บล.เอเซีย พลัส:
BH เมฆหมอกเจือจาง (Trading)
Flash Points
-
ภาพการดำเนินงาน 2Q69 ดีกว่าที่ฝ่ายวิจัยประเมินไว้เล็กน้อย โดยคาดกำไรสุทธิอยู่ที่ 1,901 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.4%YoY และ 6.2%QoQ แม้รายได้ รพ. จะลดลง 1.5%QoQ จากปัจจัยฤดูกาลและกำลังซื้อในประเทศที่ยังอ่อนแอ แต่ยังเติบโต 1.8%YoY จากฐานต่ำ ในปีก่อนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุแผ่นดินไหวช่วงปลายเดือน มี.ค. ขณะที่ผู้ป่วยตะวันออกกลางฟื้นตัวเร็วกว่าคาด โดยเริ่มกลับมาตั้งแต่ปลาย 1Q69 และฟื้นตัวชัดเจน ในช่วงเดือน เม.ย.-พ.ค. หลังสิ้นสุดรอมฎอน และสงครามอิหร่านที่ผ่อนคลาย นอกจากนี้ผู้ป่วยจากเมียนมาร์, บังคลาเทศ, UK และแคนาดาที่ยังเติบโต ช่วยชดเชยรายได้จากผู้ป่วยกัมพูชาที่หายไปตั้งแต่กลางปี 68 และผู้ป่วยจีนที่ยังฟื้นตัวช้า
-
Gross Margin คาดเพิ่มขึ้นเป็น 52.8% จาก 52.3% ใน 2Q68 และ 51.3% ใน 1Q69 จากสัดส่วนผู้ป่วยต่างชาติที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มตะวันออกกลาง ซึ่งส่วนใหญ่เข้ารับการรักษาโรคซับซ้อนและมีมาร์จิ้นสูง รวมถึงผู้ป่วยไทยในกลุ่มโรคหัวใจ และมะเร็งที่เพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันบริษัทยังคงคุมค่าใช้จ่ายได้ดี ส่งผลให้ SG&A/Sales ลดลงเหลือ 15.8% จาก 16.0% ใน 2Q68 และ 17.1% ใน 1Q69 สะท้อนประสิทธิภาพการดำเนินงานที่ดีขึ้น
Impact Insight
-
หากเป็นไปตามคาด จะส่งผลให้การดำเนินงาน 1H69 คิดเป็น 48% ของประมาณการทั้งปี เบื้องต้นฝ่ายวิจัยยังคงประมาณการกำไรสุทธิปี 69 ไว้ที่ 7,714 ล้านบาท เติบโต 2.7%YoY ภายใต้สมมติฐานรายได้ รพ.อยู่ที่ 25,595 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.8%YoY
-
สำหรับ 3Q69 คาดกำไรสุทธิเติบโต YoY และ QoQ จาก Pent-Up Demand ของผู้ป่วยตะวันออกกลาง หลังสถานการณ์ความขัดแย้งในอิหร่านผ่อนคลายลงภายหลังการบรรลุข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราว 60 วัน ส่งผลให้ความเชื่อมั่นด้านการเดินทางฟื้นตัว และสนับสนุนการกลับมาของผู้ป่วยต่างชาติอื่นๆ ขณะที่ผู้ป่วยไทยเข้าสู่ High season และเศรษฐกิจในประเทศที่เริ่มคลายตัว จะช่วยให้ผู้ป่วยที่ชะลอการรักษาหรือผ่าตัดไม่เร่งด่วนกลับมาใช้บริการมากขึ้น นอกจากนี้ 3Q69 เป็นไตรมาสแรกที่ไม่ถูกกดดันจากฐานรายได้กัมพูชาที่หายไป ทำให้ภาพการเติบโตของผลประกอบการมีความชัดเจนมากขึ้น
Execution
-
ฝ่ายวิจัยคงราคาเหมาะสมอิง DCF อยู่ที่ 200.00 บาท แต่ด้วย Upside เหลือเพียง 6% จึงปรับลดคำแนะนำเป็น “เก็งกำไร” จากเดิม “ซื้อ”







