บล.พาย:
ITC: I-Tail Corporation PCL
2Q26 เริ่มถูกกระทบจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้น
เรายังคงคำแนะนำ “ซื้อ” ด้วยปัจจัยบวกจากอัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลง รวมกับต้นทุนที่เริ่มเห็นการปรับตัวลดลง ขณะที่ผลกระทบจากการปรับราคาจากต้นทุนที่ขึ้นมาก่อนหน้านี้จะทำให้ผลประกอบการงวด 3Q26 มีโอกาสเห็นการฟื้นตัวได้ หลังจากแนวโน้มในช่วง 2Q26 จะเป็นไตรมาสที่ถูกกระทบจากต้นทุนที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น กดดันให้เราคาดกำไรสุทธิอยู่ที่ 716 ล้านบาท ใกล้เคียงกับปีก่อนแต่ลดลงถึง 18%QoQ ภาพรวมทั้งปีเรายังคงกำไรสุทธิไว้เท่าเดิมที่ 3,291 ล้านบาท โดยคาดการฟื้นตัวช่วง 2H26 จากสาเหตุข้างต้น
คาด 2Q26 กำไรสุทธิ 716 ล้านบาท (+3%YoY,-18%QoQ)
-
เราคาดกำไรสุทธิงวด 2Q26 ที่ 716 ล้านบาท (+3%YoY,-18%QoQ) เทียบกับปีก่อนยังเติบโตได้ดี โดยเฉพาะตลาดสหรัฐฯ และ EU ในสินค้ากลุ่ม Pet Treats เห็นได้จากรายได้ที่เติบโตกว่า 11%YoY ส่วนเทียบกับ 1Q26 จะเป็นไตรมาสที่เริ่มถูกกระทบจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้นทั้งในส่วนของ Package และราคาปลาทูน่า ขณะที่การปรับราคายังทำได้ไม่มากนัก
-
รายได้คาดที่ 4,973 ล้านบาท (+11%YoY,-4%QoQ) เทียบกับปีก่อนตามสาเหตุข้างต้น ส่วนเทียบกับ 1Q26 ส่วนหนึ่งเป็นผลจากไตรมาสก่อนมีคำสั่งซื้อบางส่วนที่เลื่อนการรับรู้มาจากเดือน ธ.ค. 25
-
กำไรขั้นต้นคาดที่ 23.2% ลดลงจาก 25% ใน 2Q25 และ 24.3% ใน 1Q26 สาเหตุหลักเกิดจากต้นทุนที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น ทั้งราคาปลาทูน่า (+ประมาณ 18%YoY,+4%QoQ) และราคา Package ที่เริ่มกระทบในเดือน พ.ค. ขณะที่การปรับราคายังทำได้ไม่มากนัก แม้ว่าสัดส่วนสินค้าในกลุ่ม Premium ยังคงอยู่ในระดับที่สูงกว่า 51% ใกล้เคียงกับ 1Q26 แต่เพิ่มจาก 46% ใน 2Q26 ส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารคาดที่ 520 ล้านบาท (+15%YoY,+6%QoQ) ส่วนหนึ่งเราคาดว่าเกิดจากค่าขนส่งที่เพิ่มขึ้น
-
ภาษีจ่ายคาดที่ 50 ล้านบาท (-26%YoY,+44%QoQ) เป็นผลกระทบจากภาษี Global minimum tax
3Q26 ปรับราคาได้มากขึ้น ส่วนการขอคืนภาษีอาจจะไม่มากนัก
ผลกระทบจากปัญหาต้นทุนที่ปรับขึ้น เริ่มปรับได้บางส่วนในช่วงปลาย 2Q26 และจะเห็นมากขึ้นในช่วง 3Q26 เป็นต้นไป ทั้งนี้ด้วยปัจจุบันราคาต้นทุนเริ่มลดลงโดยเฉพาะราคาน้ำมัน ทำให้เรามองว่าจากการปรับราคาที่ว่า อีกทั้งยังมีปัจจัยบวกจากค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลงเร็ว รวมกับการขายที่มีผลตามฤดูกาลที่จะหนุนยอดขายในช่วง 2H26 ให้เพิ่มขึ้น จะเป็นปัจจัยบวกให้กำไรขั้นต้นกลับมาปรับตัวเพิ่มขึ้นได้อีกครั้ง หลังจากชะลอไปในช่วง 2Q26 ที่ผ่านมา
สำหรับการขอคืนภาษีสำหรับสินค้าที่ส่งไปสหรัฐฯ ที่ชำระไปในระดับ 19% เบื้องต้น ITC ให้ข้อมูลว่ายื่นขอไปหมดแล้ว แต่ล่าสุดได้รับการอนุมัติมาบางส่วน แต่มูลค่ายังไม่มากนัก โดยคาดจะเริ่มเห็นมากขึ้นในช่วง 3Q26 เป็นต้นไป (ปี 25 ยอดขายส่วนที่ขายไปสหรัฐฯและสามารถขอคืนได้อยู่ที่ระดับ 1,000 ล้านบาท)
คงกำไรทั้งปีไว้เท่าเดิม
หากกำไรสุทธิออกมาตามคาดจะทำให้กำไรสุทธิในช่วง 1H26 อยู่ที่ระดับ 1,587 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 48% ของกำไรทั้งปีที่เราคาดไว้ที่ 3,291 ล้านบาท โดยแนวโน้มช่วง 2H26 มีโอกาสออกมาดีกว่า 1H26 จากสาเหตุที่กล่าวไปข้างต้น เราจึงยังคงประมาณการทั้งปีไว้เท่าเดิมก่อน สำหรับคำแนะนำการลงทุนด้วยรายได้ที่ยังเติบโตดี ทำให้หากในช่วง 3Q26 สามารถปรับราคาได้ จะหนุนให้ผลประกอบการเติบโตได้อย่างมาก เราจึงยังคงแนะนำ “ซื้อ เช่นเดิมและประเมินมูลค่าเหมาะสมได้ที่ 19.7 บาท (18XPER’26E)







