บล.พาย:

KTC: Krungthai Card PCL

สำรองหนี้ฯ ลดหนุนกำไรสุทธิใน 2Q26

ปรับคำแนะนำเป็น “ถือ” จาก “ซื้อ” จากอัตราผลตอบแทนจำกัด ปรับมูลค่าพื้นฐานเป็น 38.50 บาท (เดิม 34 บาท) จากการปรับลดสำรองหนี้ฯ ส่งผลกำไรขยายตัวดีขึ้น คำนวณด้วยวิธี Gordon growth model (ROE 18%, Long term growth 2%) อิง 2.1x PBV’26E และ 11.5x PE’26E KTC รายงานกำไรสุทธิใน 2Q26 ออกมาที่ 2.2 พันล้านบาท (+17% YoY, +2 % QoQ) และ NPL ratio ทรงตัวที่ 1.9% ส่งผลให้กำไรใน 1H26 เติบโต 17% YoY ที่ 4.4 พันล้านบาท โดยคาดว่ากำไรสุทธิในปี 2026 จะเติบโตต่อเนื่อง 10% สำหรับใน 2H26 คาดกำไรจะปรับลดลง HoH และปรับตัวสูงขึ้น YoY โดยคาดให้อัตราผลตอบแทนเงินปันผล 5% ในปี 2026

กำไรสุทธิเติบโต YoY และ QoQ ใน 2Q26

  • กำไรก่อนสำรองหนี้ฯ ค่อนข้างทรงตัวที่ 4.1 พันล้านบาท ขณะที่กำไรสุทธิเติบโตที่ 2.2 พันล้านบาท (+17% YoY, +2% QoQ) ปัจจัยหลักหนุนการเติบโต (1) สำรองหนี้ฯ ลดลง (2) รายได้อื่นสูงขึ้น และ (3) อัตราภาษีจ่ายภาษีลดลง YoY แต่ทรงตัว QoQ ที่ 20.1%

  • สินเชื่อรวมทรงตัว QoQ หลังจากการลดลงของสินเชื่อบัตรเครดิต (-0.6% QoQ) ถูกชดเชยจากสินเชื่อบุคคลขยายตัว (+1.3%)

  • ส่วนต่างดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) เพิ่มขึ้นที่ 19.6% (+41 bps YoY และ +28 bps QoQ) จากอัตราผลตอบแทนสินเชื่อเพิ่มขึ้น พร้อมกับต้นทุนการเงินลดลง

  • งบดุลทรงตัว แม้หนี้เสียปรับเพิ่มขึ้นจากบัตรเครดิต และสินเชื่อบุคคล แต่หนี้เสียของลูกหนี้ตามสัญญาเช่า ลดลงทำให้ NPL ratio ทรงตัวที่ 1.9% และ Coverage ratio เพิ่มขึ้นเป็น 426% ขณะที่ Stage 2 ratio ทรงตัวที่ 11% ด้าน Credit cost ลดลงเหลือ 486 bps (-82 bps YoY, -20 bps QoQ)

สำรองหนี้ฯ ลดลงส่งผลกำไรเติบโตดีกว่าคาด

  • เราปรับเพิ่มประมาณการกำไรเพิ่มขึ้น 4%/2% ในปี 2026-27 ส่วนใหญ่จากการปรับลด Credit cost ลงเหลือ 5% (เดิม 5.4%) สะท้อนสำรองหนี้ฯ ที่ต่ำกว่าคาดใน 2Q26 โดยคาดว่ากำไรสุทธิเติบโตสูงขึ้นที่ 10%/2% ในปี 2026-27 หนุนจากสำรองหนี้ฯ ลดลง และค่าใช้จ่ายภาษีลดลง โดยคาดสมมติฐานการจ่ายเงินปันผลที่ 58% (ใกล้เคียงระดับในปี 2025) ให้ผลตอบแทนเงินปันผลที่ 5% ในปี 2026

  • การเติบโตของ KTC มาจากการลดค่าใช้จ่ายเป็นหลัก (1) ต้นทุนการเงินลดลงจากอัตราดอกเบี้ยขาลง (2) สำรองหนี้ฯ ลดลงจากงบดุลที่แข็งแกร่ง และ (3) ค่าใช้จ่ายภาษีลดลงจากฐานสูงในปี 2025 ทั้งนี้ ในปี 2027 เรามองว่าการเติบโตของกำไรในปี 2027 จะท้าทายมากขึ้น เพราะอัตราดอกเบี้ยสิ้นสุดขาลง และฐานภาษีระดับปกติในปี 2026 ดังนั้น สำรองหนี้ฯ ลดลงจะเป็นปัจจัยหลักหนุนการเติบโตของกำไรทำให้ ROE จะปรับลดลง

  • การเปิดตัวของธนาคาร คลิกซ์ (CLICKX) และธนาคารไร้สาขา (Virtual Bank) อีก 2 แห่งจะดำเนินงานในปี 2027 มุ่งเน้นการปล่อยสินเชื่อไม่มีหลักประกัน ทำให้การแข่งขันตลาดสินเชื่อบุคคล และบัตรเครดิตแนวโน้มรุนแรงขึ้น ซึ่งเป็นตลาดสินเชื่อหลักของ KTC ดังนั้นการเติบโตสินเชื่อของ KTC จะมีความท้าทายมากขึ้นในปี 2027 หากไม่มีกลยุทธ์ทางธุรกิจที่โดดเด่นจากที่ดำเนินงานในปัจจุบัน

- Advertisement -