บล.เคจีไอ (ประเทศไทย):

Tidlor Holdings (TIDLOR.BK/TIDLOR TB)*

คชจ.สำรองฯ ที่ต่ำเกินไปใน 1Q69 คาดว่าจะกลับมาเพิ่มใน 2Q69F (Neutral Upgraded)

Event 

ประมาณการ 2Q69F และ อัพเดตแนวโน้ม 

Impact 

คาดว่ากำไรใน 2Q69F จะอยู่ที่ 1.4 พันล้านบาท (-13% QoQ +8% YoY), +20% ใน 1H69F 

ประมาณการของเราใช้สมมติฐานว่าสินเชื่อจะแทบไม่เพิ่มขึ้นเลย QoQ ,+4% YoY และ +0.5% YTD ใน 2Q69F โดยคาดว่ามาร์จิ้นจะลดลงเล็กน้อยเพราะการปรับสัดส่วนสินเชื่อไปเน้นสินเชื่อความเสี่ยงต่ำกดดัน yield สินเชื่อ ในขณะที่คชจ.สำรองฯ (credit cost) เพิ่มขึ้น QoQ แต่ลดลง YoY เราคาดว่ากำไรจะลดลง QoQ เนื่องจากส่วนต่างดอกเบี้ยลดลง 10bps QoQ และคชจ.สำรองฯ เพิ่มขึ้นเป็น 2.4% ใน 2Q69F (จากคชจ.สำรองฯ ต่ำเกินไปที่ 1.7% ใน 1Q69) ส่วนกำไรที่เพิ่มขึ้น YoY น่าจะเป็นเพราะ คชจ.สำรองฯ ลดลง 20bps เป็น 2.4% ใน 2Q69F ทั้งนี้ จากประมาณการกำไร 2Q69F เราคาดว่ากำไรในงวด 1H69 จะคิดเป็น 54% ของประมาณการกำไรเต็มปีของเรา  

คชจ.สำรองฯ ยังคงผันผวน โดยเรามองว่าต่ำเกินไปใน 1Q69 จึงน่าจะต้องปรับเพิ่มใน 2Q69F 

คชจ.สำรองฯ (credit cost) รายไตรมาสของ TIDLOR ค่อนข้างผันผวนในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ซึ่งบ่งบอกถึงนโยบายที่ไม่นิ่งหลังจากที่รวมเข้าไปอยู่กับ BAY อย่างเต็มที่ตั้งแต่ 3Q68 ซึ่งเมื่อแยกตามขั้นของสินเชื่อ พบว่า TIDLOR มักจะมีสินเชื่อ stage 2 ค่อนข้างสูง โดยคิดเป็น 16% ของสินเชื่อรวม ซึ่งถือว่าสูงมากเมื่อเทียบกับของบริษัท non-bank อื่น ๆ ที่ 6-7% ของสินเชื่อรวม และ สูงกว่าของ BAY ที่ 9% การที่สัดส่วนสินเชื่อ stage-2/สินเชื่อรวมค่อนข้างสูงทำให้บริษัทจำเป็นต้องคง คชจ.สำรองฯ ไว้ในระดับที่เข้มงวดมากกว่าเมื่อเทียบกับ BAY นอกจากนี้ การที่บริษัทตั้งคชจ.สำรองฯ ใน 1Q69 ไว้ต่ำเกินไปที่ 1.7% บีบให้บริษัทต้องกำหนด credit cost เพิ่มขึ้นเป็น 2.4% ใน 2Q69F  

ปรับกลยุทธ์โพอร์ตเงินกู้ระยะยาว 

การที่บริษัทได้เรตติ้ง A- จาก Japan Credit Rating Agency (JCR) บ่งบอกว่า TIDLOR กำลังหาเงินทุนจากต่างประเทศ ซึ่งกลยุทธ์นี้จะช่วยให้บริษัทสามารถหาแหล่งเงินทุนระยะยาวได้ แต่ไม่น่าจะช่วยให้ต้นทุนของเงินทุนลดลง นอกจากนี้ บริษัทยังน่าจะต้องปรับนโยบายการกำหนด credit cost ให้สอดคล้องกับ การปรับเปลี่ยนโครงสร้างสินเชื่อ ที่ค่อนไปทางสินเชื่อกลุ่มที่มีความเสี่ยงลดลง ซึ่งจะส่งผลให้นโยบายการจ่ายปันผลของ TIDLOR ในระยะยาวเปลี่ยนแปลงไปในระยะยาว เราเชื่อว่าสัดส่วน D/E ที่ต่ำกว่า 2x จะทำให้อัตราการจ่ายเงินปันผลเพิ่มขึ้น (จากปัจจุบันที่ 30%) ทั้งนี้ การจะเข้าข่ายเป็นหุ้นปันผล TIDLOR จำเป็นต้องปรับเพิ่มอัตราการจ่ายเงินปันผลเป็น >50% เพื่อให้อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล >6%  

ปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 2569F อีก 6% และ ขยับไปใช้ราคาเป้าหมาย 12 เดือนที่ 19.20 บาท 

เราปรับประมาณการกำไรเพื่อสะท้อนถึงการปรับลดสมมติฐาน credit cost เป็น 2.5% (จากเดิมที่ 2.75%) เราขยับไปใช้ราคาเป้าหมาย 12 เดือนข้างหน้า โดย re-rate PE เป็น 9.5x (จาก 8.5x) ทำให้ได้ราคาเป้าหมายใหม่ที่ 19.2 บาท (จากเดิม 16.4 บาท) ดังนั้น เราจึงปรับเพิ่มคำแนะนำจากขายเป็นถือ 

Risks 

ราคารถมือสองตกลงไปอีก, NPLs เพิ่มขึ้น และ credit cost ผันผวนt. 

- Advertisement -