บล.ทรีนีตี้:
ธนาคารกรุงเทพ – BBL (ซื้อเมื่ออ่อนตัว)
มองเป็นกลางต่อการประชุมนักวิเคราะห์
ประเด็นสำคัญจากการประชุมนักวิเคราะห์
จากการประชุมนักวิเคราะห์ มีประเด็นสำคัญคือ
-
ธนาคารจะยังคงเน้นการเติบโตในกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่ในหลายอุตสาหกรรม โดยยังคงเป้าทั้งปีไว้ที่ 2-3%YoY หลังใน 2Q69 ที่ผ่านมาเติบโตได้ราว 2.7%YTD แล้ว ซึ่งใน 2H69 อาจเห็นการชำระคืนหนี้ของกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่บ้าง
-
คาด NIM ใน 2H69 จะเริ่มปรับตัวขึ้นได้บ้าง หลังจากผ่านจุดต่ำสุดใน 2Q69 ที่ผ่านมา โดยจะเริ่มเห็นผลบวกจากการ Repricing ของเงินฝากประจำ
-
ยังคงเป้า Credit Cost ทั้งปีไว้ที่มากกว่า 100 bps จากใน 1H69 ที่ 133 bps โดยภาพรวมทั้งปีค่าใช้จ่ายสำรองหนี้ยังอยู่ในระดับที่เน้นความปลอดภัยและรองรับความเสี่ยง แต่ตามฤดูกาลมักเห็นค่าใช้จ่ายสำรองหนี้ใน 2H ต่ำกว่า 1H (เนื่องจาก Relapse NPL)
ยังคงประมาณการกำไรปี 69
เรายังคงประมาณการกำไรปี 2569 ที่ 40,953 ล้านบาท (-11%YoY) โดยกำไรงวด 1H69 คิดเป็นราว 50% ของประมาณการกำไรทั้งปี สำหรับ 2H69 คาดว่าจะเห็นแนวโน้ม NIM ที่ดีขึ้น และค่าใช้จ่ายสำรองหนี้อาจปรับตัวลดลง HoH ได้ แต่ยังคงมีแรงกดดันจากค่าใช้จ่ายตามฤดูกาลที่มักสูงในช่วงปลายปีอยู่ ในภาพรวมจึงอาจมี downside ของประมาณการกำไรทั้งปีอยู่บ้าง
มองราคาหุ้นยัง Laggard
เราให้ราคาเป้าหมายปี 2570 ที่ 206 บาท อิง PBV 0.65 เท่า โดยราคาหุ้นปัจจุบันซื้อขายกันที่ Trailing PBV 0.63 เท่า ถือว่าค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับกลุ่มฯ และยังพอมี Upside จึงคงคำแนะนำ “ซื้อเมื่ออ่อนตัว” อย่างไรก็ตามปัจจัยที่จะช่วย Unlock Valuation ของ BBL ได้ คือเป้าหมายระยะกลาง (3-5 ปี) ของธนาคารในการปรับเพิ่ม ROE ซึ่งขึ้นอยู่กับการเติบโตของรายได้และการลดค่าใช้จ่ายเป็นหลัก (ไม่เหมือนธนาคารอื่นที่มีการซื้อหุ้นคืน และการจ่ายปันผลในอัตราที่สูงขึ้นเพื่อลดฐานทุน)








