บล.ฟินันเซีย ไซรัส:

DELTA ELECTRONICS (DELTA TB)

ปัญหาวัตถุดิบยังต้องใช้เวลา

  • คำสั่งซื้อ AI ยังแข็งแกร่ง แต่ปัญหาวัตถุดิบยังต้องใช้เวลา

  • เราปรับลดกำไรปี 2026-27 ลง 8.8-15.8% และคาดกำไร 3Q26 จะเริ่มกลับมาฟื้น

  • ปรับขึ้นเป็น ถือ ราคาหุ้นเริ่มสะท้อนกำไร 2Q26 ที่ไม่ได้ แต่ยังมีความเสี่ยงที่ต้องติดตาม

กำไร 2Q26 ลดลงแรง q-q หลังเผชิญปัญหาขาดแคลนวัตถุดิบ

กำไรสุทธิ 2Q26 เท่ากับ 6.07 พันลบ. (-33.1% q-q, +31.2% y-y) ต่ำกว่าที่เราคาด 27% หากไม่รวมรายการพิเศษ FX gain 526 ลบ. รายได้ชดเชยผิดสัญญาการค้า 64 ลบ. และด้อยค่าสินทรัพย์ 42 ลบ. จะมีกำไรปกติเพียง 5.53 พันลบ. (-37.5% q-q, +19.8% y-y) มาจากอัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลงแรง 5.0% q-q เป็น 26.8% จากปัญหาขาดแคลนวัตถุดิบเป็นหลัก กอปรกับ Royalty fee เพิ่มขึ้นเป็น 5.34 พันลบ. (+30.8% q-q, +103.4% y-y) เนื่องจากรายได้ส่วนใหญ่มาจาก Delta Taiwan สิ่งที่ดีคือ รายได้ยังโตดี +6.2% q-q, +46.5% y-y คำสั่งซื้อ AI ยังแข็งแกร่งมาก และรายได้เติบโตได้ทุก Segment ยกเว้น EV (-6.7% q-q, -43.5% y-y)

แนวโน้มคำสั่งซื้อ AI แข็งแกร่ง แต่ยังจะมีปัญหาวัตถุดิบ

ผู้บริหารให้ภาพคำสั่งซื้อ AI ยังแข็งแกร่งต่อใน 2H26 และทยอยแก้ปัญหาวัตถุดิบด้วยการจัดหา Supplier รายใหม่ (แทนรายเดิมที่ถูก EU Sanction) แต่ปัญหา Global supply shortage ในกลุ่ม semiconductor (เช่น MOSFETs, diodes, PCBs, and DRAM memory) ยังต้องใช้เวลามากกว่า 3-6 เดือนกว่าจะคลี่คลาย ถัดไปบริษัทอาจเจอ Supplier ปรับขึ้นราคาวัตถุดิบอีกระลอกใน 4Q26 ซึ่งเป็นช่วงเจรจาปรับราคากันตามปกติ เราคาดบริษัทจะทยอยปรับขึ้นราคากับลูกค้าได้เช่นกัน เหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา ทั้งนี้บริษัทยังคงเป้าอัตรากำไรขั้นต้นปี 2026 ที่ 30% ตามเดิม (1H26 อยู่ที่ 29.2%) ถือเป็นเป้าที่ค่อนข้าง Aggressive

ปรับลดกำไรปี 2026-27 ลง

เบื้องต้นเราคาดกำไร 3Q26 จะกลับมาฟื้นเป็น 8.3 พันลบ. (+36.8% q-q, +11.7% y-y) โดยคาดอัตรากำไรขั้นต้นฟื้นเป็น 28.0% (จาก 26.8% ใน 2Q26) ซึ่ง conservative กว่าเป้าของบริษัท แต่จากกำไร 2Q26 ที่ต่ำกว่าคาด และยังคงมุมมองระมัดระวังต่อปัญหาขาดแคลนวัตถุดิบ เราจึงปรับลดกำไรสุทธิปี 2026-27 ลง 8.8-15.8% เป็น 32.2 หมื่นลบ. (+29.8% y-y) และ 45.3 หมื่นลบ. (+40.6% y-y) จากการปรับลดอัตรากำไรขั้นต้น และปรับเพิ่ม royalty fee

ปรับขึ้นเป็น HOLD ด้วยราคาเป้าหมายใหม่ 290 บาท

เราปรับลดราคาเป้าหมายปี 2027 เป็น 290 บาท (จาก 320 บาท) อิง PE เดิม 80x (+1.0 SD) ราคาหุ้นปรับลงมา 17% ในรอบ 1 เดือนที่ผ่านมา ได้สะท้อนกำไร 2Q26 ที่ต่ำกว่าคาดไประดับหนึ่ง เราจึงปรับคำแนะนำขึ้นเป็น HOLD แม้จะมองผ่านจุดต่ำสุดใน 2Q26 แต่ยังมีความเสี่ยงจากปัญหาขาดแคลนวัตถุดิบที่ต้องติดตาม ขณะที่ราคาหุ้นปัจจุบันยังมี Valuation ที่สูง โดยเทรดที่ 2026-27E PE ราว 112x และ 79x ตามลำดับ

- Advertisement -