หวังสงบสุขและงบ 2Q69 // 1,615–1,635
คาด SET Index แกว่งตัว Sideways to sideways up: แรงหนุนจากสถานการณ์ตะวันออกกลางที่มีหวังดีขึ้น รวมถึงราคาน้ำมันดิบและ Bond yield ที่ปรับตัวลง ประกอบกับคาดได้แรงหนุนจากการเก็งงบ 2Q69 หากแต่ทางขึ้นจำกัดจากแรงกดดันโดยกลุ่มพลังงาน และ THAI จะพ้น Silent period รอบสอง ในวันนี้
กลยุทธ์การลงทุน
1) เก็งงบ 2Q69: ADVANC, AMATA, ASW, BH, CPALL, ERW, GULF, KCE, MRDIYT, MTC, OSP, PR9, QH, SAWAD, STECON, THANI, TIDLOR
2) หวังตะวันออกกลางสงบ: AWC, BDMS, BGRIM, CENTEL, CK, CPN, GPSC, MINT, SCGP, SHR, SPA, TOA
3) หุ้นปันผล + TISA: AEONTS, AP, HMPRO, ICHI, KBANK, KKP, KTB, SCB, SIRI, SPALI, TISCO, TFM
-
หวังตะวันออกกลางสงบ: คาด Sentiment เชิงบวกมาจากความหวังว่าสถานการณ์ในตะวันออกกลางจะไม่กลับมารุนแรงขึ้น รวมถึงมีโอกาสที่จะกลับสู่การเจรจาอีกครั้ง หลังปธน.ทรัมป์ยืนยันว่าสหรัฐฯ กำลังเจรจากับอิหร่าน ขณะที่ฝั่งอิหร่านแม้มีการออกมาปฏิเสธการเจรจาข้างต้น แต่ยังมีสัญญาณเชิงบวกจากการที่โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่านระบุว่าอิหร่านกำลังเจรจากับโอมานเกี่ยวกับเส้นทางเดินเรือชั่วคราว จากภาพข้างต้นส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบ WTI (fut.) เมื่อคืนที่ผ่านมาปรับตัวลง 5.11% ปิดที่ $80.34 ต่อบาร์เรล รวมถึงยังช่วยลดความกังวลประเด็นเงินเฟ้อและการดำเนินนโยบายการเงินเข้มงวดของสหรัฐฯ สะท้อนจาก US bond yield 2 และ 10 ปี เช้านี้ (≈7.00 น.) ซึ่งอยู่ที่ 4.25% และ 4.69% ลดลงจากสิ้นเดือนก่อนหน้าที่ 4.29% และ 4.74% ตามลำดับ ซึ่งภาพข้างต้นนับว่าเป็นอีก Sentiment เชิงบวกต่อการลงทุนในสินทรัพย์ รวมถึง SET Index พร้อมกันนี้ติดตามการเผยตัวเลข JOLTS ของสหรัฐฯเดือนมิ.ย.69 ในคืนนี้ ซึ่งจะเป็นหนึ่งในข้อมูลภาคแรงงานที่อาจมีผลต่อทิศทางนโยบายการเงิน
-
เก็งงบ 2Q69 และมุมมอง EPS ดีขึ้น: นอกจากจะมีแนวโน้มได้แรงหนุนจากหุ้นที่ได้รับผลกระทบเชิงบวกทั้งทางตรงและทางอ้อมจากสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่มีโอกาสดีขึ้นแล้ว เราคาด SET Index จะได้อีกแรงหนุนจากการเก็งงบ 2Q69 สอดรับกับการเผยงบถึงเช้าวันนี้ ซึ่งพบว่ามีจำนวนหุ้นที่เผยรายได้และ EPS มากกว่า Bloomberg Consensus ที่ 55% และ 71% ตามลำดับ พร้อมกันนี้คาด SET Index จะได้แรงหนุนจากมุมมองต่อผลประกอบการทั้งปีนี้ที่ดีขึ้น สอดรับกับการที่ Bloomberg Consensus คาดว่า EPS ในปี 2569 จะอยู่ที่ 101.8 บาท ปรับเพิ่มขึ้นจาก 97.4 บาท เมื่อประมาณ 1 เดือนก่อนหน้า
-
แรงกดดันจากหุ้นขนาดใหญ่: มองทางขึ้นจำกัดอยู่บ้าง ท่ามกลางแรงกดดันจากหุ้นขนาดใหญ่อย่างกลุ่มพลังงานต้นน้ำและโรงกลั่นที่เผชิญกับ Sentiment เชิงลบ ตามราคาน้ำมันดิบที่ลดลง ประกอบกับ SET Index ยังมีแนวโน้มเผชิญกับแรงกดดันจากหุ้น THAI ที่ปลดล็อก Silent period รอบสอง ส่งผลให้หุ้น 1.98 หมื่นล้านหุ้น หรือ 70% ของหุ้นทั้งหมด เริ่มทยอยขายได้ตั้งแต่วันนี้ ทั้งนี้ ทุกการปรับตัวลงของราคาหุ้น THAI 1 บาท จะส่งผลกระทบทางลงต่อ SET Index ประมาณ 2.2 จุด
+ ปัจจัยเพิ่มเติม –
(+) ธปท.เผยโครงการ Credit Boost ปัจจุบันปล่อยสินเชื่อแล้วเกือบ 5 หมื่นล้านบาท และคาดว่าจะช่วยให้สินเชื่อ SME ที่ยังติดลบอยู่ กลับมาเติบโตเป็นบวกในปีหน้า นอกจากนี้ยังมีอีกโครงการหนึ่งคือ Secure Plus ซึ่งรวม 2 โครงการนี้ ธปท. คาดว่าจะสามารถปล่อยสินเชื่อได้ประมาณ 1.3 แสนล้านบาท ภายในปีหน้า
(+) CBRE เผยภาพรวมตลาดอสังหาฯไทย 1H69 โดยระบุว่ายังมีความแข็งแกร่ง จากแรงหนุนของการเปิดตัวโครงการที่อยู่อาศัยระดับหรู การพัฒนาพื้นที่ค้าปลีกที่เน้นสร้างประสบการณ์ และความสนใจลงทุนในภาคอุตฯที่เกี่ยวกับ AI
(+) สหรัฐฯเผย PMI ภาคการผลิตจาก ISM ปรับตัวขึ้นสู่ 55.6 ในเดือนก.ค.69 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนพ.ค.65 จากระดับ 53.3 ในเดือนมิ.ย.69 นับเป็นสัญญาณเชิงบวกต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ
(+) จีนเผยผลิตภัณฑ์มวลรวมทางทะเลมีมูลค่าสูงถึง 5.5 ล้านล้านหยวน ในช่วง 1H69 เพิ่มขึ้น 5.1% y-y
Picks of the day
KCE (BUY)
- เป้าหมาย 46.00 / 49.00 แนวรับ 40.75 / 43.25
-
2Q69 คาดกำไรสูงขึ้น y-y และ q-q: คาด 2Q69 ก าไร 256 ลบ. +40.5%y-y +9.2%q-q สูงขึ้นจากรายได้และได้ประโยชน์จากค่าเงินบาทอ่อนค่าลงในไตรมาสนี้โดยคาดรายได้ 104 ล้านดอลลาร์ +4.5%y-y +5.3%q-q จากปริมาณส่งสินค้า HDI เพิ่มขึ้น
-
ปรับราคาขายขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง: ภาพการขยายการลงทุน Big Tech สหรัฐฯยังแข็งแกร่ง ทำให้ PCB ในตลาดอิเล็กทรอนิกส์ทั้วโลกได้รับประโยชน์ในด้านระดับราคา PCB ที่สูงขึ้น จากซัพพลายที่ถูกดึงไปใช้ยังฝั่ง AI เป็นประโยชน์ทางอ้อมส่งมายังผู้ผลิต PCB อย่าง KCE ที่สามารถปรับราคาขายเพิ่มขึ้นในช่วงครึ่งปีหลังตามราคา PCB ในตลาดโลก
MTC (BUY)
- เป้าหมาย 35.50 / 37.00 แนวรับ 33.25 / 34.00
- คาดกำไร 2Q69 ทำ New high ได้ต่อ: คาด MTC จะมีกำไร 2Q69 1.9 พันลบ. เพิ่มขึ้น 12.6% y-y และ 1.7% q-q จากรายได้ดอกเบี้ยที่คาดว่าจะเติบโตตามสินเชื่อที่เพิ่มขึ้น และทำให้รายได้ค่าธรรมเนียมเพิ่มขึ้นไปด้วย เป็นระดับที่เป็น New high อีกครั้ง ซี่งจะเป็นการทำ New high ได้ 10 ไตรมาสติดต่อกัน
-
ได้ประโยชน์จากดอกเบี้ยขาลง: ทิศทางอัตราดอกเบี้ยขาลง ทำให้ต้นทุนทางการเงินของ MTC ลดต่ำลง ส่งผลดีต่อส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย และผลประกอบการ








