เก่งหลังเกมส์
SET Index +6.96 จุด +0.42% ปิดตลาด 1646 จุด มูลค่าการซื้อ-ขายที่ 9.32 หมื่นล้านบาท ปรับขึ้นสอดคล้องกับประเทศในอาเชียนส่วนใหญ่ปรับขึ้น Sector ที่หนุนดัชนีคือ กลุ่มธนาคาร (TTB, KTB, BAY, SCB) กลุ่มการเงิน (KTC) กลุ่มค้าปลีก (CPALL) ฯลฯ ส่วน Sector ที่กดดัชนี คือ กลุ่มชิ้นส่วน DELTA กลุ่มโรงพยาบาล (BH, BDMS) ฯลฯ
หุ้นที่เคลื่อนไหวโดดเด่น
KTC +3.85%
ปรับขึ้นรับกำไรทำจุดสูงสุดใหม่ และคุณภาพสินทรัพย์แกร่ง เรามอง Positive ต่อผลประกอบการ 2Q26 เพราะคุณภาพสินทรัพย์ดีมาก Gross NPL ลดลง -4% q-q ทำให้ NPL Ratio ที่ 1.86% ลดลงจาก 1Q26 ที่ 1.93% นอกจากนั้นกำไรสุทธิ 2Q26 ที่ 2,225 ลบ. ดีกว่าเราและตลาดคาด จาก ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน (OPEX) และค่าใช้จ่ายสำรอง (ECL) ต่ำกว่าเราคาด ดังนั้นเราปรับกำไรสุทธิปี 2026-28F ขึ้นปีละ +7% ส่งผลให้ TP26F ปรับขึ้นเป็น 50 บ. เดิม 39 บ. โดยเราคงคำแนะนำ BUY และคงเป็น Top Pick ของกลุ่ม
TTB +8.8%, KKP +3.3%, KTB +1.8%, KBANK 1.7%
TTB ปรับขึ้นหนุนจากรายงานกำไรสุทธิ 2Q26 ที่ 5.51 พันลบ. ดีกว่าเราและตลาดคาด เพราะรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย (Non-NII) ดีกว่าคาด จากรายได้ค่าธรรมเนียม-บริการ (Net Fee) จาก Bancassurance ค่าธรรมเนียมกองทุนรวม และค่าธรรมเนียมบัตรเครดิต ทำให้ตลาดประเมินธนาคารอื่นๆมีโอกาสที่งบ 2Q26 จะออกมาดีตามเป็นปัจจัยหนุนการเก็งกำไร โดย Top pick เน้น KTB, KBANK
PTT +1.29%, PTTEP +0.69%
กลุ่มน้ำมันปรับเพิ่มขึ้นหนุนตามราคาน้ำมันดิบ Brent ปรับขึ้นแรง ทะลุเหนือ 90 เหรียญ หนุนจากสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางตึงเครียด
MTC +4.5%
ปรับขึ้นรับมุมมองเชิงบวก ทางพื้นฐาน 1) ประคองคุณภาพสินทรัพย์ได้ดีช่วงผลสงคราม NPL Ratio 2Q26 ที่ 2.6% vs prev. 2.57% หนุนกำไร 2Q26F +14%y-y, +3%q-q 2) จุดเด่นในเรื่องคุณภาพสินทรัพย์ หนุนกำไรปี 2026F คาด +5.3% มี Upside Risk 3) หุ้นซื้อขายโซนลงทุน PBV26F ราว 1.5 เท่า @ AVG -1.5 S.D.








