บล.พาย:
OSP: Osotspa PCL
คาดกำไร 2Q26 โต YoY และปันผลเด่น
เราคงคำแนะนำ “ซื้อ” มูลค่าพื้นฐาน 20.00 บาท ด้วย Valuation ที่น่าสนใจระดับ 14 เท่า และมีผลตอบแทนเงินปันผลระดับ 5%-6% ประเมินกำไร 2Q26 ที่ 1.09 พันล้านบาท (+8%YoY, -6%QoQ) หนุนจากอัตรากำไรขั้นต้นที่ขยายตัวจากการลดโปรโมชั่นแม้รับรู้ต้นทุนที่สูงขึ้นในช่วงกลางไตรมาส ขณะที่ยอดขายตลาดในประเทศเติบโตดีต่อเนื่อง แต่ยอดขายในตลาดต่างประเทศลดลงราว 5% YoY ไม่รวมผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนตามมาตรฐานบัญชี ปัญหาการขอใบอนุญาตการนำเข้าสินค้าในเมียนมาเริ่มกลับมาดีขึ้นช่วงเดือนมิ.ย. 2026 ขณะที่ช่วง 3Q26 เป็นช่วงฤดูฝนอาจทำให้การขนส่งไม่สะดวกมากนักแต่เราคาดว่าจะทยอยกลับมาดีขึ้นใน 4Q26
คาดกำไร 2Q26 โต YoY จากอัตราการทำกำไรที่ดี
-
เราคาดยอดขาย 6.2 พันล้านบาท (-9%YoY, -2%QoQ) จากยอดขายเครื่องดื่มในประเทศที่เติบโต 5% YoY จากการบริหารช่องทางกระจายสินค้าให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และมีปัจจัยบวกจากโครงการไทยช่วยไทยพลัสของรัฐบาลทำให้ยอดขายจากตลาดค้าปลีกแบบดั้งเดิมเติบโต YoY และยอดขายเครื่องดื่ม Functional drink เติบโตตามตลาดที่กลับมาเติบโต YoY, ยอดขาย Personal care โต 7%YoY ส่วนยอดขายในตลาดต่างประเทศที่ลดลง 5%YoY จากปัญหาการขอใบอนุญาตการนำเข้าสินค้าในเมียนมาที่มีผลกระทบ 2 เดือนเทียบกับช่วง 1Q26 ที่มีผลกระทบช่วงปลายไตรมาส ส่วนยอดขายที่ลดลงเยอะจะเป็นผลจากการรับรู้มาตรฐานการบัญชีใหม่
-
คาดอัตรากำไรขั้นต้นที่ขยายตัว 90 bps YoY จากการลดโปรโมชั่นและประสิทธิภาพการผลิตที่ดีขึ้นจากการรวมศูนย์การผลิตที่อยุธยา และการควบคุมค่าใช้จ่ายการตลาดที่ดีทำให้ SG&A-to-sales ratio ลดลง 190 bps YoY
แนวโน้มกำไร 2H26 โต YoY แม้อ่อนตัวลง HoH ตามปัจจัยฤดูกาล
-
เราคาดว่ายอดขายตลาดในประเทศยังคงโตแข็งแกร่งทั้งยอดขายเครื่องดื่มและยอดขายสินค้า Personal care รับปัจจัยบวกจากโครงการไทยช่วยไทยพลัสของรัฐบาล
-
ส่วนยอดขายในตลาดต่างประเทศคาดว่าจะทยอยดีขึ้นจากปัญหาการขอใบอนุญาตการนำเข้าสินค้าในเมียนมาที่คลี่คลาย แม้ว่าช่วง 3Q26 เป็นช่วงฤดูฝนอาจทำให้การขนส่งไม่สะดวกมากนักแต่เราคาดว่าจะทยอยกลับมาดีขึ้นใน 4Q26
คำแนะนำ “ซื้อ” ปันผลสูง 5%-6%
มูลค่าพื้นฐาน 20.00 บาท คำนวณ PE multiple ที่ 16xPE’26E ใกล้เคียงค่าเฉลี่ยกลุ่มเครื่องดื่มในประเทศ (เดิม 19.00 บาท) หลังปรับประมาณการกำไรปี 2026-27 ขึ้น 3%-5% เพื่อสะท้อนอัตรากำไรขั้นต้นที่ดีกว่าคาด
ข้อมูลในบทวิเคราะห์อิงตามข้อมูลบริษัทที่มีการปรับใช้มาตรฐานการบัญชีฉบับที่ 21 เรื่องผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2026 ทำให้การแปลงค่ารายการในงบการเงินที่เป็นสกุลเงินเมียนมาจัดด้วยอัตราแลกเปลี่ยนตลาดที่รายงานโดยธนาคารกลางเมียนมา (Market Trading Rate) แทนอัตราแลกเปลี่ยนที่ประกาศโดย ธปท.







