บล.เคจีไอ (ประเทศไทย):
Airports of Thailand (AOT.BK/AOT TB)*
การเติบโตสดใสมากขึ้นในระยะยาว
Event
แนวโน้มธุรกิจระยะยาว ปรับเพิ่มราคาเป้าหมายและคำแนะนำใหม่
lmpact
AOT น่าสนใจลงทุนในระยะยาวมากขึ้น
จากสถานการณ์สงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่ส่งผลลบใน 2Q69 แต่เราคาดว่าสถานการณ์จะทยอยดีขึ้นใน 2H69F โดยที่เรามองว่าปัจจัยลบนี้เป็นเพียงความผันผวนและความเสี่ยงทางเศรษฐกิจมหภาคระยะสั้น ขณะที่ ผลการดำเนินงานของบริษัทจะกลับมาแข็งแกร่งขึ้นในระยะยาว อีกทั้ง เราคาดว่า AOT จะมีกำไรปี FY70F เติบโต YoY น่าพอใจหนุนหลักจากการปรับขึ้นค่า PSC ขึ้นใหม่มีผล 20 มิ.ย. 69 นอกจากการช่วยผลักดันรายได้และกำไร 4Q69F (กรกฎาคม–กันยายน)ให้เพิ่มขึ้นแล้ว ยังช่วยสร้างกระแสเงินสดเพิ่มเติมเพื่อรองรับการเติบโตในอนาคตผ่านแผนการขยายธุรกิจระยะยาวอีกด้วย
เหตุผลหลักที่หนุนแนวโน้มเชิงบวกในระยะยาว
i) ปัจจัยหนุนหลักเชิงโครงสร้าง (structural catalyst) แรงขับเคลื่อนการเติบโตสำคัญที่สุดในระยะใกล้ ๆ คือ การปรับขึ้นค่า PSC ของผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศใหม่ที่ 1,120 บาท/คน (จากเดิม 730 บาท/คน) ซึ่งเริ่มมีผลช่วงปลาย มิ.ย. 69 เพราะรายได้ส่วนนี้เป็นรายได้ด้านการบินที่มmargin สูงและเรียกเก็บโดยตรงจากผู้โดยสารขาออกจึงส่งผลให้ margin ดีขึ้นทันที นอกจากนี้ ผลกระทบเต็มปีจากค่า PSC ใหม่นี้จะช่วยดันให้กำไรฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญราว 50–60% ปี 2570
ii) สถานะผู้ผูกขาดในฐานะประตูหลักสู่การท่องเที่ยวไทย ปัจจุบัน AOT เป็นผู้บริหารจัดการท่าอากาศยานหลักทั้ง 6 แห่งของประเทศไทย (รวมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ท่าอากาศยานดอนเมือง และท่าอากาศยานภูเก็ต)โดยรองรับปริมาณการจราจรทางอากาศมากกว่า 80% ของประเทศ ด้วยเหตุนี้ AOT จึงถือเป็นธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานที่มีลักษณะผูกขาดโดยธรรมชาติ แม้ว่าสายการบินแต่ละแห่งจะต้องแข่งขันกันหรืออาจประสบปัญหาทางการเงินจนล้มละลาย แต่ AOT ก็ยังคงสามารถจัดเก็บค่าธรรมเนียมได้โดยไม่ขึ้นอยู่กับว่าสายการบินใดเป็นผู้ให้บริการ ตราบใดที่เส้นทางการเดินทางระหว่างประเทศยังมีการกระจายตัวและเติบโตต่อเนื่อง AOT ก็ยังคงทำหน้าที่เสมือนด่านเก็บค่าผ่านทาง (toll-booth) ของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย
iii) อุปสงค์การใช้บริการสนามบินที่แข็งแกร่ง การคาดการณ์ระยะยาวจากทั้ง IATA และ ACI ระบุว่าอุปสงค์การเดินทางทางอากาศทั่วโลกคาดว่าจะเพิ่มขึ้นมากกว่าสองเท่าภายในปี 2593 โดยมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี (CAGR) ที่ราว 3.1–3.4% ดังนั้น คลื่นอุปสงค์เชิงโครงสร้างขนาดใหญ่นี้จะเป็นปัจจัยสำคัญที่รับประกันการเติบโตของธุรกิจท่าอากาศยานในระยะยาว
Valuation and action
เมื่อพิจารณาว่าแนวโน้มจะเป็นเชิงบวกในระยะยาว เราจึงปรับเพิ่มคำแนะนำ AOT ขึ้นเป็น “ซื้อ” (จากถือ) และปรับราคาเป้าหมาย DCF ปี FY70F ที่ 71.00 บาท (WACC ที่ 9% และ TG ที่ 2%) จากเดิม 62.00 บาท (อิงจากช่วงกลาง FY70F และ TG ที่ 1%) ทั้งนี้ เราปรับเพิ่ม TG ขึ้นจากเดิม 1% เพื่อสะท้อนความแข็งแกร่งของรายได้ที่กี่ยวเนื่องกับการบินและไม่ใช่การบินที่มีโอกาสดีกว่าคาด
Risks
สภาพคล่องของ King Power, เกิดโรคระบาด, เศรษฐกิจถดถอย และความไม่สงบทางการเมืองของไทย









