บล.ฟินันเซีย ไซรัส:
BANGKOK BANK (BBL TB)
Near-term noise, Long-Term opportunity
-
กำไร 2Q26 ต่ำกว่าคาด จากค่าใช้จ่ายดำเนินงานและ ECL ที่สูงขึ้น แม้รายได้ดอกเบี้ยสุทธิและการเติบโตของสินเชื่อดีกว่าคาด
-
คงประมาณการกำไรปี 2026–28 โดยคาดผลประกอบการจะทยอยฟื้นตัว
-
คงคำแนะนำ ซื้อ และเป็นหุ้น Top pick พร้อมปรับราคาเป้าหมายปี 2026 ขึ้นเป็น 240 บาท
ค่าใช้จ่ายดำเนินงานและ ECL ที่สูงขึ้นกดดันกำไร 2Q26
BBL รายงานกำไรสุทธิ 2Q26 ที่ 9.50 พันล้านบาท ต่ำกว่าประมาณการของเราและตลาด 11% ลดลง 13.6% q-q และ 19.8% y-y จากค่าใช้จ่ายดำเนินงานและ ECL ที่สูงกว่าคาด ซึ่งหักล้างรายได้ดอกเบี้ยสุทธิและรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยที่ดีกว่าคาด PPOP ลดลง 9.6% q-q มาอยู่ที่ 20.4 พันล้านบาท สะท้อนรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยที่ลดลง ขณะที่รายได้ค่าธรรมเนียมยังแข็งแกร่งและเป็นไปตามเป้าหมาย รายได้ดอกเบี้ยสุทธิลดลงเพียง 0.7% q-q มาอยู่ที่ 27.8 พันล้านบาท สูงกว่าประมาณการของเราจากการเติบโตของสินเชื่อ (+0.6% q-q) และ NIM (2.36%) ที่ดีกว่าคาด ค่าใช้จ่ายดำเนินงานเพิ่มขึ้น 9.3% q-q ส่วนใหญ่จากค่าใช้จ่ายด้าน IT ส่งผลให้อัตราส่วนต้นทุนต่อรายได้เพิ่มขึ้นเป็น 49.5% โดยรวมกำไรสุทธิ 1H26 อยู่ที่ 2.05 หมื่นล้านบาท ลดลง 16.2% y-y คิดเป็น 47% ของประมาณการกำไรทั้งปี 2026 ของเรา
คุณภาพสินทรัพย์อ่อนตัวลง แต่ยังอยู่ในระดับบริหารจัดการได้
คุณภาพสินทรัพย์โดยรวมยังอ่อนตัวลง สะท้อนแนวทางของ BBL ที่โดยปกติจะไม่เร่งขายหนี้ด้อยคุณภาพหรือตัดหนี้สูญระหว่างปี หนี้ด้อยคุณภาพเพิ่มขึ้น 5.0% q-q ส่งผลให้สัดส่วนหนี้ด้อยคุณภาพเพิ่มเป็น 3.93% จาก 3.77% ณ สิ้น 1Q26 สูงกว่าประมาณการปี 2026 ของเราที่ 3.66% เนื่องจากเรายังคาดว่าธนาคารจะบริหารจัดการหนี้ด้อยคุณภาพเชิงรุกมากขึ้นใน 4Q26 ECL ลดลง 6.3% q-q และ 21.5% y-y ส่งผลให้ต้นทุนความเสี่ยงลดลงเป็น 126bps จาก 137bps ใน 1Q26 ขณะที่อัตราส่วนสำรองต่อหนี้ด้อยคุณภาพลดลงเป็น 306% จากการก่อตัวของหนี้ด้อยคุณภาพที่เร็วขึ้น โดยรวมต้นทุนความเสี่ยงใน 1H26 อยู่ที่ 129bps สูงกว่ากรอบเป้าหมายและประมาณการของเรา แม้เราคาดว่าจะทยอยลดลงจากการนำสำรองส่วนเกินมาใช้
คงประมาณการกำไร โดยคาดทยอยฟื้นตัวหลังปี 2026
เราคงประมาณการกำไรปี 2026–28 และคาดว่ากำไรสุทธิจะเติบโตเฉลี่ย 3.7% CAGR ในช่วงดังกล่าว โดยคาดว่ากำไรจะทยอยฟื้นตัว หนุนจากการกลับมาของการเติบโตของสินเชื่อที่ 2.0% ต่อปี การเติบโตอย่างต่อเนื่องของรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย โดยเฉพาะรายได้ค่าธรรมเนียมที่เราคาดว่าจะเติบโตร้าว 2.0% ต่อปี และต้นทุนความเสี่ยงที่ทรงตัวที่ 110bps นอกจากนี้ เรายังคาดว่าการเติบโตของค่าใช้จ่ายดำเนินงานจะต่ำกว่าการเติบโตของรายได้ ซึ่งจะช่วยหนุนความสามารถในการทำกำไรให้ทยอยดีขึ้น แม้อัตราดอกเบี้ยที่ลดลงน่าจะยังกดดัน NIM
คงคำแนะนำ ซื้อ และเป็นหุ้น Top pick พร้อมปรับราคาเป้าหมายปี 2026 ขึ้นเป็น 240 บาท
เราคงคำแนะนำ ซื้อ และยังคงให้ BBL เป็นหุ้น Top pick ร่วมกับ KTB อย่างไรก็ดี เราปรับราคาเป้าหมายปี 2026 ขึ้นเป็น 240 บาท (จาก 188 บาท) อิง GGM ที่ PBV 0.77x (จาก 0.60x) สะท้อนสมมติฐาน LT-ROE ที่คงเดิมที่ 7.3% แต่ปรับ COE ลดลงเป็น 9.2% (จาก 11.5%) ที่มูลค่าปัจจุบันซึ่งซื้อขายที่ PBV 0.6x หุ้นยังมีอัพไซด์ราว 20% และให้อัตราตอบแทนเงินปันผลเฉลี่ยที่น่าสนใจราว 5% ต่อปี








