บล.เคจีไอ (ประเทศไทย): 

MR. D.I.Y. Holding (Thailand) PCL (MRDIYT.BK/MRDIYT TB)*

ประมาณการ 2Q69F: การขยายสาขาจะช่วยหนุนกำไร (Neutral‧Maintained)

Event 

เราคาดว่ากำไรสุทธิของ MRDIYT ใน 2Q69 จะเพิ่มขึ้นเป็น 756 ล้านบาท (+19% YoY, +12% QoQ) เพราะยอดขายเพิ่มขึ้นจากการขยายสาขา, อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นเพราะได้อานิสงส์จากการประหยัดต่อขนาด, ต้นทุนการเงินลดลง และ ผลขาดทุนต่อสาขาที่ลดลงของ KKV ซึ่งจะทำให้กำไรสุทธิในงวด 1H69 อยู่ที่ 1.4 พันล้านบาท (+22% YoY) และ คิดเป็น 48% ของประมาณการกำไรเต็มปี 

Impact 

การขยายสาขาร้านช่วยชดเชย SSSG ที่ติดลบ 

เนื่องจาก i) ผลของฐานที่สูงในเดือนเมษายน 2568 (จากอุปสงค์ pent up demand หลังแผ่นดินไหว) และเดือนพฤษภาคม 2568 (จากการเบิกจ่ายงบเครื่องเขียน) และ ii) การจับจ่ายใช้สอยของผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงไปเพราะมาตรการ “ไทยช่วยไทยพลัส” ซึ่งมีผลในเดือนมิถุนายน 2569 เราคาดว่า SSSG ของ MRDIYT จะหดตัว 1.5% ใน 2Q69 (จาก 5% ใน 2Q68 และ 1.3% ใน 1Q69) อย่างไรก็ตาม เราคาดว่าการที่บริษัทเปิดสาขาร้านใหม่สุทธิ 56 ร้านใน 2Q69 (ทำให้จำนวนสาขาร้านทั้งหมดเพิ่มขึ้น 22% YoY เป็น 1,248 ร้าน ณ สิ้นงวด 2Q69 จาก 1,027 ร้าน ณ สิ้นงวด 2Q68) จะช่วยหนุนให้ยอดขายใน 2Q69 เพิ่มขึ้นเป็น 5.8 พันล้านบาท (+18% YoY, +7% QoQ) 

Margin จะดีทั้งที่ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น 

เนื่องจากไม่ได้รับผลกระทบจากต้นทุนที่สูงขึ้นเพราะ MRDIYT ทำคำสั่งซื้อไว้ ~6 เดือน เราจึงคาดว่าMRDIYT น่าจะยังได้อานิสงส์จากการประหยัดต่อขนาด และ ยังคงคาดว่าอัตรากำไรขั้นต้นใน 2Q69 จะอยู่ที่ 51.8% (+40bps YoY, -10bps QoQ) ซึ่งจะทำให้อัตรากำไรขั้นต้นในงวด 1H69F อยู่ที่ 51.9% (+40bps YoY) ซึ่งอยู่ในช่วงเป้าหมายปีนี้ของบริษัทที่ 51.0-52.0% เราคาดว่าค่าใช้จ่าย SG&A จะเพิ่มขึ้นเร็วกว่าการเติบโตของยอดขายโดยอยู่ที่ 2 พันล้านบาท (+22% YoY, +6% QoQ) ซึ่งจะทำให้สัดส่วน SG&A ต่อยอดขายอยู่ที่ 34.0% (จาก 32.8% ใน 2Q68 และ 34.4% ใน 1Q69) สะท้อนถึงค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการขยายสาขาร้าน และ ต้นทุน logistic ที่สูงขึ้น เราคาดว่าส่วนแบ่งผลขาดทุนจาก KKV (บริษัทร่วมที่ถือหุ้น 49%) จะอยู่ที่ 29 ล้านบาท (จาก 28 ล้านบาทใน 1Q69) แม้จะมีการเปิดสาขาใหม่เพิ่มอีก 4 ร้าน (ทำให้จำนวนสาขาร้าน KKV ทั้งหมดอยู่ที่ 20 ร้าน ณ สิ้นงวด 2Q69) จากกลยุทธ์การลดขนาดสาขา และ การคัดสรรสินค้า 

ขาดปัจจัยกระตุ้นใหม่ ๆ 

เรายังคงมองว่าความเสี่ยงซึ่งได้แก่ อุปสงค์ที่อ่อนแอ, ต้นทุน และ ค่าใช้จ่ายที่อาจเพิ่มขึ้น, และ การอ่อนค่าของเงินบาท (คาดว่าอัตราแลกเปลี่ยนที่เปลี่ยนแปลงไปทุก ๆ 1 บาทจะกระทบกับอัตรากำไรขั้นต้นประมาณ 30bps) จะยังอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ เพราะ MRDIYT กำหนดตำแหน่งเป็นผู้ขายสินค้าที่คุ้มค่าเงิน (value-for-money products) และ ได้อานิสงส์ทางด้านต้นทุนจากการเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่าย MR. D.I.Y. เรามองว่าการขยายสาขาร้านจะยังคงเป็นปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนการเติบโตของกำไร อย่างไรก็ตาม เรายังไม่เห็นปัจจัยกระตุ้นใหม่ ๆ และ มองว่าประมาณการกำไรของเรามี upside จำกัด นอกจากนี้ ตามปกติแล้วไตรมาสที่สามจะเป็นช่วงที่ผลประกอบการมักจะอ่อนแอตามฤดูกาล ดังนั้น เราจึงคาดว่ากำไรใน 3Q69 จะลดลง QoQ ก่อนที่จะเข้าสู่ช่วง peak ตามฤดูกาลในไตรมาสที่สี่ 

Valuation & action 

เรายังคงราคาเป้าหมาย 1H70F ไว้ที่ 10.30 บาท อิงจาก PER ที่ 19.0x (ค่าเฉลี่ยในอดีตของหุ้นกลุ่มนี้ในตลาดโลก +0.75 S.D.) ถึงแม้ว่าการขยายสาขาร้าน และ margin ที่เพิ่มขึ้นจะช่วยหนุนการเติบโตของกำไร แต่เรามองว่าประมาณการกำไรของเรามี upside จำกัด และ ยังขาดจากปัจจัยกระตุ้นใหม่ ๆ เราจึงยังคงคำแนะนำ “ถือ” MRDIYT 

Risks 

เศรษฐกิจชะลอตัว, ขยายสาขาได้ต่ำกว่าเป้า, ภัยธรรมชาติ, สินค้าคงคลังสูง, ความนิยมของลูกค้าเปลี่ยนแปลงไป, ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน 

- Advertisement -