บล.ฟินันเซีย ไซรัส:
PRARAM 9 HOSPITAL (PR9 TB)
Earnings on track; 2H26 to gain momentum
-
คาดกำไรปกติ 2Q26 จะเติบโต 4% q-q และ 5% y-y จากอุปสงค์คนไข้ต่างชาติที่ยังแข็งแกร่ง และรายได้คนไข้ไทยเติบโตเล็กน้อย
-
โมเมนตัมกำไรในช่วง 2H26 จะเร่งตัวขึ้น จากไฮซีซั่นของคนไข้ตะวันออกกลาง การใช้สินทรัพย์ที่เพิ่มขึ้น และการขยายตลาดต่างประเทศ
-
คงคำแนะนำ ซื้อ โดย PR9 ยังเป็นหุ้นที่มี laggard ในเชิงมูลค่า ซื้อขายเพียง 16x P/E ปี 2026 แม้แนวโน้มกำไรในช่วง 2H26-2027 จะปรับตัวดีขึ้น
คนไข้ต่างชาติยังเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของการเติบโต
เราคาดว่า PR9 จะมีกำไรปกติ 192 ลบ. ใน 2Q26 เติบโต 4% q-q และ 5% y-y สูงกว่าที่เราประเมินไว้เบื้องต้นเล็กน้อย โดยมีแรงหนุนจากรายได้ที่คาดว่าจะเติบโต 2% q-q และ 3% y-y นำโดยกลุ่มคนไข้ต่างชาติ สัดส่วน 27% ของรายได้รวม (+8% q-q, +5% y-y) จากคนไข้ชาวเมียนมาและกลุ่ม expat ที่ยังหมี่อุปสงค์แข็งแกร่ง ขณะที่คนไข้จากตะวันออกกลาง (11% ของรายได้รวม) คาดยังเติบโต 3% y-y แม้เผชิญผลกระทบของเหตุความไม่สงบ ส่วนรายได้จากคนไข้ชาวไทยคาดทรงตัว q-q และเติบโต 2% y-y จากการทำการตลาดเพื่อรักษาฐานลูกค้าทั้งกลุ่มเงินสดและประกันสุขภาพ รวมถึงการมุ่งเน้นเคสคนไข้โรคซับซ้อน ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจในประเทศที่ยังท้าทายและการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น
มาร์จิ้นที่ดีขึ้นจะช่วยหนุนกำไร
เราคาดว่าอัตรากำไรที่ดีขึ้นจะเป็นอีกปัจจัยสนับสนุนผลประกอบการ 2Q26 แม้ PR9 ยังคงเผชิญแรงกดดันจากค่าเสื่อมราคาที่สูงขึ้นหลังการลงทุนในอุปกรณ์การแพทย์ใหม่ โดยกำหนดสมมติฐาน EBITDA margin ที่ 23.7% (+0.1ppt q-q, +1.1ppt y-y) จากการควบคุมค่าใช้จ่ายด้านการตลาดและการบริหารต้นทุนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะช่วยให้ SG&A/sales ลดลง 1.2 ppt y-y (+0.4 ppt q-q) ขณะที่ GPM คาดลดลง 0.6 ppt y-y (+0.5 ppt q-q) จากการทำโปรโมชั่นเพื่อรักษาฐานคนไข้ในประเทศ เรามองว่าการลงทุนในช่วงปีที่ผ่านมาจะเริ่มสร้างผลตอบแทนจากการใช้สินทรัพย์ (asset utilization) ที่เพิ่มขึ้น ซึ่งจะหนุนความสามารถในการทำกำไรช่วงครึ่งปีหลัง
แนวโน้ม 2H26 มีทิศทางเชิงบวกมากขึ้น
เราคาดว่าโมเมนตัมกำไรจะแข็งแกร่งขึ้นในช่วง 2H26 โดย 3Q26 มีแนวโน้มเติบโตทั้ง q-q และ y-y ขับเคลื่อนด้วยปัจจัยทั้งด้านฤดูกาลและปัจจัยเชิงโครงสร้าง โดยกลุ่มคนไข้จากตะวันออกกลางจะได้รับแรงหนุนช่วงไฮซีซั่นใน 3Q26 ขณะที่คนไข้ชาวเมียนมายังคงมีทราฟฟิกที่ดีต่อเนื่อง ขณะที่การใช้ประโยชน์จากอุปกรณ์การแพทย์ที่ติดตั้งใหม่มากขึ้นจะช่วยเพิ่มส่วนผสมเคสโรคซับซ้อนและประสิทธิภาพการดำเนินงาน นอกจากนี้ การขยายตลาดคนไข้ไปยังประเทศต้นทางใหม่ ได้แก่ อินโดนีเซียและออสเตรเลีย คาดว่าจะเริ่มมีส่วนสนับสนุนผลประกอบการมากขึ้นในช่วง 4Q26-1Q27
คงคำแนะนำซื้อ
เรายังคงมุมมองเชิงบวกต่อ PR9 เนื่องจากมองว่าเป็นหุ้นที่มี laggard ในเชิงการประเมินมูลค่า แม้แนวโน้มผลประกอบการช่วง 2H26-2027 จะปรับตัวดีขึ้น เรามองว่าการใช้ประโยชน์จากอุปกรณ์การแพทย์ใหม่ที่มากขึ้น การเพิ่มส่วนผสมเคสโรคซับซ้อน และการกลับมาของคนไข้จากตะวันออกกลาง จะช่วยหนุนการเติบโตของรายได้และมาร์จิ้น พร้อมจำกัด downside ต่อประมาณการกำไร เรายังคงประมาณการปี 2026 โดยคาดว่ารายได้และกำไรปกติจะเติบโต 5% y-y ก่อนที่ผลประกอบการจะเติบโตเร่งตัวเป็น 14% ในปี 2027 พร้อม ROE ระดับ 14-15% ขณะที่หุ้นซื้อขายเพียง 16x P/E ปี 2026 (ราว -1.5SD) ซึ่งยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มโรงพยาบาลในประเทศ








