บล.เมย์แบงก์ (ประเทศไทย):
Osotspa PCL (OSP TB) (BUY)
การควบคุมต้นทุนอย่างมีวินัย หนุนกำไรเติบโต
คงคำแนะนำ “ซื้อ” และยังคงเป็นหุ้นเด่นในกลุ่มเครื่องดื่ม
เรายังคงแนะนำ “ซื้อ” OSP และปรับราคาเป้าหมายเพิ่มขึ้นเป็น 19 บาท หลังจากปรับประมาณการกำไรต่อหุ้น (core EPS) ปี 2569–2571 ขึ้นอีก 2–3% เพื่อสะท้อนแนวโน้มอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ที่แข็งแกร่งขึ้นจากการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ โดย OSP ยังคงเป็นหุ้นเด่นของเราในกลุ่มเครื่องดื่ม เนื่องจาก 1) การควบคุมต้นทุนที่เหนือกว่า 2) ยอดขายในประเทศที่ปรับตัวดีขึ้น และ 3) การดำเนินงานในเมียนมาที่ฟื้นตัว ปัจจัยเหล่านี้คาดว่าจะขับเคลื่อนให้กำไรต่อหุ้น (EPS) ในปี 2569 เติบโตได้ถึง 8% ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มที่อยู่ที่ 1.5% พร้อมทั้งให้อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลที่ 5% ทั้งนี้ แม้แนวโน้มกำไรจะแข็งแกร่งขึ้น แต่ปัจจุบัน OSP ซื้อขายอยู่ที่ P/E ปี 2569 เพียง 14 เท่า เทียบกับ CBG ที่ 19 เท่า ซึ่งถือเป็นโอกาสในการลงทุนที่น่าสนใจ
เติบโตจากพอร์ตสินค้าหลากหลาย ผสานบริหารต้นทุนอย่างมีวินัย
เราเชื่อว่า OSP ยังคงมีความพร้อมในการรับมือกับสภาพแวดล้อมการดำเนินธุรกิจที่ท้าทาย ผ่านการบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีวินัยและพอร์ตสินค้าที่หลากหลาย OSP น่าจะได้รับประโยชน์จากการมีพอร์ตสินค้าที่กระจายตัวดี ช่วยลดการพึ่งพาสินค้าประเภทใดประเภทหนึ่ง หรือตลาดใดตลาดหนึ่งเพียงอย่างเดียว การกระจายความเสี่ยงนี้ช่วยให้บริษัทสามารถคว้าโอกาสเติบโตในระยะยาวได้หลากหลายช่องทาง ขณะที่การควบคุมต้นทุนที่มีประสิทธิภาพจะช่วยหนุนการขยายตัวของอัตรากำไรขั้นต้น (GPM)
ปัจจัยกดดันในเมียนมาค่อย ๆ คลี่คลาย
สถานการณ์ใบอนุญาตนำเข้าของเมียนมาเริ่มปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เดือนมิถุนายน นอกจากนี้ OSP มีแผนที่จะนำเข้าสินค้าสำเร็จรูปผ่านการค้าชายแดน หลังจากจากการกลับมาเปิดด่านตรวจคนเข้าเมืองบริเวณชายแดนในเดือนพฤษภาคม 2569 ซึ่งจะช่วยหนุนยอดขายในพื้นที่แถบชายแดน ปัจจัยนี้คาดว่าจะช่วยประคองรายได้จากต่างประเทศไว้ได้แม้จะอยู่ในช่วงนอกฤดูกาลท่องเที่ยวก็ตาม
คาดรายงานกำไร 2Q69 โดดเด่นที่สุดเมื่อเทียบกับหุ้นกลุ่มเดียวกัน
เราคาดการณ์กำไรหลักใน 2Q69 ของ OSP ไว้ที่ 1.06 พันล้านบาท (+5% YoY, -8% QoQ) ซึ่งสูงกว่าที่เราเคยคาดไว้ก่อนหน้านี้ว่าจะเติบโตทรงตัวแบบ YoY โดยมีปัจจัยหนุนจากอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ที่แข็งแกร่งขึ้นและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) ที่ลดลง ซึ่งช่วยชดเชยยอดขายที่อ่อนตัวลงได้ เราคาดว่ายอดขายจะลดลง 10% YoY และ 3% QoQ เนื่องจากปัญหาการหยุดชะงักของระบบการผลิตในประเทศเมียนมาหลังเกิดประเด็นเรื่องใบอนุญาตนำเข้า รวมถึงการเปลี่ยนแปลงนโยบายทางบัญชี ซึ่งเข้ามาหักล้างยอดขายในประเทศที่เติบโตในแดนบวก อย่างไรก็ดี คลังวัตถุดิบที่มีต้นทุนต่ำ ประสิทธิภาพการดำเนินงานที่ปรับตัวดีขึ้น และค่าใช้จ่ายในการส่งเสริมการขายที่ลดลง น่าจะช่วยหนุนให้อัตรากำไรขยายตัวได้ดี เราคาดว่ากำไรของ OSP จะยังคงรักษาการเติบโต YoY ได้อย่างต่อเนื่องในครึ่งหลังของปี 2569 แม้ว่าจะลดลง HoH ตามปัจจัยด้านฤดูกาล ในทางกลับกัน เราคาดว่าผู้ประกอบการเครื่องดื่มรายอื่นจะรายงานกำไร 2Q69 ที่ลดลง YoY เนื่องจากต้นทุนที่สูงขึ้น







