บล.เคจีไอ (ประเทศไทย):
Industrial Estate Sector ภาครัฐสนับสนุนเต็มที่ ( Overweight Upgraded)
Event
อัปเดตกลุ่มนิคมอุตสาหกรรม
Impact
คำขอรับการส่งเสริมการลงทุนจาก BOI มีมูลค่ามากกว่า 1 ล้านลบ.ต่อปีตั้งแต่ปี 2567
คำขอรับการส่งเสริมการลงทุนจากภาคดิจิทัล 1Q69 มีมูลค่าสูงถึง 8.74 แสนลบ. (+823% YoY) คิดเป็น 86% ของมูลค่าคำขอทั้งหมดที่ราว 1 ล้านลบ. (+136% YoY) โดยที่ช่วงปี 2567–1Q69 ภาคดิจิทัลมีมูลค่าคำขอรับสิทธิประโยชน์จาก BOI สะสมที่ 1.85 ล้านลบ. ส่วนกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้ามีมูลค่าคำขอสูงเป็นอันดับสองที่ 4.00 หมื่นลบ. (-51% YoY) ด้าน FDI พุ่งขึ้น 273% YoY ที่ 9.66 แสนลบ. นำโดยภาคดิจิทัลเป็นหลักโดยสิงคโปร์เป็นประเทศที่มีมูลค่าการลงทุนโดยตรงสูงที่สุด
FDI เติบโตโดดเด่น ด้วย 3-year CAGR ที่ 50% (ปี 2566–2568)
FDI ของไทยกำลังฟื้นตัวแข็งแกร่ง โดยประเทศไทยกลับเข้าสู่การจัดอันดับ 25 ประเทศแรกในดัชนี Kearney 2026 FDI Confidence Index อีกครั้งในอันดับที่ 20 ของโลก ขณะที่ นักลงทุนมีความเชื่อมั่นสูง โดย 88% ของผู้บริหารที่เข้าร่วมการสำรวจมีแผนเพิ่มการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศช่วง 3 ปีข้างหน้า การที่ FDI เติบโตต่อเนื่องและมูลค่าการลงทุนที่ได้รับอนุมัติจาก BOI สูงขึ้นเป็นนัยว่าอุปสงค์การย้ายฐานการลงทุน (investment relocation) แข็งแกร่งในระยะกลาง
ภาคดิจิทัลจะยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนการเติบโตหลัก
ตามข้อมูลของคณะกรรมการนโยบายเซมิคอนดักเตอร์แห่งชาติ แนวโน้มอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ของไทยปี 2573F จะมีมูลค่าสูงถึง 1 ล้านลบ. และจะเพิ่มเป็น 2.5 ล้านลบ.ในปี 2593F ด้าน Mordor Intelligence ได้ระบุว่าตลาด data center ของไทยปี 2568 มีมูลค่า US$1.89พันล้านและคาดว่าปี 2569 จะเติบโตจาก US$2.22พันล้านสู่ US$4.9พันล้านภายในปี 2574 คิดเป็น CAGR (ปี 2569-2574) ที่ 17.21% ขณะที่ ResearchAndMarkets.com คาดการณ์เชิงรุกมากกว่า โดยประเมินว่าตลาด data center ของไทยจะเติบโตด้วย CAGR สูงถึง 27.7% อยู่ที่ US$6.3พันล้านในปี 2574 จากปี 2568 ที่ US$1.45พันล้านนอกจากนี้ Mordor Intelligence ยังประเมินว่าตลาด digital transformation ของไทยปี 2574 จะขยายตัวอยู่ที่ US$1.664หมื่นล้านจากปี 2568 ราว US$1.0หมื่นล้าน ขณะนี้ CBRE จัดให้ประเทศไทยอยู่ในกลุ่มประเทศที่มีการเติบโตสูงด้านการขยายตัวของตลาด data center อย่างรวดเร็ว
โครงการ “Thailand FastPass” ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการอนุมัติ
Thailand FastPass เป็นโครงการที่ออกแบบมาเพื่อขจัดปัญหาคอขวดในกระบวนการอนุมัติและลดระยะเวลาดำเนินการลง 20%-50% เมื่อปีที่แล้วมีโครงการลงทุนต่าง ๆ มากกว่า 80 โครงการ (มูลค่ารวม 4.80 แสนลบ.) ที่ผ่านการคัดเลือกเข้าร่วมโครงการในเฟสแรก ปัจจุบันมีอีก 25 โครงการ มูลค่ารวม 2.23 แสนลบ. ที่ได้รับการคัดเลือกเข้าร่วมเพิ่มเติม ขณะที่ รัฐบาลมีแผนดำเนินโครงการ FastPass เฟสถัดไปต่อเนื่องเพื่อปลดล็อกการลงทุนเพิ่มเติม โดยตั้งเป้าดึงดูดเม็ดเงินลงทุนอีก 1 ล้านลบ. ในอุตสาหกรรมเป้าหมาย เช่น เทคโนโลยีชีวภาพ (biotechnology) ยานยนต์และชิ้นส่วน เซมิคอนดักเตอร์ และปัญญาประดิษฐ์ (AI)
Valuation & Action
เรายังคงคำแนะนำให้ “ซื้อ” ทั้ง WHA Corp (WHA.BK/WHA TB)* และ Amata Corp (AMATA.BK/AMATA TB)* ประเมินราคาเป้าหมาย SOTP ของทั้ง AMATA และ WHA ที่ 30.00 บาท และ 5.40 บาท ตามลำดับ นอกจากมีอุปสงค์ในที่ดินนิคม ฯ ที่แข็งแกร่งแล้ว valuation ยังอาจมี upside เพิ่มเติมจากศักยภาพของรายได้ประจำจากธุรกิจสาธารณูปโภคและไฟฟ้า รวมถึงธุรกิจให้เช่าอสังหาริมทรัพย์อุตสาหกรรมด้วย ทั้งนี้ WHA Utilities and Power (WHAUP.BK/WHAUP TB)* ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ WHA จะเป็นผู้ได้ประโยชน์โดยตรงจากอุปสงค์ภาคดิจิทัลที่เติบโตอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะ data center มีการใช้สาธารณูปโภคและไฟฟ้าสูงกว่าภาคอุตสาหกรรมทั่วไปราว 10 เท่า ด้วยปัจจัยหนุนดังกล่าว เราจึงปรับเพิ่มน้ำหนักลงทุนขึ้นเป็น “มากกว่าตลาดฯ” จากเดิม “เท่ากับตลาดฯ”
Risks
ความรวดเร็วในอัตราการเติบโตของ GDP, การเพิ่มขึ้นของต้นทุนสาธารณูปโภคและค่าแรงงานขั้นต่ำ, ความผันผวนของอัตราดอกเบี้ย ความรวดเร็วในการโอนที่ดินและเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI)








