.0 บาท / แนวต้าน 24.9 – 26.0 บาท กรณี Break ผ่านกรอบแนวต้านนี้ได้ประเมินแนวต้านถัดไป +/-27 บาท (Trailing stop 23.7 บาท) 2) ประเมินสถานการณ์สงครามผ่อนคลายหนุน Sentiment ช่วง High season ยุโรป เราประเมินสถานการณ์สงครามตะวันออกกลางที่ผ่อนคลายลง จะหนุน Sentiment การท่องเที่ยวโดยเฉพาะในช่วง High season 2Q-3Q ที่ยุโรป (รายได้ >70% ของ MINT*) ให้โตดีต่อเนื่อง และจะส่งผลให้การท่องเที่ยวไทย+มัลดีฟส์ ฟื้นตัว 3) Valuation ยังมี Upside PBV 1.5 เท่า (-1 SD) Dividend yield 3% ขณะที่คาดกำไร 2Q โต YoY แม้มีสงครามฯ

หุ้นมีข่าว

(+ BEM*, BTS*) ไฟเขียวตั๋วร่วม! 4 หุ้นรับอานิสงส์ (ข่าวหุ้น) ครม.ไฟเขียวตั๋วร่วมรถไฟฟ้าทุกสายทุกสี 17-45 บาท เริ่มใช้ 1 ม.ค. 70 ปูทางตั้งกองทุน 2 แสนล้านบาท ซื้อคืนสัมปทานรถไฟฟ้า ขณะที่โบรกฯ ชู BEM เด่นสุด คาดกำไรปี 70 โตสูงสุด 13% ตามด้วย BTS ส่วน VGI และ PLANB รับแรงหนุนจากเม็ดเงินโฆษณาที่ฟื้นตามทราฟฟิกผู้โดยสาร

(+ กลุ่มนิคมฯ / ธนาคารฯ) คิกออฟไทยแลนด์ฟาสต์พาส ร่างงบ 3.78 ล้านล้านฉลุย (ข่าวหุ้น) “เอกนิติ” คิกออฟ Thailand FastPass นำร่อง 23 เอกชนบิ๊กเบิ้มโลก หั่นขั้นตอน BOI เร็วขึ้น หวังดึงเงินลงทุน 7 แสนล้านบาทเข้าประเทศ ปั๊ม GDP โต 0.3-0.4% หุ้นนิคมส้มหล่น BOI ไฟเขียว 25 ทุนใหม่ ลุยอุตสาหกรรมจรวด-หุ่นยนต์ ด้าน ครม.ไฟเขียวร่างงบปี 70 วงเงิน 3.788 ล้านล้านบาท ชงสภา 29 มิ.ย.นี้

(+ กลุ่มเช่าซื้อ KKP*, TISCO* / + กลุ่มรถอีวี KGEN ASAP) คลังเล็งดันแพ็กเกจอุ้มรถ EV ไทย ‘สรรพสามิต’ ชงแบงก์ร่วมปล่อยไฟแนนซ์ (ข่าวหุ้น) สรรพสามิตเล็งดัน 3 แพ็กเกจอุ้มคนซื้อรถ EV ไทย ดึงไฟแนนซ์ร่วมคัดกรอง หวังดันมาตรการแบบครบจบในขั้นตอนเดียว คลังเผยแผนโครงการเปลี่ยนผ่านใช้รถ EV ของสรรพสามิตใกล้สมบูรณ์แล้ว

(+) ทุนใหญ่สนใจ Blu Green Token จ่อเปิดจองซื้อไตรมาส 3 (ฐานเศรษฐกิจ) DITTO จับมือ Token X เดินหน้า Blu Green Token โทเคนดิจิทัลเชื่อมโยงคาร์บอนเครดิตจากป่าชายเลน หลังกลุ่มทุนใหญ่นักลงทุนรายใหญ่แห่ขอข้อมูล เตรียมเปิดจองซื้อไตรมาส 3 ปี 2569 ชูพื้นที่ป่าชายเลนระยอง 17,531 ไร่ พร้อมใช้ AI ดาวเทียม โดรน และระบบฐานข้อมูลดิจิทัลยกระดับความโปร่งใส

หุ้นที่เคยแนะนำก่อนหน้า

  • STECON* (เป้าพื้นฐาน 16.4 บาท) แนะนำ “Let profit run” (Trailing stop 17.2 บาท)

  • BGRIM* (เป้าพื้นฐาน 15.3 บาท) แนะนำ “Let profit run” (Trailing stop 16.5 บาท)

  • NTF (เป้าพื้นฐาน 20.8 บาท) แนวรับ 15.7 บาท / แนวต้าน 16.3 – 16.6 บาท (Trailing stop 15 บาท)

  • KGEN (ยังไม่มีเป้าหมาย Consensus) แนวรับ 2.12 บาท / แนวต้าน 2.36 – 2.42 บาท (Trailing stop 1.95 บาท)

  • SCGP* (เป้าพื้นฐาน 32 บาท) แนวรับ 27.0 บาท / แนวต้าน 28.5 – 30.0 บาท (Trailing stop 26 บาท)

  • KTB* (เป้าพื้นฐาน 39 บาท) แนวรับ 35.5 บาท / แนวต้าน 36.5 – 38 บาท (Stop loss 35 บาท)

  • CPN* (เป้าพื้นฐาน 75 บาท) แนวรับ 64.0 บาท / แนวต้าน 65.5 – 66.75 บาท (Stop loss 63.25 บาท)

  • ADVANC* (เป้าพื้นฐาน 422 บาท) แนวรับ 356 บาท / แนวต้าน 366 – 370 บาท (Stop loss 354 บาท)

  • BH* (เป้าพื้นฐาน 210 บาท) แนวรับ 182.5 บาท / แนวต้าน 189 – 195 บาท (Stop loss 182 บาท)

  • MRDIYT (เป้าพื้นฐาน 10.3 บาท) แนวรับ 9.0 บาท / แนวต้าน 9.4 – 9.6 บาท (Stop loss 9.0 บาท)

  • SPA (เป้าพื้นฐาน 3.9 บาท) แนวรับ 3.08 บาท / แนวต้าน 3.20 – 3.34 บาท (Stop loss 3.02 บาท)

  • KBANK* (เป้าพื้นฐาน 245 บาท) แนวรับ 206 บาท / แนวต้าน 211 – 217 บาท (Stop loss 203 บาท)

  • ADVICE (เป้า Consensus 7.2 บาท) แนวรับ 6.15 บาท / แนวต้าน 6.3 – 6.5 บาท (Stop loss 6.1 บาท)

Report ตามปัจจัยพื้นฐานวันนี้

  • SAWAD* แนะนำ “ซื้อ” เป้าพื้นฐาน 26 บาท ฝ่ายวิจัยฯ ประเมิน การฟื้นตัวภาพรวมเศรษฐกิจ โดยเฉพาะเศรษฐกิจฐานราก และต้นทุนเงินทุนที่ลดลงเร็วกว่าคาด ฝ่ายวิจัยฯปรับประมาณการฯขึ้น และปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 26 บาท (เดิม 23.1 บาท) Forward PE บนประมาณการใหม่ต่ำเพียง 7 เท่า ประเมิน Downside จำกัด ปรับคำแนะนำขึ้นเป็น “ซื้อ” (เดิม “ถือ”)

  • OSP* แนะนำ “ซื้อ” เป้าพื้นฐาน 19.1 บาท ฝ่ายวิจัยฯ ปรับคำแนะนำหุ้น OSP* ขึ้นเป็น “ซื้อ” (เดิม “ถือ”) และปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 19.1 บาท (เดิม 17 บาท) เนื่องจากประเมินราคาหุ้นสะท้อน ปัจจัยลบเรื่องต้นทุนวัตถุดิบแล้ว ขณะที่สถานการณ์สงครามตะวันออกกลางผ่อนคลายลง เบื้องต้นคาดกำไร 2Q69 = 1.05 พันล้านบาท (-9% QoQ +4% YoY) … เป็นการคาดการณ์กำไร 2Q69 เบื้องต้น

  • AOT* แนะนำ “ซื้อ” เป้าพื้นฐาน 71 บาท ฝ่ายวิจัยฯ ประเมินสถานการณ์สงครามตะวันออกกลางผ่อนคลายลง และการปรับเริ่มปรับ PSC ขึ้น รวมทั้งมุมมองที่เป็นบวกมากขึ้นต่อแผนการลงทุนระยะยาว จึงปรับสมมติฐาน Terminal growth ในการ Valuation ขึ้น / คง WACC ได้ราคาเป้าหมายใหม่ 71 บาท (เดิม 62 บาท) ปรับคำแนะนำขึ้นเป็น “ซื้อ” (เดิม “ถือ”)

หมายเหตุ: 1. *บริษัทอาจเป็นผู้ออกใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์บนหลักทรัพย์นี้ / 2. เป้าพื้นฐาน หมายถึง ราคาเป้าหมายเชิงพื้นฐาน (Forecasted 12M Target price) ที่อ้างอิงจากบทวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานฉบับล่าสุดของฝ่ายวิจัยฯ / 3. เป้า Consensus หมายถึง ค่าเฉลี่ยของราคาเป้าหมายเชิงพื้นฐานที่จัดทำโดย Bloomberg consensus หรือ IAA Consensus

- Advertisement -