บล.พาย:

BANKING: แนวโน้มสินเชื่อใน 3Q26 ทรงตัว (NEUTRAL)

TOP PICK: KKP, KBANK

สินเชื่อสุทธิรวมเดือน ส.ค. 2026 ทรงตัว MoM (+2.6% YoY) และสินเชื่อใน 8M26 ขยายตัว 2.6% YTD โดยคาดสินเชื่อใน 3Q26 ทรงตัว QoQ ก่อนที่จะกลับมาเร่งตัวใน 4Q26 จากปัจจัยฤดูกาลด้านการส่งออกและการใช้จ่ายภาคครัวเรือนที่เริ่มตัว โดยเราคงประมาณการสินเชื่อรวมในปี 2026 เติบโตราว 3% YoY (2025: -1.4%) แนวโน้มผลการดำเนินงานใน 3Q26 คาดกำไรสุทธิปรับลดลง YoY จาก NIM อ่อนตัวลง และกำไรจากเงินลงทุนลดลง และกำไรทรงตัว QoQ โดยแนวโน้มกำไรในปี 2026 ปรับลดลง 1% YoY (2025: +4%) และกำไรกลับมาเติบโต 3% ในปี 2027 ด้าน Valuation กลุ่มธนาคารซื้อขายที่ 1.0x PBV’26E (สูงกว่าค่าเฉลี่ย 10 ปี ที่ 0.85x) และ 11.6x P/E’26E (สูงกว่าค่าเฉลี่ย 10 ปี ที่ 9.5x) ทำให้อัตราผลตอบแทนจำกัดในระยะสั้น ด้านอัตราผลตอบแทนเงินปันผลสูงเฉลี่ยที่ 5.5% ในปี 2026-27 คงน้ำหนักการลงทุน “เท่ากับตลาด” เลือก KKP KBANK เป็น Top pick

สินเชื่อเดือน ส.ค. 2026 ทรงตัว ส่งผลให้สินเชื่อ 8M26 ขยายตัว 2.6% YTD

  • สินเชื่อสุทธิรวมเดือน ส.ค. 2026 ของธนาคาร 10 แห่งในตลาดหลักทรัพย์ฯ ทรงตัว MoM ที่ 12.9 ล้านล้านบาท (+3.3% YoY) โดยสินเชื่อของ CREDIT (+1.2% MoM) KBANK (+0.2%) KTB (+0.3%) KKP (+2%) LHFG (+1.1%) TISCO (+0.3%) และ TTB (+0.2%)
  • สินเชื่อสุทธิใน 8M26 เติบโต 2.6% YTD (ม.ค.-ส.ค.) เทียบกับ -2.4% ใน 8M25 ธนาคารส่วนใหญ่รายงานสินเชื่อขยายตัว ยกเว้นเพียง TTB (-2.4% YTD) โดย CREDIT (+9.5% YTD) และ LHFG (+9.2%) สินเชื่อเติบโตโดดเด่น นอกจากนี้ KTB (+6.4% YTD) สินเชื่อขยายตัวโดดเด่นในกลุ่มธนาคารขนาดใหญ่
  • เงินฝากรวมเพิ่มขึ้น 0.5% MoM ที่ 15.5 ล้านล้านบาท (+4.3% YoY) และขยายตัว 2.2% YTD ทำให้สัดส่วนสินเชื่อต่อเงินฝากลดลงที่ 84% จาก 84.4% ในเดือน ก.ค. 2026

คาดสินเชื่อใน 3Q26 ทรงตัว และกลับมาขยายตัวใน 4Q26

  • คาดสินเชื่อใน 3Q26 จะทรงตัว QoQ ส่วนหนึ่งจากกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ซึ่งเป็นทิศทางเดียวกับในปี 3Q24 และ 3Q25 อย่างไรก็ดี สินเชื่อแนวโน้มกลับมาขยายตัวใน 4Q26 จากปัจจัยฤดูกาลที่การส่งออกขยายตัว และการใช้จ่ายภาคครัวเรือนเร่งตัว
  • ด้านผลการดำเนินงาน คาดว่ากำไรสุทธิใน 3Q26 จะปรับลดลง YoY กดดันจาก NIM ลดลง และกำไรจากเงินลงทุนลดลง เทียบกับใน 2Q26 คาดกำไรจะค่อนข้างทรงตัว เพราะแม้รายได้ค่าธรรมเนียมขยายตัวได้จากธุรกิจ Wealth management แต่รายได้ดอกเบี้ยสุทธิอ่อนแอ และค่าใช้จ่ายดำเนินงานเพิ่มขึ้น

คาดกำไรสุทธิรวมปี 2026 ลดลง 1% YoY และกลับมาขยายตัว 3% ในปี 2027

  • ใน 2H26 คาดกำไรจะทรงตัว หรืออ่อนตัวลงเล็กน้อย YoY จากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิลดลง และลดลง HoH จากค่าใช้จ่ายดำเนินงานสูงขึ้นจากปัจจัยฤดูกาลที่ค่าใช้จ่ายจะเร่งตัวขึ้นสูงในไตรมาสที่ 4 ทำให้คาดว่ากำไรสุทธิรวมในปี 2026 จะลดลง 1% YoY
  • ในปี 2027 คาดกำไรสุทธิรวมจะกลับมาขยายตัวราว 3% YoY ที่ 240 พันลม. ในปี 2027 หนุนจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิกลับมาขยายตัวสอดคล้องกับสินเชื่อที่เติบโตต่อเนื่อง และรายได้ค่าธรรมเนียมเติบโต
  • กลยุทธ์การขยายสินเชื่อใหม่เน้นเติบโตอย่างมีคุณภาพ เพราะเศรษฐกิจไทยมีความท้าทายจากกำลังซื้อในประเทศที่ชะลอตัว และความเสี่ยงจากปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ทำให้ต้นทุนพลังงานเพิ่มขึ้น ธนาคารสร้างรายได้มากขึ้นจากธุรกิจ Wealth Management เรามองว่าในปี 2026-27 ธนาคารจะรักษาการจ่ายเงินปันผลสูง และบางธนาคารอาจทำโครงการซื้อหุ้นคืนเพื่อการบริหารเงินกองทุนที่มีประสิทธิภาพ คาดอัตราผลตอบแทนเงินปันผลเฉลี่ยที่ 5.5% ในปี 2026-27

น้ำหนักการลงทุน “เท่ากับตลาด” KKP KBANK เป็น Top pick

น้ำหนักการลงทุน “เท่ากับตลาด” แม้ผลการดำเนินงานใน 2H26 และปี 2026 ไม่โดดเด่น แต่กำไรจะกลับมาเติบโตในปี 2027 ขณะที่งบดุลที่แข็งแกร่งยังสนับสนุนการจ่ายเงินปันผลสูง โดยคาดผลตอบแทนเงินปันผลเฉลี่ย 5.4% ในปี 2026-27 เลือก KKP เป็นหุ้นเด่น จากความสามารถทำกำไรสูงขึ้น คุณภาพสินเชื่อแข็งแกร่ง และผลตอบแทนเงินปันผลสูง และ KBANK เนื่องจากกำไรเติบโตในปี 2026-27 ราคาหุ้นต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชี และโอกาสในการจ่ายเงินปันผลพิเศษเพิ่มอัตราผลตอบแทนเงินปันผลสูงกว่าคาดได้

- Advertisement -