คาด SET แกว่งในกรอบรอประเมินสงครามและคำวินิจฉัยศาล

คาด SET วันนี้ “แกว่งในกรอบ”  ต้าน 1,590/1,595 จุด รับ 1,565/1,560 จุด

ความเสี่ยงสงครามสหรัฐฯ – อิหร่านที่กลับมาหลัง ปธน. Trump ประกาศยุติ MOU หยุดยิงกับอิหร่านและกลับมาโจมตี ราคาน้ำมันดิบ Brents เช้านี้เร่งขึ้นสู่กรอบ 78-80 เหรียญฯ US Bond Yield 10 ปีกลับมาที่ 4.59% ใกล้จุดสูงสุดในรอบ 1ปี ยังสร้างจิตวิทยาลบต่อสินทรัพย์เสี่ยงระยะนี้ แต่มีโอกาสเป็นโซน Peak ช่องแคบฮอร์มุซที่ยังไม่ถูกปิดรอบใหม่ การเจรจาสหรัฐฯวันที่ 11 ก.ค. ยังไม่ถูกยกเลิก ขณะที่ราคาน้ำมันดิบ YTD 84.5 เหรียญฯ (vs ระดับเสี่ยงกระทบกำไรตลาด สมมติฐานน้ำมันทั้งปี >95 เหรียญฯ) SET วานนี้ปรับลงแรงสะท้อนความเสี่ยงแล้วระดับหนึ่ง ผสาน ไทยมีหุ้นพลังงาน (20% มูลค่าตลาด) ช่วยความผันผวนจากปัจจัยดังกล่าวจำกัดขึ้น แต่กลุ่มอื่นที่ยังขาดแรงส่ง ฝั่ง De-escalation รอประเมินสงคราม รวมถึงธีมลงทุนรอติดตามคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญเรื่อง พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาทขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ เราประเมิน 3 ฉากทัศน์ (ไม่ขัด, ขัดบางส่วน, ขัด) หากออกมากรณีที่ 1-2 คาด SET มีโอกาสฟื้น โดยระยะสั้น SET แกว่งในกรอบรอ

หุ้นธีมเด่นวันนี้ 

1) กลุ่มได้ประโยชน์ราคาน้ำมันดิบพลิกกลับเร่งขึ้น อาทิ พลังงาน PTTEP, TOP, SPRC, PTT ปิโตรเคมี SCC, PTTGC, IVL 

2) กลุ่ม Bond Yield เร่งขึ้นหนุนจิตวิทยา ธนาคาร KBANK, KTB ประกัน BLA, TLI 

3) หุ้นอิงภายนอก ที่คาดเม็ดเงินสลับออกจากหุ้นอิงภายในที่ขาดแรงส่งระยะสั้น อาทิ ชิ้นส่วนฯ HANA, KCE

KSS Alpha Espresso Picks : KCE HANA (เงินสลับออกจากหุ้น Domestic ที่ระยะสั้นขาดแรงส่ง ขณะที่รอบลงทุนโลกเริ่มสร้างแรงส่งยอดขาย Non-AI) KBANK (จิตวิทยาบวก Yield สลับขึ้น ธนาคารเป้าหลัก Fund Flows ที่เข้าไทยต่อเนื่อง)

Key Factors:

(*/-) War & Yield: ปธน. Trump ประกาศยุติ MOU หยุดยิงกับอิหร่านและกลับมาโจมตี ราคาน้ำมันดิบ Brents เช้านี้เร่งขึ้นสู่ 78-80 เหรียญฯ US Bond Yield 10 ปีกลับมาที่ 4.59% ใกล้จุดสูงสุดใน 1ปี แต่มีโอกาสเป็นโซน Peak ช่องแคบฮอร์มุซที่ยังไม่ถูกปิดรอบใหม่ การเจรจาสหรัฐฯวันที่ 11 ก.ค. ยังไม่ถูกยกเลิก ราคาน้ำมันดิบ YTD 84.5 เหรียญฯ (vs ระดับเสี่ยงกระทบกำไรตลาดสมมติฐานน้ำมันทั้งปี >95 เหรียญฯ) SET วานนี้ปรับลงแรงบ่ายวานนี้ ไทยมีหุ้นพลังงาน (20% มูลค่าตลาด) ช่วยความผันผวนจำกัดขึ้น

(*/+) Fund Flows: ต่างชาติ ซื้อหุ้นไทย +96.3 ล้านเหรียญฯ เป็นการซื้อ 10 ใน 11 วันทำการ เอเชียซื้อทุกประเทศยกเว้นไต้หวันและฟิลิปปินส์ จิตวิทยาบวก SET และหุ้น Large-Big Cap ธนาคาร ไฟฟ้า สื่อสาร สนามบิน พลังงาน ปิโตรเคมีขั้นกลาง

(*) TH Politic: วันนี้ ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ประเมิน 3 ฉากทัศน์ โดยมีน้ำหนักเชิงบวกใน กรณีที่ 1 (ไม่ขัด) และ กรณีที่ 2 (ขัดบางส่วนในงบพลังงาน) คาดจะคลาย Overhang หนุน SET Index หลังสะท้อนความเสี่ยงล่วงหน้า กรณีที่ 1 คาดหุ้นธีมลงทุนฟื้นเด่น กรณีที่ 2 เน้นธนาคารที่ระยะสั้นมีมาตรการบริโภคประคอง ระยะถัดไปลงทุนเดินหน้าหนุน กรณีที่ 3 (ขัดทั้งหมด) จะเป็นลบต่อ GDP ปี 2026F และความเสี่ยงการเมือง แนะหลบสู่กลุ่ม Global Plays และ Energy Security

(+) BOI: BOI อนุมัติ 9 โครงการมูลค่า 6.6 หมื่นล้านบาท เป็นภาพไทยเข้าสู่ CAPEX cycle แรงส่งภายนอกเด่นต่อเนื่อง หนุนหุ้น ธนาคาร นิคม รับเหมา ไฟฟ้า สื่อสาร

(*/-) Utilities: รัฐเตรียมรื้อสัญญารับซื้อไฟฟ้าเอกชน+ลดราคารับซื้อ จิตวิทยาลบไฟฟ้า แต่ผลกระทบจำกัดและต้องใช้เวลา ระยะสั้นกระทบ BCPG และ GUNKUL เล็กน้อย เน้นธีมหลักอย่างแผน PDP26F, การเปิด Direct PPA, LNG ขาลง สะสม GULF

Technical Focus  9 กรกฎาคม 2569 

คาดการณ์แนวโน้ม SET INDEX วันนี้ :  “พักฐาน วางแนวรับ 1,565 / 1,560  ขยับแนวต้านลง 1,590 / 1,595”

กราฟ SET เริ่มแกว่งตัวลงต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ยระยะสั้น EMA 5,10 วัน ในลักษณะของ Closing black line ในขณะที่เครื่องมือทางเทคนิคส่วนใหญ่เริ่มมีทิศทางชะลอตัวลงอีกครั้ง อาทิ Modified stochastic และ RSI ถึงแม้ MACD ยังทรงตัวบวกเหนือแกน 0 ในขณะที่ Volume กลับมาเร่งตัวขึ้น สะท้อนถึงแรงขาย Lock กำไรที่เกิดขึ้น จึงอยู่ในด้านระมัดระวังความผันผวนที่สูงขึ้นต่อเนื่อง และให้น้ำหนัก SET ในระยะสั้น มีภาพของการพักฐานลง โดยวางแนวรับไว้ที่เส้น Uptrend บริเวณ 1,565 / 1,560 จุด ส่วนแนวต้านขยับลงที่บริเวณ 1,590 / 1,595 จุด (Gap / Prior low) ตามลำดับ    

คำแนะนำ : 

1.) นักลงทุนระยะสั้นอยู่ในด้านทยอยขาย Lock กำไรตามแนวต้าน จึงค่อยทยอยซื้อคืนภายหลัง

2.) นักลงทุนระยะกลางถึงยาว ยังเน้นถือลงทุน (แนะนำใช้ EMA 50 วันเป็น Tarling stop) 

เก็งกำไร

  • PTTEP เป้าหมาย 143.5 / 147.0 แนวรับ 140.0 จุดตัด 138.0 
  • IRPC เป้าหมาย 1.95 / 2.00 แนวรับ 1.88 จุดตัดขาดทุน 1.85 
  • TLI เป้าหมาย 12.20 / 12.70 แนวรับ 11.60 จุดตัดขาดทุน 11.20 
  • AJ เป้าหมาย 3.16 / 3.30 แนวรับ 3.02 จุดตัดขาดทุน 2.96 

Depositary Receipts (DR)

  • PETROCN80 เป้าหมาย  4.02 / 4.10 แนวรับ 3.80 จุดตัดขาดทุน 3.70

KSS Commodities Update – 9-ก.ค.-26

  • น้ำมันดิบ Brent +8.38%DoD ปิดที่ US$ 78.02/barrel
  • น้ำมันดิบ West Texas  +4.37%DoD ปิดที่ US$ 73.52/barrel
  • ถ่านหินล่วงหน้า Newcastle +2.27%DoD ปิดที่ US$ 130.85/ตัน
  • ก๊าซธรรมชาติ NYMEX -1.62%DoD ปิดที่ US$3.212/MMBtu
  • น้ำตาล   -0.20%DoD ปิดที่ 15.11Cent/lb 
  • ถั่วเหลือง  -0.46%DoD ปิดที่ 1192.25 Cent/bu
  • น้ำมันปาล์ม  +0.38%DoDปิดที่ 4520Myr/mt
  • ยาง TOCOM  -0.64%DoD ปิดที่ 418.7JPY/kg
  • เหล็กเส้น  +0.22%DoD ปิดที่ 463 CNY/MT
  • ดัชนีค่าระวางเรือ BDI -0.10% ปิดที่ 2871 จุด
  • ราคาแร่เงิน -2.80% ปิดที่ 58.3013 US$/Oz
  • ราคาทองคำ -0.70% ปิดที่ 4077.43 US$/Oz
  • ราคาบิทคอย -2.52% ปิดที่ 62059.97 USD
- Advertisement -