บล.เคจีไอ (ประเทศไทย):

Hotel Sector ยังคงฟื้นตัวได้ แม้ 2Q69 มีปัจจัยรบกวน (Overweight‧Maintained)

Event 

อัปเดตกลุ่มโรงแรม  

Impact  

คาดนักท่องเที่ยวต่างชาติฟื้นตัวใน 2H69F 

กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเผยว่าประเทศไทยมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามา (ช่วง 1 ม.ค.–20 มิ.ย. 69) ราว 15.45 ล้านคน (-2.8% YoY) หนุนหลักจากนักท่องเที่ยวจีนราว 2.53 ล้านคน (+18% YoY) และอินเดียราว 1.18 ล้านคน (+8% YoY) ขณะที่ เราคาดว่าการท่องเที่ยวขาเข้า 2H69F จะดีขึ้นจากตัวชี้วัดนำของ TAT Intelligence Center (Figure 6-9) นอกจากนี้ การจองเที่ยวบินล่วงหน้ามายังประเทศไทยเดือนมิถุนายนยังเติบโต (+2% YoY) นำโดยอาร์เจนตินา (+37%) สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (+34%) และสเปน (+32%) แม้ capacity ของเที่ยวบินระหว่างประเทศ มิถุนายนยังทรงตัว YoY ที่ 3.5 ล้านที่นั่ง แต่จำนวนเส้นทางบินตรงใหม่มายังประเทศไทยก็ยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่องทุกเดือน ส่วนช่วง YTD มีการเปิดเส้นทางบินระหว่างประเทศใหม่แล้ว 87 เส้นทาง ส่วนใหญ่มาจากตลาดระยะใกล้ ได้แก่ อินเดีย ฟิลิปปินส์ เวียดนาม และเกาหลีใต้ อย่างไรก็ดี การเชื่อมต่อทางอากาศที่ดีขึ้นและการจองล่วงหน้าที่ยังคงแข็งแกร่ง สนับสนุนมุมมองของเราที่คาดว่าการท่องเที่ยวขาเข้าจะฟื้นตัว HoH ตลอดช่วง 2H69F ดังนั้น เรายังคงประมาณการจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติปี 2569F ไว้ที่ 32.1 ล้านคน (-2.7% YoY)  

ยอดจองโรงแรมล่วงหน้าสูงชี้ว่า 3Q69F จะแข็งแกร่งขึ้น 

แนวโน้มการดำเนินธุรกิจโรงแรม พ.ค. 69 ดีขึ้น โดย RevPAR กลับมาเติบโตเป็นบวกในทุกบริษัท ทำให้ RevPAR ของกลุ่มเติบโตเป็นเลขต่ำถึงกลางหลักเดียว ขณะที่ การฟื้นตัวที่โดดเด่นที่สุดมาจาก S Hotels and Resorts (SHR) ซึ่ง RevPAR เติบโต +5% YoY จาก -7% ใน เม.ย. 69 และ Central Plaza Hotel (CENTEL.BK/CENTEL TB) * ซึ่งกลับมาเติบโตเป็นบวกหลักเดียวได้จาก -4% หนุนจากอุปสงค์ทั้งในประเทศไทยและมัลดีฟส์ดีขึ้นหลังจากได้รับผลกระทบชั่วคราวเดือนเมษายน ขณะที่ Asset World Corporation (AWC.BK/AWC TB) *, The Erawan Group (ERW.BK/ERW TB)* และ Minor International (MINT.BK/MINT TB)* ยังคงรักษา RevPAR ให้เติบโตเป็นเลขหลักเดียวได้ต่อเนื่อง 

ดังนั้น เราจึงคาดว่า RevPAR ของกลุ่มโรงแรมจะเติบโตเป็นเลขต่ำหลักเดียวใน 2Q69F โดยข้อมูลการจองล่วงหน้าชี้ว่าการปรับตัวจะดีขึ้นต่อเนื่องใน 3Q69F ด้วย นอกจากนี้ เรายังคาดว่าจะมี upside เพิ่มเติมจากมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศของภาครัฐที่กำลังจะออกมา ซึ่งจะช่วยดันให้อุปสงค์ช่วงปลายปี 2569F ดีขึ้นอีก ด้านธุรกิจร้านอาหารก็ยังคงมีความแข็งแกร่ง โดยอัตราการเติบโตของรายได้ในสาขาเดิม (SSSG) พ.ค. 69 ของ MINT อยู่ที่ +4–5% ขณะที่ CENTEL ดีขึ้นเป็นเลขต่ำหลักเดียว แม้จะมีการเปิดตัวโครงการ “เที่ยวไทยคนละครึ่ง พลัส” ใน มิ.ย. 69 แต่ทั้งสองบริษัทยังคงรักษา SSSG ในแดนบวกได้จากการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย  

คาดกำไรกลุ่มโรงแรม 2Q69F ผสมผสาน 

ในเบื้องต้น เราคาดว่ากำไร 2Q69F ของผู้ประกอบการโรงแรมจะแตกต่างกันจากผลการดำเนินงาน เม.ย. 69 ที่ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางไม่เท่ากัน โดยที่บริษัทที่มีสัดส่วนรายได้จากนักท่องเที่ยวระยะใกล้สูง ได้แก่ AWC*, ERW* และ MINT* น่าจะยังสามารถทำกำไรให้เติบโต YoYได้แข็งแกร่ง แต่ในทางกลับกัน กำไรของทั้ง CENTEL* และ SHR จะอ่อนตัวลงจากผลการดำเนินงานในประเทศไทยและมัลดีฟส์ชะลอตัว รวมถึงผลของฐานกำไร 2Q68 สูง อย่างไรก็ดี แนวโน้มการดำเนินงานฟื้นตัวได้เร็วกว่าคาด โดย RevPAR ของกลุ่มช่วง YTD ฟื้นตัวกลับมาทรงตัวถึงเติบโตเป็นเลขหลักเดียว ซึ่งสูงกว่าสมมติฐานทั้งปีของเราที่คาดไว้อยู่ในช่วง -4% ถึง +2% ในบริษัทที่เราวิเคราะห์อยู่ หากแนวโน้ม RevPAR ปัจจุบันยังคงดีต่อเนื่องจึงเป็นไปได้ที่ประมาณการกำไรกลุ่มโรงแรมปี 2569F ของเราที่ 1.61 หมื่นล้านบาท (+7% YoY) อาจมี upside อีกทั้ง เราคาดว่าโมเมนตัมกำไรจะเร่งตัวขึ้นอีกตั้งแต่ 3Q69F เป็นต้นไปตามอุปสงค์การเดินทางฟื้นตัวและ RevPAR ที่ดีขึ้นต่อเนื่อง  

Valuation & action 

เรายังคงให้น้ำหนักลงทุนกลุ่มโรงแรม “มากกว่าตลาดฯ” บน 3 สมมติฐานหลักคือ i) ผลกระทบสูงสุดจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางน่าจะผ่านพ้นไปแล้ว ii) คาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ 2H69F จะฟื้นตัวซึ่งจะดึงให้กำไรฟื้นตัวด้วย และ iii) valuation ยังน่าสนใจ หลังราคาหุ้นกลุ่มนี้ปรับฐานแรงช่วงเกิดความขัดแย้ง โดยราคาหุ้นล่าสุดยังเทรดต่ำกว่าระดับก่อนเกิดเหตุการณ์ราว 5-12% ดังนั้น เรามองว่าราคาหุ้นยังอาจมีการ re-rating ต่อไป หากโมเมนตัมการดำเนินงานยังคงดีขึ้นต่อเนื่อง ขณะนี้ เรายังคงชื่นชอบทั้ง ERW* และMINT* จากแนวโน้ม RevPAR ที่แข็งแกร่งและคาดกำไรจะยังโตต่อเนื่อง YoY 

Risks 

อุปสงค์ด้านการท่องเที่ยวอาจอ่อนแอกว่าคาดและต้นทุนการดำเนินงานที่สูงขึ้น 

 

 

- Advertisement -