บล.กสิกรไทย:

หุ้นอสังหาริมทรัพย์ การฟื้นตัวยังต้องใช้เวลา แต่ไม่ได้หมดหวัง

การฟื้นตัวของกำไรเลื่อนไปเป็นปี 2570

ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่เกิดขึ้นอย่างไม่คาดคิดตั้งแต่ช่วงปลายไตรมาส 1/2569 เพิ่มแรงกดดันต่อความต้องการที่อยู่อาศัยในปี 2569 แม้เราจะยังคาดกำไรของบริษัทพัฒนาอสังหาฯ 10 ราย ภายใต้การวิเคราะห์ของเราจะอยู่ระดับต่ำสุดผิดปกติที่ 2.01 หมื่นลบ. ในปี 2568 ลดลง 50% จากระดับสูงที่ 4.02 หมื่นลบ. ในปี 2565 แต่เรามองว่าต้องรอจนถึงปี 2570 จึงจะเข้าสู่ช่วงการฟื้นตัวของกำไรอย่างชัดเจน หนุนจากภาวะอุปสงค์และอุปทาน การแข่งขัน และอัตราการปฏิเสธสินเชื่อของธนาคารที่ดีขึ้น

ต้องผ่านอุปสรรคหลายประการในปี 2569

แม้จะมี backlog คอนโดที่มีกำหนดโอนกรรมสิทธิ์เพิ่มขึ้น แต่เราคาดว่ารายได้จากการขายของบริษัทพัฒนาอสังหาฯ 10 รายดังกล่าวจะทรงตัว YoY ที่ระดับต่ำ 1.48 แสนลบ. ในปี 2569 ลดลงจาก 2.12 แสนลบ. ในปี 2565 ท่ามกลางตลาดที่อ่อนแอ การตั้งราคาขายเชิงรุกเพื่อระบายสต็อก คาดจะกดดันให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ของธุรกิจที่อยู่อาศัยต่ำสุดในรอบ 20 ปีที่ 28.7% ในปี 2569 การควบคุมต้นทุนอย่างเข้มงวดและกลยุทธ์ลดภาระหนี้จะยังคงเป็นกลยุทธ์หลักของกลุ่มฯในปีนี้

โอกาสเติบโตยังมีอยู่

แม้ว่าภาวะอุปสงค์และอุปทานที่ไม่สมดุลจะยืดเยื้อ แต่ยังคงมีความต้องการซื้อในบางกลุ่มและบางทำเล ทั้งในตลาดแนวราบและคอนโด เช่น กลุ่มอัลตร้าลักชัวรีในย่านศูนย์กลางธุรกิจ (CBD) และจังหวัดท่องเที่ยวสำคัญอย่างภูเก็ตและเมืองพัทยา ความเชื่อมั่นในแบรนด์และคุณภาพของโครงการที่แข็งแกร่งยังเป็นปัจจัยสำคัญที่ดึงดูดความต้องการซื้อให้กับผู้ประกอบการบางราย การขยายไปสู่ธุรกิจที่ไม่ใช่ที่อยู่อาศัยสามารถช่วยสนับสนุนยอดขายที่อยู่อาศัยและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับหุ้นได้

เราคงมุมมอง “เป็นกลาง” ต่อกลุ่มที่อยู่อาศัย

แม้คาดสภาวะตลาดที่ท้าทายจะยังคงต่อเนื่องไปจนถึงช่วงครึ่งหลังของปี 2569 แต่มูลค่าหุ้นที่น่าสนใจ (ซื้อขายด้วย PER ปี 2569E ที่ 5-7 เท่า และ PBV ปี 2569 ที่ต่ำกว่า 0.5 เท่า ไม่รวมหุ้นที่มีราคาผิดปกติ หรือ outliers) อัตราผลตอบแทนเงินปันผล (DY) ที่แข็งแกร่งที่ 6.2% และการคาดการณ์ที่ว่ากำไรจะฟื้นตัวในปี 2570 เป็นปัจจัยหนุนมุมมองดังกล่าว โดย AP และ SC เป็นหุ้นเด่นของเรา ขณะที่หุ้นอื่นๆ อาจเหมาะสมกับนักลงทุนที่มีการยอมรับความเสี่ยงและระยะเวลาที่ลงทุนที่แตกต่างกันไป

- Advertisement -