เช้านี้น้ำมันดิบขยับบวก 3% และบาทที่อ่อนค่าจะเป็นปัจจัยกดดัน ยังเน้นใช้ปริมาณเงินไม่มาก

MARKET UPDATE

DJIA คืนวันศุกร์ปิดลบ 406 จุด (-0.77%) ขณะที่ S&P500 ปิดลบเช่นกัน (-1%) นักลงทุนขายหุ้นเกี่ยวข้องกับ Semi เชื่อว่าเป็นเพราะราคาหุ้นที่ปรับขึ้นมาร้อนแรง ด้านราคาน้ำมันดิบ BRT ปิดบวก 4.6% สถานการณ์ในตะวันออกกลางที่รุนแรงเป็นตัวเพิ่มแรงกดดัน

MARKET OUTLOOK

ปัจจัยต่างประเทศ

Semiconductor เผชิญกับแรงขายต่อเนื่องแม้กำไรมีทิศทางเติบโตดีผสานกับ Hyperscalers ยังคงเร่งใส่งบลงทุน จึงมองการปรับลงเป็นผลจากราคาหุ้นที่ปรับขึ้นร้อนแรง YTD MU +187% AMD +126% SNDK +454% โดยสัปดาห์นี้รอดูผล ประกอบการ Alphabet รายงานหลังหุ้นสหรัฐปิดในวันพุธหากยืนยันการลงทุนพร้อมกับผลการดำเนินงานที่ดีจะเป็นปัจจัยที่ดี ขณะที่สถานการณ์สงครามยังค่อนข้างตึงเครียดมีรายงานการสูญเสียใน JORDAN อาจเป็นปัจจัยเร่งความตึงเครียดจากนี้ คืนนี้ไม่มีปัจจัยสำคัญต้องติดตาม รอดูเพียงการเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นและสถานการณ์สงคราม โดยเริ่มเห็นการปรับขึ้นของ BondYield สะท้อนนักลงทุนกลับมากังวลกับเงินเฟ้อ ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันการลงทุน ขณะที่เช้านี้ KOSPI -2.3%

ปัจจัยในประเทศ

ตลาดหุ้นไทยยังคงได้ปัจจัยหนุนจากกระแสเงินทุนต่างชาติที่เข้าซื้อสุทธิต่อเนื่อง อย่างวันศุกร์ซื้อสุทธิกว่า 5.1 พันล้านบาทและ สะสม YTD มากถึง 6.9 หมื่นล้านบาท ปัจจัยหนุนคาดมาจาก ทิศทางการเมืองที่นิ่งพร้อมกับ Flow จากอินโดนีเซีย และการปรับลงของ TECH จะเป็นปัจจัยบวกต่อ Value Stock

ประเมิน SET กรอบ 1630 – 1650 เช้านี้เงินบาทอ่อนค่าทดสอบ 33.66 บาท / ดอลลาร์สหรัฐฯ พร้อมกับราคาน้ำมันดิบขยับขึ้น 3% มองเป็นปัจจัยกดดัน Fund Flow กลยุทธ์การลงทุนไม่ควรประมาทกับการลงทุน หุ้นแนะนำเน้นที่พลังงาน (PTTEP PTT PTTGC TOP) ส่งออก (ITC TU) เงินบาทอ่อนค่าเป็นปัจจัยหนุน รวมไปถึง Defensive (ADVANC CPN CPALL) และอาจระมัดระวังกลุ่ม TECH

TOP PICK

TU (ซื้อ) ราคาเป้าหมาย 15.00 Bt 

ปัจจัยบวกจากผลประกอบการ2Q26 ที่คาดว่ากำไรปกติจะเพิ่มขึ้นจาก 1Q26 ถึง 22% จากกำไรขั้นต้นที่สูงถึง 19.7%

ITC (ซื้อ) ราคาเป้าหมาย 19.70 Bt 

ปัจจัยบวกจากอัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลง รวมกับต้นทุนที่เริ่มเห็นการปรับตัวลดลง

- Advertisement -