บล.เคจีไอ (ประเทศไทย):

Global Power Synergy (GPSC.BK/GPSC TB)*

งบดุลและ PDP2569 เปิดอัพไซด์ในระยะยาว (Outperform‧Maintained)

Event 

ประเด็นสำคัญจากการประชุมนักวิเคราะห์ 2Q69 (โทนเป็นกลาง) 

Impact 

โทนกลาง ๆ หลังประชุมนักวิเคราะห์ล่าสุด…แม้ยังมีศักยภาพการเติบโตระยะยาว 

GPSC คาดว่าอุปสงค์การใช้ไฟฟ้าสูงสุดของไทยจะเพิ่มขึ้นแตะ 70GW ในปี 2593 จาก 36GW ปี 2569 ซึ่งจะต้องมี capacity พลังงานหมุมเวียนเพิ่มขึ้นมากกว่า 50GW โดยเฉพาะเพื่อรองรับ Data Center และเศรษฐกิจสีเขียว (green economy) ขณะที่ GPSC ใช้ประโยชน์จากความร่วมมือภายในกลุ่มและกับ Copenhagen Infrastructure Partners (CIP) โดยตั้งเป้าขยายธุรกิจอย่างมีนัยสำคัญภายใต้ PDP2569 ประกอบด้วยพลังงานหมุนเวียน 3.2GW (โซลาร์ 2.2GW, ลม 0.5GW และพลังงานน้ำ 0.5GW) และ capacity แบบดั้งเดิมอีก 2.4GW (capacity ใหม่ 1.4GW และการต่ออายุโครงการเดิม 1.0GW) นอกจากนี้ GPSC ยังเห็นโอกาสใน small modular reactors (SMRs) ขนาดสูงสุดราว 200–300MW แม้เราเชื่อว่าโครงการดังกล่าวไม่น่าจะเกิดขึ้นจนกว่าจะเข้าสู่ระยะกลาง ภายใต้โครงการ direct PPA อย่างไรก็ดี GPSC ตั้งเป้ามีส่วนแบ่ง 500MW จากโครงการนำร่องของไทยขนาด 2GW

งบดุลที่แข็งแกร่งรองรับการเติบโตโดยไม่ต้องเพิ่มทุน 

ฝ่ายบริหารยังมั่นใจว่า GPSC จะไม่มีความจำเป็นต้องเพิ่มทุนอีก โดยมี net IBD/E ณ 2Q69 ต่ำเพียง 0.72x (เทียบกับ covenant ที่ 2.5x) ซึ่งจากการคำนวณของเราพบว่าความสามารถในการก่อหนี้เพิ่มเติมได้อีกราว 2 แสนล้านบาท ขณะเดียวกัน Avaada (ฐานที่อินเดีย) กำลังเตรียมการทำ IPO ซึ่งอาจเกิดขึ้นเร็วที่สุดในปี 2570 โดยคาดว่าเงินที่ได้รับจาก IPO จะช่วยเพิ่มความสามารถในการจัดหาเงินทุนของ GPSC เพื่อยื่นประมูลโครงการภายใต้ PDP2569 และโอกาสการลงทุนในต่างประเทศ ขณะที่ GPSC ยังเสี่ยงจากความผันผวนของราคาก๊าซลดลงจากสัดส่วนสัญญาที่เชื่อมโยงกับราคาก๊าซ (gas-linked contracts) เร่งตัวขึ้นที่ 63% ในปัจจุบัน (เป้า 70% ภายในปี 2573) โดยราคาก๊าซที่เปลี่ยนแปลงทุกๆ 1 บาท/mmbtu จะทำให้กำไรต่อปีลดลงเหลือราว 16 ล้านบาทจาก 22ล้านบาท  

แนวโน้มเป็นอย่างไร…? 

มองที่ 3Q69F เราคาดกำไรหลักเบื้องต้นจะแผ่วลง QoQ (แต่ยังเพิ่ม YoY) สะท้อนถึง margin ของ SPP ลดลงและ IPP กับโรงไฟฟ้าโซลาร์ของ Avaada อ่อนแอตามปัจจัยฤดูกาล แต่ยังมีปัจจัยบวกบางส่วนจากโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำไซยะบุรี (ช่วงพีค) ช่วยหนุน นอกจากนี้ คาดว่าบริษัทจะบันทึกกำไรหลังหักภาษี ราว 200 ล้านบาทจากการขายเงินลงทุนในโครงการโซลาร์ที่ Sheng Yang  

Valuation & Action 

เรายืนคำแนะนำ “ซื้อ” GPSC ราคาเป้าหมายปี 2570F ที่ 60.00 บาท (SoTP; WACC ที่ 5.7%) ปัจจุบัน GPSC ซื้อขายที่ valuation ระดับต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีต -0.5 S.D. ซึ่งต่ำกว่าช่วง valuation ตั้งแต่ค่าเฉลี่ยถึง +1 S.D. มาก (เทียบเท่า implied PE ปี 2570F ของเราที่ 27x) ซึ่งเป็นระดับที่หุ้นเคยซื้อขายในช่วงวัฏจักร PDP2561 และ PDP2567 ดังนั้น เราจึงมองว่ายังมีโอกาสเกิดการเติบโตได้หลายเท่าตัวเพิ่มเติม เมื่อการรับรู้กำไรระยะยาวดีขึ้น และปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตใหม่ๆ ชัดเจนขึ้น ขณะที่ GPSC ได้ประกาศจ่าย DPS 1H69 ที่ 0.55 บาท/หุ้น (XD: 19 ส.ค. 69) คิดเป็น dividend yield ราว 1.1%  

Risks 

ปิดซ่อมบำรุงนอกแผน, ปัญหา cost overruns และความผันผวนของ Fx และอัตราดอกเบี้ย

- Advertisement -