บล.ฟิลลิป:
CPAXT กำไร 2Q69 ต่ำกว่าคาด ถือ TP’69: 15.10
กำไร 2Q69 ลดลง y-y และ q-q ต่ำกว่าคาด โดนกดดันจากแต่อัตรากำไรขั้นต้นลดลงเหลือ 14.1% จากสัดส่วนสินค้าอาหารแห้งที่เพิ่มขึ้นและการบริหารราคาพยุงกำลังซื้อ แนวโน้ม 3Q69 ยังท้าทายจากผลกระทบนโยบายรัฐและผลขาดทุนช่วงแรกของโครงการ Happitat ก่อนจะกลับมาฟื้นตัวใน 4Q69 ตามปัจจัยฤดูกาล ปรับลดเป้ากำไรและราคาพื้นฐานปี 69 ลง แนะนำ “ถือ”
| งบรวม | 2Q69 | 1Q69 | 2Q68 | % y-y | % q-q | 6M69 | 6M68 | % y-y |
| กำไร | 1,874 | 2,794 | 2,286 | -18.0 | -32.9 | 4,668 | 4,929 | -5.3 |
| EPS | 0.18 | 0.27 | 0.22 | -18.0 | -32.9 | 0.45 | 0.47 | -5.3 |
หมายเหตุ: กำไร = ล้านบาท, EPS = บาท
- 2Q69 กำไรต่ำคาด: บริษัทรายงานกำไรสุทธิ 2Q69 อยู่ที่ 1,874 ล้านบาท หดตัวลง -18.0% y-y และ -32.9% q-q ต่ำกว่าคาด (คาด 2,114 ล้านบาท) สาเหตุสำคัญมาจากอัตรากำไรที่ลดลง ประกอบกับต้นทุนในการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายในการบริหาร (SG&A) ที่เพิ่มขึ้น
- ยอดขายเติบโตแต่ต้นทุนและค่าใช้จ่ายกดดัน: ยอดขายรวมเติบโต +2.1% y-y มาอยู่ที่ 126,494 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหนุนจากการเติบโตของธุรกิจค้าส่ง 3.5% y-y ตามการเปิดสาขาใหม่และการรุกตลาด Omni Channel ที่ยอดขายโตแรงถึง 30.3% รวมถึงอานิสงส์จากโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” ที่ช่วยหนุนกลุ่มสินค้าอาหารแห้งในร้านโชห่วยและการรับรู้รายได้จาก Lucky Frozen อย่างไรก็ดีอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ลดลงเหลือ 14.1% (จาก 14.3% ในปีก่อน) เนื่องจากสัดส่วนการขายสินค้ากลุ่มอาหารแห้งที่มีมาร์จิ้นต่ำเพิ่มขึ้น ประกอบกับการบริหารราคาขายเพื่อช่วยพยุงกำลังซื้อของผู้บริโภคที่ยังคงเปราะบาง ด้าน SG&A เพิ่มขึ้น 7.2% y-y จากการลงทุนในระบบ Last-mile Delivery เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการจัดส่งสินค้าของธุรกิจออนไลน์เพื่อรองรับการเติบโตในระยะยาว, การรับรู้ค่าใช้จ่ายของ Lucky Frozen และค่าใช้จ่ายจากการเปิดสาขาใหม่ที่เร่งตัวขึ้นในปีนี้
- ครึ่งปีหลังยังท้าทาย ปรับลดคาดการณ์: ปรับลดประมาณการกำไรสุทธิปี 69 ลงเหลือ 9,663 ล้านบาท (จากเดิม 10,205 ล้านบาท) เพื่อสะท้อนความท้าทายในครึ่งปีหลัง โดยผลการดำเนินงานใน 1H69 เป็นประมาณ 48.3% ของเป้าหมายใหม่ แนวโน้ม 2H69 ยังคงมีความท้าทายสูง โดยเฉพาะใน 3Q69 ที่คาดว่าผลการดำเนินงานจะชะลอตัวลง q-q สาเหตุหลักมาจากผลกระทบของมาตรการรัฐฯเต็มไตรมาส และการเปิดตัวโครงการ Happitat ในวันที่ 21 ส.ค. 69 ซึ่งคาดว่าจะมีการรับรู้ผลขาดทุนในช่วงเริ่มต้นโครงการ ก่อนจะกลับมาฟื้นตัวในช่วง 4Q69 เนื่องจากเข้าสู่ช่วง High Season ของธุรกิจค้าปลีกและท่องเที่ยว ปรับลดราคาเป้าหมายลงเหลือ 15.10 บาท (จากเดิม 17.60 บาท) เมื่อเทียบกับราคาปัจจุบันที่ 15.00 บาท จะเหลือ Upside แล้ว ทั้งนี้บริษัทประกาศจ่ายเงินปันผลครึ่งปีแรกที่ 0.18 บาท XD ในวันที่ 20 ส.ค. 69 และคาดการณ์การจ่ายเงินปันผลทั้งปีที่ 0.71 บาทต่อหุ้น คิดเป็น Dividend Yield ประมาณ 4.7% ปรับคำแนะนำลงเป็น “ถือ”








