บล.เคจีไอ (ประเทศไทย):

Hotel Sector เริ่มฟื้นตัวแข็งแกร่ง (Overweight Maintained)

Event 

ประมาณการ 2Q69F และอัปเดตภาพรวมกลุ่มโรงแรม  

Impact 

กำไรหลัก 2Q69F จะเพิ่มขึ้นทั้ง YoY และ QoQ 

เราคาดว่าบริษัทผู้ประกอบการโรงแรมทั้ง 5 บริษัทที่เราวิเคราะห์อยู่จะรายงานกำไรหลัก 2Q69F รวมที่ 3.85 พันล้านบาท (+1.5% YoY และ +46.8% QoQ) กำไรที่ฟื้นตัวแข็งแกร่ง QoQ จะมาจาก Minor International (MINT.BK/MINT TB)*ซึ่งหนุนจากธุรกิจโรงแรมในยุโรปอยู่ในช่วง high season เป็นหลัก แม้ว่าจะถูกกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางตลอดทั้งไตรมาส แต่คาดกำไรกลุ่มโรงแรมยังจะเติบโตเล็กน้อย YoY จากฐานกำไรในประเทศไทยต่ำ ขณะที่ เราคาดว่า กำไร 2Q69F ของ Central Plaza Hotel (CENTEL.BK/CENTEL TB)* จะเติบโตเด่นที่สุด (+15% YoY) ตามด้วย Asset World Corporation (AWC.BK/AWC TB)* (+11%) และThe Erawan Group (ERW.BK/ERW TB)* (+10%) ส่วน S Hotels and Resorts (SHR.BK/SHR TB) คาดว่าจะพลิกเป็นขาดทุนหลักจากผลงานของโรงแรมในประเทศไทยและมัลดีฟส์อ่อนแอลง แม้ผลการดำเนินงานด้าน RevPAR ของแต่ละบริษัทจะยังแตกต่างกัน แต่ต้นทุนการเงินที่ลดลงจากกลยุทธการลดหนี้ (deleveraging) ต่อเนื่องจะช่วยบรรเทาแรงกดดันจาก margin ที่อ่อนตัวและช่วยหนุนให้กำไรเติบโต 

ยอดจองห้องพักล่วงหน้าสูงชี้ว่าแนวโน้ม 3Q69F แข็งแกร่งขึ้น 

เราคาดว่าโมเมนตัมการดำเนินงาน 3Q69F จะดีขึ้นต่อจากยอดจองห้องพักล่วงหน้าที่แข็งแกร่งขึ้น และ RevPAR ในบริษัทผู้ประกอบการโรงแรมที่จดทะเบียนทั้งหมดฟื้นตัว โดยที่คาดว่า RevPAR กลุ่มโรงแรมจะฟื้นตัวจาก 2Q69F ที่หดตัวเป็นเลขต่ำหลักเดียวไปเป็นการเติบโตตั้งแต่ทรงตัวจนถึงเลขสองหลักใน 3Q69F (Figure 5) ขณะที่ เรามองว่าประเทศไทยจะฟื้นตัวโดดเด่นที่สุด โดยคาดว่า RevPAR ของทั้ง AWC และ CENTEL จะเติบโตราว 10% YoY ส่วน ERW และ MINT คาดว่าจะเติบโตเป็นเลขกลางหลักเดียวด้วยนักท่องเที่ยวจากยุโรปและตะวันออกกลางฟื้นตัว ขณะเดียวกัน ธุรกิจโรงแรมในมัลดีฟส์ก็คาดว่าจะฟื้นตัวเช่นกัน โดย RevPAR ของทั้ง MINT และ SHR น่าจะเติบโตตั้งแต่ระดับทรงตัวจนถึงเลขสองหลัก หลังความสามารถในการรองรับเที่ยวบิน (flight capacity) กลับเข้าสู่ภาวะปกติ ส่วนธุรกิจโรงแรมในยุโรปคาดว่า RevPAR จะยังคงแข็งแกร่ง (ทรงตัวถึงเพิ่มเป็นเลขต่ำหลักเดียว)  

คาดกำไร 3Q-4Q69F แข็งแกร่งขึ้น 

เราคาดว่ากำไร 3Q69F ของกลุ่มโรงแรมจะฟื้นตัวชัดเจน (เติบโตทั้ง YoY และ QoQ) จากผลงานของโรงแรมดีขึ้นและอุปสงค์การท่องเที่ยวแข็งแกร่งขึ้น โดยที่คาดแนวโน้มเชิงบวกดังกล่าวจะดีต่อเนื่องไปใน 4Q69F หนุนจากช่วง high season , อุปสงค์จากการประชุมสัมมนา (MICE) และการจัดกิจกรรมต่าง ๆ ที่เพิ่มขึ้น บวกกับมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวของภาครัฐ หากกำไร 2Q69F ออกมาตามเราคาด กำไรหลักรวม 1H69F จะอยู่ที่ 6.48 พันล้านบาท (+8% YoY) คิดเป็น 39.5% ของประมาณการกำไรกลุ่มโรงแรมทั้งปี 2569F ของเราที่ 1.64 หมื่นล้านบาท(+9% YoY) จากแนวโน้ม RevPAR ปัจจุบัน ผลการดำเนินงานกลุ่มโรงแรมถือว่าได้ฟื้นตัวมาอยู่ที่ระดับทรงตัวถึงเติบโตเป็นเลขต่ำหลักเดียว (YTD) เทียบกับสมมติฐานทั้งปีของเราที่ -4% ถึง +5% หากแนวโน้มดังกล่าวยังคงดีต่อเนื่องในช่วงที่เหลือของปีนี้ จะสะท้อนว่าประมาณการกำไรกลุ่มโรงแรมปี 2569F ของเราอาจมี upside risk  

Valuation & Action 

เรายังคงให้น้ำหนักลงทุนกลุ่มโรงแรม “มากกว่าตลาดฯ” และปรับเพิ่มราคาเป้าหมายขึ้น 6-13% (Figure 4) หลังปรับ valuation ขึ้นอยู่ที่ -0.5 S.D. (จากเดิม -1 S.D.) เพื่อสะท้อนการับรู้กำไรระยะยาวดีขึ้นจากภาคการท่องเที่ยวฟื้นตัวชัดเจนขึ้น การที่ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์เริ่มคลี่คลายลงและสมมติฐานจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติจะเร่งตัวขึ้นตั้งแต่ 3Q69F เป็นต้นไป เราเชื่อว่ากลุ่มโรงแรมสมควรได้รับ valuation ที่สูงขึ้นและใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ยระยะยาว แม้ยังคงต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตก็ตาม ทั้งนี้ เราเลือกทั้ง ERW (OP, TP 4.30 บาท) และ CENTEL (OP, TP 48.00 บาท) เป็นหุ้นเด่น นอกจากนี้ เรายังปรับเพิ่มคำแนะนำ AWC ขึ้นเป็น “ซื้อ” จาก “ถือ”โดยประเมินราคาเป้าหมายใหม่ที่ 3.60 ผลจาก upside ของราคาเป้าหมายใหม่ของเราและ การรับรู้การเติบโตกำไรระยะยาวที่ดีขึ้น ขณะที่ ยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” MINT (TP 30.00 บาท) ส่วน SHR ยังคงคำแนะนำ “ถือ” (TP 1.90 บาท) เพราะมองว่า valuation ปัจจุบันได้สะท้อนกำไรที่คาดว่าจะฟื้นตัวไปมากแล้ว 

Risks 

อุปสงค์ด้านการท่องเที่ยวอาจอ่อนแอกว่าคาดและต้นทุนการดำเนินงานที่สูงขึ้น 

- Advertisement -