บล.ฟินันเซีย ไซรัส:

SEAFCO (SEAFCO TB) (BUY)

2Q26E softness, 3Q26E strength

  • คาดกำไรสุทธิ 2Q26 เร่งขึ้น 142% y-y แต่ลดลง 14% q-q จากผลกระทบของวันหยุดยาวและต้นทุนวัสดุก่อสร้างสูงขึ้น

  • กำไร 3Q26 คาดทำจุดสูงสุดของปี จากเร่งงานรถไฟฟ้าสายสีส้มที่เข้าสู่ช่วงก่อสร้างท้ายโครงการ

  • คงคำแนะนำซื้อ จากแนวโน้มกำไร 3Q26 ที่แข็งแกร่งขึ้น

กำไร 2Q26 มีแนวโน้มอ่อนลง q-q จากปัจจัยฤดูกาล

เราประเมินกำไรสุทธิ 2Q26 ที่ 90 ล้านบาท (-14% q-q, +142% y-y) การลดลง q-q มีสาเหตุหลักจากปัจจัยฤดูกาล เนื่องจากไตรมาสนี้ได้รับผลกระทบจากช่วงวันหยุดยาว เราคาดรายได้จากงานก่อสร้างที่ 440 ล้านบาท (-6% q-q, +9% y-y) บนสมมติฐานปริมาณการเทคอนกรีตเฉลี่ยราว 1,100 ลบ.ม./วัน ใน 2Q26 ลดลงจาก 1,211 ลบ.ม./วัน ใน 1Q26 แต่เพิ่มขึ้นจาก 852 ลบ.ม./วัน ใน 2Q25 โดยความคืบหน้าของงานก่อสร้างยังคงขับเคลื่อนหลักจากโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ซึ่งยังคงเป็นแหล่งรายได้หลักของบริษัทในไตรมาสนี้

มาร์จิ้นปรับลงจากต้นทุนวัสดุที่สูงขึ้น

เราคาดอัตรากำไรขั้นต้น 2Q26 ที่ 32.0% ลดลงจาก 33.7% ใน 1Q26 แต่ยังสูงกว่าระดับ 21.5% ใน 2Q25 อย่างมีนัย การปรับลงของมาร์จิ้น q-q มีสาเหตุหลักจากราคาวัสดุก่อสร้างที่สูงขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังดำเนินอยู่ โดยเฉพาะเหล็กและคอนกรีต ซึ่งรวมกันคิดเป็นประมาณ 50% ของต้นทุนทั้งหมด ส่งผลให้ต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นคาดว่าจะกดดันมาร์จิ้นโดยเฉพาะสัญญางานที่รวมทั้งค่าแรงและวัสดุ ซึ่งคิดเป็นประมาณ 14% ของงานในมือทั้งหมดของบริษัท อย่างไรก็ตาม เราคาดว่าผลกระทบโดยรวมจะอยู่ในระดับจำกัด เนื่องจากโครงการส่วนใหญ่ของบริษัทเป็นโครงการระยะสั้น ทำให้บริษัทสามารถส่งผ่านต้นทุนวัสดุที่สูงขึ้นได้ค่อนข้างรวดเร็ว อีกทั้งโดยทั่วไปบริษัทยังล็อกราคาวัสดุตั้งแต่เริ่มโครงการ

คาดกำไร 3Q26 จะทำจุดสูงสุดของปี

หากผลประกอบการ 2Q26 เป็นไปตามคาด กำไรสุทธิ 1H26 จะอยู่ที่ 195 ล้านบาท (เทียบกับขาดทุนสุทธิ 25 ล้านบาทใน 1H25) คิดเป็น 76% ของประมาณการกำไรทั้งปีของเรา เราคาดว่ากำไร 3Q26 จะทำจุดสูงสุดของปี โดยเติบโตทั้ง q-q และ y-y จากความคืบหน้าการก่อสร้างที่เร่งตัวขึ้นของโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ซึ่งงานก่อสร้างส่วนใหญ่ของโครงการกำหนดแล้วเสร็จในช่วง 3Q–4Q26

คงคำแนะนำซื้อ จากแนวโน้ม 3Q26 ที่แข็งแกร่งขึ้น

เราคาดว่างานในมือของ SEAFCO จะอยู่ที่ราว 1.2 พันล้านบาท ณ สิ้น 2Q26 โดยสมมติว่าบริษัทจะได้รับงานใหม่ประมาณ 200 ล้านบาทในไตรมาสนี้ ขณะที่ภายหลังโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มทยอยแล้วเสร็จ เราคาดว่าบริษัทจะมีศักยภาพในการเข้าประมูลและรับงานใหม่ได้มากขึ้น โครงการที่อยู่ระหว่างการประมูลในปัจจุบันส่วนใหญ่เป็นโครงการก่อสร้างอาคารของภาคเอกชน ขณะที่ตลาดภาครัฐคาดว่าจะมีความชัดเจนมากขึ้นตั้งแต่ต้นปี 2027 เป็นต้นไป เรายังคงคำแนะนำ ซื้อ และราคาเป้าหมายที่ 3.50 บาท (อิง PBV 1.6x) โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากแนวโน้มกำไร 3Q26 ที่คาดแข็งแกร่งขึ้น

- Advertisement -