บล.เคจีไอ (ประเทศไทย):
SYNEX (Thailand) PCL (SYNEX.BK/SYNEX TB)
ประมาณกากำไร 2Q69F: ได้รับผลกระทบบ้างจากอุปทานที่ตึงตัว
Event
อัพเดตข้อมูลบริษัท, ประมาณการกำไร 2Q69F
Impact
วิกฤติ Memory กระทบยอดจัดส่ง smartphone ทั่วโลกใน 2Q69
จากรายงานของผู้เชี่ยวชาญระดับโลก ยอดจัดส่ง smartphone ทั่วโลกลดลง 11% YoY ใน 2Q69 ซึ่งเป็นระดับที่ต่ำที่สุดในไตรมาสที่สองนับตั้งแต่ปี 2556 จากวิกฤติ memory ซึ่งทำให้ขาดแคลน DRAM และ NAND และราคาสูงขึ้น ทั้งนี้ Samsung เติบโตแข็งแกร่งที่สุด YoY ด้วยส่วนแบ่งตลาด 24% ในขณะที่ Apple โต 3% YoY โดยมีส่วนแบ่งตลาด 20% จากอุปสงค์ที่แข็งแกร่งของ iPhone เกรด premium ในขณะที่ Xiaomi, OPPO และ Vivo ถูกกระทบจากราคา memory จึงทำให้หดตัวมากที่สุด YoY ทั้งนี้ ผู้เชี่ยวชาญระดับโลกมองว่าแนวโน้มใน 2H69 ยังท้าทาย โดยประเมินว่ายอดจัดส่ง smartphone ทั่วโลกจะลดลง 14% YoY ในปี 2569 (สอดคล้องกับมุมมองของทีมวิจัย KGI Taiwan ที่คาดว่ายอดจัดส่ง smartphone ทั่วโลกจะลดลง 12% YoY) ในขณะที่คาดว่า memory ทั่วโลกจะยังคงขาดแคลนต่อเนื่องในปี 2570
ประมาณการกำไร 2Q69F: กำไรจากธุรกิจหลักจะเพิ่มขึ้นทั้ง YoY และ QoQ
เราคาดว่ากำไรจากธุรกิจหลักของ SYNEX ใน 2Q69 จะอยู่ที่ 185 ล้านบาท (+13% YoY, +5% QoQ) จากยอดขายที่เพิ่มขึ้นทุกหมวด (ยกเว้นหมวด Apple ที่คิดเป็น 32% ของยอดขายรวม ซึ่งเผชิญกับสถานการณ์ของขาด) และ อัตรากำไรขั้นต้นที่เพิ่มขึ้น สะท้อนถึงการปรับขึ้นราคาขาย (ASP) จากอุปทานที่ตึงตัวขึ้น เราคาดว่ายอดขายใน 2Q69F จะอยู่ที่ 1.2 หมื่นล้านบาท (+4% YoY, +7% QoQ) จากอุปสงค์ที่แข็งแกร่งของทุกกลุ่มธุรกิจซึ่งสะท้อนถึงการนำเทคโนโลยีใหม่มาใช้ ทั้งนี้ ราคาขายเฉลี่ยที่สูงขึ้น (ท่ามกลางภาวะอุปทานที่ตึงตัว), อุปสงค์ที่เพิ่มขึ้นของสินค้าที่มี margin สูง และ สินค้าคงคลังต้นทุนต่ำน่าจะช่วยหนุนให้อัตรากำไรขั้นต้นใน 2Q69 เพิ่มขึ้น 3.91ppts (+11bps YoY, +4bps QoQ) เราคาดว่าสัดส่วน SG&A ต่อยอดขายจะเพิ่มขึ้นเป็น 2.4% (จาก 2.3% ใน 2Q68 และ 2.3% ใน 1Q69) จากค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น
แนวโน้มยังท้าทายในช่วงที่เหลือของปีนี้
เนื่องจากเราคาดว่าสถานการณ์อุปทานตึงตัวจะยืดเยื้อ เราจึงมองว่าแนวโน้มยอดขายของ SYNEX ต้องเผชิญความท้าทายในช่วงที่เหลือของปีนี้ และ ต่อเนื่องไปถึงปีหน้า อย่างไรก็ตาม อานิสงส์จากสินค้าคงคลังต้นทุนต่ำ และ การเปลี่ยนมาขายสินค้าที่มี margin สูงน่าจะช่วยหนุนอัตรากำไรขั้นต้น ซึ่งจะมาช่วยชดเชยยอดขายที่มีแนวโน้มจะอ่อนแอไปได้บางส่วน นอกจากนี้ เราเชื่อว่าประมาณการกำไรปี 2569 ของเราสะท้อนความกังวลไปมากแล้ว ซึ่งหากผลประกอบการเป็นตามคาด กำไรจากธุรกิจหลักในงวด 1H69 จะคิดเป็น 51% ของประมาณการกำไรเต็มปีของเรา
Valuation & action
เรายังคงราคาเป้าหมายสิ้นปี 2569F ที่ 11.00 บาท (PER ที่ 13.0x, ค่าเฉลี่ยในอดีต -1.0 S.D.) ถึงแม้จะมีความท้าทายอยู่บ้างในระยะต่อไปจากสถานการณ์อุปทานตึงตัว แต่ประมาณการกำไรปี 2569F ของเรามี ความเสี่ยงทางด้าน downside จำกัด เพราะเราใช้สมมติฐานยอดขาย และ อัตรากำไรขั้นต้นที่อนุรักษ์นิยมมากกว่าเป้าของบริษัท ทั้งนี้ เนื่องจากมีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลที่ 6% มาช่วยค้ำ และ ราคาหุ้นยังเหลือ upside อีก 15% เราจึงยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” SYNEX
Risks
ภาวะการแข่งขัน และ อัตรากำไรลดลง, ความเสี่ยงจากการที่คู่ค้าปรับเปลี่ยนโมเดลธุรกิจ, การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี, อัตราแลกเปลี่ยน, ความเสี่ยงจากการที่ต้นทุนทางการเงินสูงขึ้น







