บล.ฟินันเซีย ไซรัส:

THAI AIRWAYS (THAI TB)

Headwinds begin to ease

  • คาดผลประกอบการ 2Q26 ยังมีกำไรปกติ 542 ล้านบาท จากการรับรู้รายได้ภาษี แม้ผลการดำเนินงานหลักจะอ่อนตัวจากต้นทุนน้ำมันที่สูงขึ้น

  • การฟื้นตัวของปริมาณผู้โดยสารและแรงกดดันด้านต้นทุนน้ำมันที่ผ่อนคลาย จะหนุนกำไรฟื้นตัว q-q ต่อเนื่องใน 2H26

  • คงคำแนะนำ ถือ โดยยังคงมองแนวโน้มกำไรปกติกลับมาเติบโตในปี 2027 ขณะที่การปลดล็อกหุ้นส่วนที่เหลือที่สิ้นสุดระยะเวลาห้ามขาย อาจเปิดโอกาสในการเข้าลงทุนที่น่าสนใจมากขึ้น

การรับรู้รายได้ภาษีช่วยชดเชยผลการดำเนินงานที่อ่อนแอใน 2Q26

เราคาดว่า THAI จะรายงานกำไรสุทธิ 2Q26 ที่ 342 ลบ. (-97% q-q, -97% y-y) แม้ว่าจะยังมีผลขาดทุนก่อนภาษี 548 ลบ. โดยได้รับแรงหนุนจากการกลับรายการภาษี (Tax reversal) ราว 1.1 พันลบ. ขณะที่กำไรปกติ (Core profit) คาดว่าจะอยู่ที่ 542 ลบ. (-94% q-q, -92% y-y) ผลประกอบการอ่อนตัวมีสาเหตุหลักจาก ค่าใช้จ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ (+69% q-q, +70% y-y) กอปรกับปริมาณผู้โดยสารที่ลดลง (Passenger volume -8% y-y และ RPK -11% y-y) หลังบริษัทปรับลดกำลังการผลิต (ASK -4% y-y) และให้ความสำคัญกับการรักษา Yield มากกว่าการเพิ่มปริมาณผู้โดยสาร อย่างไรก็ตาม การปรับขึ้นราคาค่าโดยสารเฉลี่ย (+15% y-y) และ Passenger yield (+19% y-y) ช่วยชดเชยการลดลงของ Load factor (-6ppt y-y) ได้บางส่วน ส่งผลให้รายได้ยังเติบโต 6% y-y ผลประกอบการ 2Q26 จึงมีแนวโน้มออกมาดีกว่าที่เราประเมินไว้เบื้องต้น เนื่องจากรับรู้รายได้ภาษี ขณะที่แนวโน้มการดำเนินงานหลักยังคงสอดคล้องกับประมาณการทั้งปี 2026 ของเรา โดยกำไรปกติ 1H26 จะคิดเป็น 56% ของประมาณการทั้งปี ซึ่งใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ยในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา

กลยุทธ์เปลี่ยนจากการรักษา Yield สู่การฟื้นตัวของปริมาณผู้โดยสาร

เราคาดว่า THAI จะปรับกลยุทธ์เชิงพาณิชย์จากการเน้นรักษา Yield ใน 2Q26 ไปสู่การฟื้นฟูปริมาณผู้โดยสารใน 2H26 หลังจากเริ่มปรับลดราคาค่าโดยสาร ตามการลดค่าธรรมเนียมเชื้อเพลิงในเดือน ก.ค. แม้ Passenger yield มีแนวโน้มอ่อนตัว q-q ใน 3Q26 แต่การฟื้นตัวของ Load factor และการกลับมาเพิ่มกำลังการผลิต จะช่วยให้โครงสร้างกำไรมีความสมดุลมากขึ้น นอกจากนี้ เราคาดว่าความต้องการเดินทางระยะไกล โดยเฉพาะเส้นทางยุโรป (ราว 38% ของรายได้จากผู้โดยสาร) จะทยอยฟื้นตัว หลังปัจจัยกดดันชั่วคราว เช่น คลื่นความร้อนในยุโรป ฟุตบอลโลกที่ส่งผลต่อปริมาณผู้โดยสารในระยะสั้น และความไม่สงบทางภูมิรัฐศาสตร์ เริ่มคลี่คลายลง

ต้นทุนน้ำมันที่ลดลงจะช่วยหนุนอัตรากำไร

THAI คาดว่าต้นทุนน้ำมันในช่วงครึ่งหลังของปีจะต่ำกว่า 2Q26 โดยยังมีการป้องกันความเสี่ยงครอบคลุมราว 40% ของการใช้น้ำมันใน 2H26 (2Q26: ราว 60%) และยังไม่เห็นความจำเป็นต่อการปรับขึ้นราคาค่าโดยสารเพิ่มเติมภายใต้สถานการณ์ราคาน้ำมันปัจจุบัน เราคาดว่าต้นทุนน้ำมันที่ลดลงจะช่วยให้อัตรากำไรจากการดำเนินงาน (Operating margin) กลับมาเติบโต q-q และหนุนกำไรปกติทยอยฟื้นตัวใน 3Q26 และ 4Q26

คงคำแนะนำ ถือ และราคาเป้าหมาย 6.10 บาท

เราคงประมาณการโดยคาดว่ากำไรปกติจะลดลง 41% ในปี 2026 ก่อนกลับมาเติบโต 37% ในปี 2027 จากแผนขยายฝูงบินที่ยังเป็นไปตามแผน (รับมอบเครื่องบินเพิ่มสุทธิ 22 ลำ ในปีนี้) ซึ่งจะช่วยเพิ่ม ASK ในปีหน้า และหนุน Valuation ของบริษัทในระยะกลาง อย่างไรก็ตาม การปลดล็อกหุ้นที่สิ้นสุดระยะเวลาห้ามขาย ส่วนที่เหลืออีก 1.98 หมื่นล้านหุ้น (คิดเป็น 70% ของจำนวนหุ้นทั้งหมด) ตั้งแต่วันที่ 4 ส.ค. 2026 อาจสร้างแรงกดดันต่อราคาหุ้นในระยะสั้น หากราคาหุ้นอ่อนตัวลงจากปัจจัยดังกล่าว เรามองว่าจะเป็นโอกาสในการเข้าลงทุนที่น่าสนใจมากขึ้น โดยที่ปัจจัยพื้นฐานของบริษัทยังไม่เปลี่ยนแปลง

- Advertisement -