ทิศทางตลาดหุ้นวันนี้ (รักพงศ์ ไชยศุภรากุล เลขทะเบียนฯ: 19838)

ไซด์เวย์… จิตวิทยากลุ่มเทคฯ พลิกเป็นลบ กดดันภาพใหญ่ของเอเชีย

เมื่อวานนี้ ตลาดหุ้นไทยปรับขึ้นปานกลาง (ตามคาด)… ดัชนีฯ ปิดบวก 0.67% หนุนโดย i) แรงซื้อที่กลับเข้าในหุ้นใหญ่สุดของตลาดฯ ได้แก่ DELTA* (+3.82%) ซึ่งตัวเดียวหนุนดัชนี +11.76 จุด หลังจากผลประกอบการของหุ้นเทคฯ ในสหรัฐฯ อย่าง Micron Technology สูงกว่าที่ consensus คาดอย่างมีนัยสำคัญ ii) หุ้นกลุ่มท่องเที่ยว (รวมถึงขนส่งทางอากาศ) ฟื้นตัวต่อเนื่อง ตามดีลสันติภาพของสหรัฐฯ – อิหร่าน รวมทั้งประเด็นข่าวภาครัฐฯ เตรียมออกมาตรการกระตุ้นท่องเที่ยวภายในประเทศรอบใหม่

ฝ่ายวิจัยฯ ประเมิน SET Index วันศุกร์ เทรดในกรอบแคบๆ… ปัจจัยการลงทุนวันนี้ ได้แก่ ตลาดหุ้นสหรัฐฯ เทรดผันผวน ก่อนปิดแทบไม่เปลี่ยนแปลง โดยปัจจัยเศรษฐกิจเป็นบวกแต่ปัจจัยในกลุ่มเทคโนโลยีเป็นลบ… ด้านตัวเลขเศรษฐกิจนั้น เงินเฟ้อ core PCE เดือน พ.ค. +3.4% YoY เท่ากับที่ consensus คาด และสหรัฐฯ ปรับเพิ่ม GDP ไตรมาส 1/2569 โต 2.1% ซึ่งสูงกว่าตัวเลขที่รายงานเบื้องต้นไปก่อนหน้านี้ อย่างไรก็ดี หุ้นกลุ่มเทคฯ เผชิญแรงขาย นำโดย Apple Inc. หลังจากบริษัทฯ ประกาศขึ้นราคาขายผลิตภัณฑ์หลักๆ ประมาณ 20%

ด้านปัจจัยภายในประเทศ… เมื่อวานนี้ ก.พาณิชย์ รายงานตัวเลขส่งออก พ.ค. +10.6% YoY ต่ำกว่าที่ consensus คาดเล็กน้อย และไทยขาดดุลการค้าค่อนข้างมากในช่วงที่ราคาน้ำมันพุ่งแรง (อ่านเพิ่มในบทวิเคราะห์เศรษฐกิจ เช้านี้) ส่วนสัปดาห์หน้า ติดตามตัวเลขเศรษฐกิจไทยที่ ธปท. จะรายงานวันที่ 30 พ.ค.

หุ้นเด่นวันนี้ ตามปัจจัยพื้นฐาน (สุโชติ ถิรวรรณรัตน์ เลขทะเบียนฯ: 28668)

เก็งกำไร DITTO, SAWAD, MINT

DITTO (เป้า Consensus 16 บาท) 1) ประเมินรูปแบบราคาบีบกรอบแคบ (สามเหลี่ยม) มีโอกาส Break กรอบแนวต้าน ประเมินแนวรับ 13.5 บาท / แนวต้าน 14.1 บาท กรณี Break ผ่านกรอบแนวต้านนี้ได้ ประเมินกรอบแนวต้านถัดไป 14.6 – 15.4 บาท (Stop loss 13 บาท) 2) ประเมินแนวโน้มกำไร 2Q-3Q ดีต่อเนื่อง ขณะที่เตรียมออก Blu Green Token หนุน Sentiment คาดแนวโน้มการรับรู้รายได้(จาก Backlog ในมือ 5.3 พันล้านบาท) จะเร่งตัวขึ้นใน 2Q-3Q ที่เป็น High season ของการส่งมอบงาน ขณะที่ภายใน 3Q69 DITTO เตรียมออก Investment Token อ้างอิงคาร์บอนเครดิตที่จะได้จากการปลูกป่าชายเลน 1.7 หมื่นไร่ (พื้นที่ 10% ของสิทธิที่ DITTO มี) โดยจะเป็น Benchmark ราคาคาร์บอนเครดิตให้กับธุรกิจปลูกป่าชายเลนบนสิทธิกว่า 1.7 แสนไร่ และ Sentiment บวกจากการเร่ง พ.ร.บ. โลกร้อนภายในปีหน้า คาดผลการดำเนินงานหลักปีนี้ยังโตต่อ +20% YoY 3) Valuation ยังไม่แพง Forward PE 13.4 เท่า Dividend yield 3.8%

SAWAD (เป้าพื้นฐาน 26 บาท) 1) ประเมินรูปแบบราคาฟื้นตัว Sideway up หลัง Break แนวต้าน Neck-line ประเมินแนวรับ 22.9 บาท / แนวต้าน 23.6 – 24.0 บาท กรณี Break ผ่านกรอบแนวต้านนี้ได้ ประเมินแนวต้านถัดไป +/-24.5 บาท (Stop loss 21.6 บาท) 2) ประเมินต้นทุนเงินทุนเริ่มลดลง หนุน NIM ฝ่ายวิจัยฯ ประเมินการ Refinance หุ้นกู้ล่าสุด จะทำให้ต้นทุนเงินทุนของ SAWAD* เริ่มทยอยลดลงตั้งแต่ 2Q69 ขณะที่มีการปรับพอร์ตเน้นขยายสินเชื่อ Yield สูง โดยรวมคาดจะทำให้ NIM เริ่มดีขึ้น นอกจากนี้ภาพรวมเศรษฐกิจที่คาดจะผ่านจุดต่ำสุดใน 2Q69 เป็นบวกต่อแนวโน้มคุณภาพสินทรัพย์ใน 2H69 3) Valuation ถูก Forward PE 7.5 เท่า (ต่ำกว่า -1 SD ที่ราว 8.8 เท่า) PBV 1.0 เท่า ขณะที่คาดแนวโน้มกำไรจะเริ่มกลับมาโต YoY ตั้งแต่ปีนี้ หลังลดลง YoY มา 2 ปีติดต่อกัน*

MINT (เป้าพื้นฐาน 28.5 บาท) 1) ประเมินแนวโน้มราคา Sideway หลัง Break แนวต้าน ลุ้นปิดแก๊ปราคา ประเมินแนวรับ 24.7 บาท / แนวต้าน 25.5 – 26.0 บาท กรณี Break ผ่านกรอบแนวต้านนี้ได้ ประเมินแนวต้านถัดไป +/-27 บาท (Trailing stop 23.8 บาท) 2) ประเมินสถานการณ์สงครามผ่อนคลายหนุน Sentiment ช่วง High season ยุโรป เราประเมินสถานการณ์สงครามตะวันออกกลางที่ผ่อนคลายลง จะหนุน Sentiment การท่องเที่ยวโดยเฉพาะในช่วง High season 2Q-3Q ที่ยุโรป (รายได้ >70% ของ MINT*) ให้โตดีต่อเนื่อง ล่าสุดอยู่ระหว่างศึกษาร่วมลงทุนโครงการรถไฟท่องเที่ยวระดับ Luxury กับทางรัฐบาลไทย 3) Valuation ยังมี Upside PBV 1.54 เท่า (-1 SD อยู่ที่ 1.4 เท่า) Dividend yield 3% ขณะที่คาดกำไร 2Q โต YoY แม้มีสงครามฯ*

หุ้นมีข่าว

(0) วายุภักษ์เงินสดหมื่นล้าน ยันไร้แผนขาย 5 หุ้นบลูชิพ (ข่าวหุ้น) บลจ.กรุงไทย (KTAM) ในฐานะผู้จัดการกองทุนรวมวายุภักษ์ หนึ่ง (VAYU1) ปฏิเสธที่มีการคาดการณ์ขาย 5 หุ้นบิ๊กแคปเพื่อเสริมสภาพคล่อง ระบุ ปัจจุบันถือเงินสดระดับ “หลักหมื่นล้านบาท” รองรับการจ่ายผลตอบแทนและการลงทุนได้เพียงพอ เผยเพิ่มสัดส่วนในกลุ่มพลังงาน ปิโตรเคมี และกลุ่มธนาคาร เลี่ยงกลุ่มท่องเที่ยว มั่นใจผลตอบแทนปีนี้มีโอกาสเข้าใกล้เพดาน 9%

(- กลุ่มนิคมฯ) จับตา ‘เฮงตู’ ขอน้ำ-ไฟ ทุนจีนทยอยตั้งโรงงาน (กรุงเทพธุรกิจ) จับตาโมเดลทุนจีนใน EEC ของ “เฮงตู อินดัสเตรียล ปาร์ค” ทำสวนอุตสาหกรรม จดทะเบียนจัดตั้งในฐานะนายหน้าอสังหาฯ แต่พัฒนาพื้นที่กว่าพันไร่ ขอใช้ไฟถึง 300 เมกะวัตต์ กว้านซื้อน้ำรองรับภาคการผลิต บนผังเมืองสีเหลือง สำหรับที่อยู่อาศัย บริษัทจีนทยอยตั้งโรงงาน พบ “ฮวนย้า อิเล็กทรอนิกส์” ได้ BOI เปิดโรงงานผลิตหลอด LED

(+ KGEN) ‘เซอรี่’ ตั้งเป้าขาย 1.5 หมื่นคัน-เล็งเพิ่มกำลังผลิตโรงงาน (กรุงเทพธุรกิจ) เซอรี่ คาดยอดขายปีนี้ ทะลุ 1.5 หมื่นคัน หลังเปิดตัวรถใหม่ “เซอรี่ คิว” ชิงตลาด ซิตี้ อีวี เปิดแผนปีหน้า ผลักดันตลาดปลั๊ก-อิน ไฮบริด เต็มตัว เชื่อทิศทางตลาดขานรับอนาคต เล็งขึ้นสายผลิตเพิ่มเติมโรงงานระยอง

กระแสข่าว China Mobile (ผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 5 ที่ 7.81%) ขายหุ้นทั้งหมดทิ้งที่ราคาส่วนลด 3-5% จากราคาตลาด) แต่ TRUE* ยังคงไม่ยืนยัน (Kaohoon) ความเห็นนักวิเคราะห์: เป็นจิตวิทยาเชิงลบ ทำให้หุ้นถูกเทขาย ซึ่งเรามองว่าระยะสั้นมีโอกาสที่หุ้นจะมีความไม่แน่นอนแม้ปัจจัยพื้นฐานจะไม่เปลี่ยน หลังนักลงทุนเริ่มมองว่าต่างชาติขายหุ้น ICT ทิ้ง หลังจาก outperform มามากใน 2 ปีที่ผ่านมา (ต้นปี Telenor ขาย TRUE* และล่าสุด Singtel ขาย GULF*) แม้ China Mobile ไม่ได้มีบทบาทในการบริหารในทางตรงที่ผ่านมา (China Mobile ได้ถือหุ้น TRUE ผ่านการทำ PP ที่ราคา 6.45 บาท/หุ้น) เรายังแนะนำ “ซื้อ” เพิ่มจากจังหวะนี้ สำหรับการมองภาพปัจจัยพื้นฐานที่ยังดีอยู่

Apple ปรับราคาสินค้าขึ้นทั้ง Mac, iPad, Apple TV โดยมีผลทันที ตั้งแต่ 25 มิ.ย. เป็นต้นไป (Source: ผู้จัดการออนไลน์) โดย iPad และ Mac มีการปรับขึ้นราคาโดยเฉลี่ย 20% ในขณะที่กลุ่มสินค้า Desktop Mac และ Apple TV/ Homepod มีการปรับขึ้นราคาโดยเฉลี่ย 30% โดย Apple ระบุว่าการปรับราคาสินค้าขึ้นมีสาเหตุมาจากจากราคาหน่วยความจำ และพื้นที่จัดเก็บข้อมูลที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งทาง CEO ของ Apple ได้มีการพูดถึงการปรับราคาสินค้าในการสัมภาษณ์กับสื่อเมื่อสัปดาห์ก่อน ความเห็นนักวิเคราะห์: การปรับราคาดังกล่าวสอดคล้องกับการคาดการณ์ของตลาดก่อนหน้านี้ ในมุมมองของฝั่งอุปสงค์ เรามองว่าการปรับราคาขายขึ้นที่มีผลทันทีอาจส่งผลให้ผู้บริโภคชะลอการซื้อสินค้าในกลุ่มที่มีการปรับราคาขึ้น แต่อาจส่งผลต่อการพิจารณาซื้อสินค้าในกลุ่มอื่นๆที่ยังไม่ได้ปรับราคาสินค้า เช่น iPhone, Airpods เนื่องจากอาจมีความกังวลว่าราคาสินค้าจะปรับขึ้นตาม และ กลุ่มสินค้าใหม่ๆ อย่าง iPhone 18 ที่กำลังจะเปิดตัวอาจมีราคาเพิ่มขึ้นไปอีก… ในฝั่ง IT Retailer เรามองว่าการปรับราคาสินค้าขึ้นทันที จะทำให้บริษัทได้กำไรในรูปเม็ดเงินที่มากขึ้น บนสมมติฐานที่ว่าอุปสงค์ไม่เปลี่ยนแปลง โดยจะเพิ่มกำไรให้กับ COM7* ราว 2-3% ของประมาณการกำไรทั้งปี อย่างไรก็ดี benefit ที่เกิดจากการปรับราคาน่าจะค่อนข้างจำกัด เนื่องจากผู้บริโภคไม่น่าจะรีบซื้อสินค้าในกลุ่มสินค้าที่มีการปรับราคาไปแล้ว แต่ benefit อาจเกิดจากอุปสงค์ในกลุ่มสินค้าที่ยังไม่ได้ปรับราคาขึ้นมากกว่าซึ่งจะสนับสนุนผลการดำเนินงานในไตรมาส 2-3 เบื้องต้นเรามองว่ากำไรของ COM7 ในไตรมาสที่ 2 จะยังสามารถเติบโต YoY ยังคงแนะนำถือ ราคาเป้าหมาย 28 บาท

รมว.พลังงาน คาดแผน PDP2026 (2569-93) (25 ปี) จะสรุปจบภายใน 15 ก.ย. 2026 ก่อนจะเปิด public hearing โดยคาดจะมีสัดส่วนพลังงานสะอาดไม่น้อยกว่า 60% (แผนเดิม 51%) ในปลายแผน และค่าไฟเฉลี่ยตลอดสัญญาทั้งแผนไม่เกิน 4 บาท โดยโซลาร์จะมีกำลังการผลิตมากสุดถึง 272GW และจะมีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก (SMR) ด้วย (อาจมีสูงถึง 2-4GW) และความชัดเจนของ Direct PPA (กำลังปรับค่าเช่าสายส่งให้เหมาะสม) เพื่อตอบสนอง data center ที่มียอดจองใช้ไฟสูงถึง 30,000MW (Kaohoon) ความเห็นนักวิเคราะห์: เป็นจิตวิทยาบวกต่อการเล่นเก็งกำไรล่วงหน้าสำหรับหุ้นที่มีโอกาสชนะประมูลโรงไฟฟ้าใหม่หรือต่อสัญญา PPA โรงเดิมที่จะหมดอายุ โดยเรายังชอบ GPSC* (OP, TP45.00), GULF* (OP, TP70.00) และ BGRIM* (OP, TP15.30) คาดจะเห็นการปรับเพิ่ม TP และ earnings ของตลาด…สะท้อนราคาก๊าซที่เริ่มลดลง, PDP ใหม่, และการลงทุน DC แม้ราคาหุ้นได้เล่นล่วงหน้ามาระดับหนึ่งแล้ว

หุ้นที่เคยแนะนำก่อนหน้า

  • STECON (เป้าพื้นฐาน 16.4 บาท) แนะนำ “Let profit run” (Trailing stop 17.1 บาท)*

  • BGRIM (เป้าพื้นฐาน 15.3 บาท) แนะนำ “Let profit run” (Trailing stop 16.7 บาท)*

  • NTF (เป้าพื้นฐาน 20.8 บาท) แนวรับ 15.5 บาท / แนวต้าน 16.3 – 16.6 บาท (Trailing stop 15 บาท)

  • KGEN (ยังไม่มีเป้าหมาย Consensus) แนวรับ 2.26 บาท / แนวต้าน 2.42 – 2.56 บาท (Trailing stop 2.12 บาท)

  • SCGP (เป้าพื้นฐาน 32 บาท) แนวรับ 27.0 บาท / แนวต้าน 28.75 – 30.0 บาท (Trailing stop 26.25 บาท)*

  • KTB (เป้าพื้นฐาน 39 บาท) แนวรับ 36 บาท / แนวต้าน 37 – 38 บาท (Stop loss 35.5 บาท)*

  • CPN (เป้าพื้นฐาน 75 บาท) แนวรับ 66.5 บาท / แนวต้าน 67.75 – 68.75 บาท (Stop loss 64.25 บาท)*

  • BH (เป้าพื้นฐาน 210 บาท) แนวรับ 184.5 บาท / แนวต้าน 189 – 195 บาท (Stop loss 182.5 บาท)*

  • MRDIYT (เป้าพื้นฐาน 10.3 บาท) แนวรับ 9.05 บาท / แนวต้าน 9.4 – 9.6 บาท (Stop loss 9.0 บาท)

  • SPA (เป้าพื้นฐาน 3.9 บาท) แนวรับ 3.10 บาท / แนวต้าน 3.20 – 3.34 บาท (Stop loss 3.06 บาท)

  • KBANK (เป้าพื้นฐาน 245 บาท) แนวรับ 210 บาท / แนวต้าน 217 – 221 บาท (Stop loss 204 บาท)*

  • ADVICE (เป้า Consensus 7.2 บาท) แนวรับ 6.3 บาท / แนวต้าน 6.5 – 6.85 บาท (Stop loss 6.15 บาท)

  • ALT (ยังไม่มีเป้าหมาย Consensus) แนวรับ 1.82 บาท / แนวต้าน 1.91 – 2.0 บาท (Stop loss 1.62 บาท)

  • WHA (เป้าพื้นฐาน 5.4 บาท) แนวรับ 5.05 บาท / แนวต้าน 5.2 – 5.3 บาท (Stop loss 4.98 บาท)*

Report ตามปัจจัยพื้นฐานวันนี้

MTC* แนะนำ ซื้อ” เป้าพื้นฐาน 34.5 บาท ฝ่ายวิจัยฯ ปรับประมาณการฯขึ้นสะท้อนการปรับสมมติฐาน ต้นทุนเงินทุนที่ลดลง ขณะที่คาดมาตรการภาครัฐฯช่วยหนุนภาพรวมเศรษฐกิจ โดยเฉพาะเศรษฐกิจฐานราก ส่งผลดีต่อคุณภาพสินทรัพย์ ฝ่ายวิจัยฯปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 34.5 บาท (เดิม 28.5 บาท) ปรับคำแนะนำขึ้นเป็น “ซื้อ” (เดิม “ถือ”)

หมายเหตุ: 1. *บริษัทอาจเป็นผู้ออกใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์บนหลักทรัพย์นี้ / 2. เป้าพื้นฐาน หมายถึง ราคาเป้าหมายเชิงพื้นฐาน (Forecasted 12M Target price) ที่อ้างอิงจากบทวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานฉบับล่าสุดของฝ่ายวิจัยฯ / 3. เป้า Consensus หมายถึง ค่าเฉลี่ยของราคาเป้าหมายเชิงพื้นฐานที่จัดทำโดย Bloomberg consensus หรือ IAA Consensus

- Advertisement -