บล.ฟิลลิป:
PSL กำไร 2Q69 โตสูง คาด 2H69 ยังแข็งแกร่ง
- IAA Consensus: 9.38
- PSL พลิกกลับมามีกำไรสุทธิใน 2Q69 และเติบโต 382% q-q จากค่าระวางเรือที่แข็งแกร่งทุกประเภท โดยเฉพาะกลุ่มเรือบรรทุกน้ำมันและ Ultramax ที่ทำรายได้โดดเด่น ได้รับเงินชดเชยประกันภัยสงคราม 10.98 ล้านเหรียญสหรัฐฯ พร้อมได้ปัจจัยหนุนทางอ้อมจากภาวะตุนสินค้าที่ช่วยพยุงค่าระวางเรือระยะยาวแม้ต้องหลีกเลี่ยงเส้นทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซ แนวโน้ม 2H69 ยังแข็งแกร่งตามปัจจัยฤดูกาลและดีมานด์ถ่านหินที่พุ่งสูงตามการขยายตัวของ AI และ Data Centers โดยบริษัทมีการล็อกสัญญาเช่าล่วงหน้าเพื่อสร้างความมั่นใจด้านรายได้ (IAA Consensus: 9.38 บาท)
-
ผลประกอบการ 2Q69 พลิกกลับมามีกำไร: บริษัทพลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 521.50 ล้านบาท (15.87 ล้านเหรียญสหรัฐ) เติบโต 382% q-q และพลิกจากขาดทุนในปีก่อนที่ 43.31 ล้านบาท ด้าน EBITDA อยู่ที่ 30.38 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 127% เมื่อเทียบกับ y-y โดยมีรายได้เฉลี่ยต่อวันต่อลำ (TC Rate) รวมอยู่ที่ 16,676 เหรียญสหรัฐ รายได้จากกลุ่มเรือเทกองปรับตัวดีขึ้นในทุกประเภทเรือ โดยเฉพาะเรือ Ultramax ทำได้เฉลี่ย 18,554 เหรียญสหรัฐ ขณะที่เรือบรรทุกน้ำมันลำแรกของกองเรือทำรายได้โดดเด่นถึง 25,972 เหรียญสหรัฐต่อวัน
-
สงครามหนุนค่าระวางเรือ: สงครามและการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้รัฐบาลและภาคธุรกิจต้องนำเข้าสินค้าเพิ่มเพื่อความมั่นคงทางเสบียงและพลังงาน หนุนค่าระวางเรือในระยะยาว กรณีเรือ มยุรี นารี ที่ถูกโจมตี บริษัทได้รับเงินชดเชยจากประกันภัยสงครามแล้ว 10.98 ล้านเหรียญสหรัฐ ในไตรมาสนี้ ปัจจุบัน PSL ยังคงมาตรการ ระงับการเข้าท่าเรือและหลีกเลี่ยงการผ่านช่องแคบฮอร์มุซทั้งหมด เพื่อความปลอดภัยสูงสุด
-
แนวโน้ม 2H69 ยังคงแข็งแกร่ง: ทิศทางตลาดในช่วงครึ่งปีหลังคาดว่าจะยังคงแข็งแกร่ง ตามปัจจัยฤดูกาลโดยคาดว่าไตรมาส 3 จะทรงตัวก่อนจะปรับตัวขึ้นสู่จุดสูงสุดในไตรมาส 4 ในด้านความต้องการการใช้เรือยังสูงอย่างต่อเนื่องจากวิกฤตพลังงานและการเปลี่ยนเส้นทางเดินเรือที่ต้องใช้ระยะทางไกลขึ้น นอกจากนี้ การขยายตัวของ AI และ Data Centers ทั่วโลกกำลังผลักดันความต้องการไฟฟ้า ซึ่งจะหนุนการขนส่งถ่านหินเพื่อทดแทนก๊าซ LNG ที่ขาดแคลน ปัจจุบันบริษัทได้ล็อกสัญญาเช่าล่วงหน้าบางส่วน เช่น FFA ของเรือ Supramax ในไตรมาส 4 ที่ระดับราคาประมาณ 19,000 เหรียญสหรัฐ (IAA Consensus: 9.38 บาท)








