บล.ฟิลลิป:
KCE กำไร 2Q69 เติบโต y-y และ q-q สูงกว่าคาด
คำแนะนำ: ทยอยซื้อ TP’69: 48.00 บาท
2Q69 กำไรสุทธิ 276 ลบ. สูงขึ้น y-y และ q-q มากกว่าคาด มาจากยอดขายเติบโตดี โดยเฉพาะ HDI ตลาดมีความต้องการผลิตภัณฑ์ในเทคโนโลยีที่สูงขึ้น มี GPM 18.9% สูงขึ้น y-y และ q-q การลดต้นทุนและประโยชน์จากค่าเงินสามารถทดแทนต้นทุนที่สูงขึ้น บริษัทมีการปรับราคาสินค้าขึ้นตั้งแต่ 3Q69 คาดหวังแนวโน้มกำไรสูงขึ้นต่อเนื่องในครึ่งปีหลัง ราคาพื้นฐาน 48.00 บาท คงคำแนะนำ “ทยอยซื้อ”
| งบรวม | 2Q69 | 1Q69 | 2Q68 | % y-y | % q-q | 6M69 | 6M68 | % y-y |
| กำไร | 276 | 234 | 182 | +51.5 | +17.8 | 510 | 412 | +23.8 |
| EPS | 0.23 | 0.20 | 0.15 | +51.5 | +17.8 | 0.43 | 0.35 | +23.8 |
หมายเหตุ: กำไร = ล้านบาท, EPS = บาท
-
2Q69 กำไรเติบโตและสูงกว่าคาด: 2Q69 กำไรสุทธิ 276 ลบ. +51.5%y-y +17.8%q-q สูงกว่าคาด มียอดขายที่ 110.4 ล้านดอลลาร์ +11.0%y-y +11.7%q-q สินค้า HDI มีการเติบโตโดดเด่นกว่าสินค้าอื่น จากทิศทางความต้องการผลิตภัณฑ์ในเทคโนโลยีที่สูงขึ้น และได้ประโยชน์จากค่าเงินบาทอ่อนค่า ทำให้มีรายได้รูปเงินบาท 3.57 พันลบ. +8.8%y-y +15.0%q-q มี GPM 18.9% สูงขึ้น y-y และ q-q แม้เผชิญต้นทุนวัตถุดิบสูงขึ้น แต่บริษัทมีการจัดการลดต้นทุนอย่างต่อเนื่อง มี Product mix ดีขึ้นจาก HDI และได้ประโยชน์จากค่าเงิน
-
จัดการต้นทุนให้แข่งขันได้: 2Q69 มีต้นทุนทองแดงสูงขึ้นและวัตถุดิบบางชนิดพบปัญหาการขาดแคลน แต่มีบริษัทย่อย TLM ผลิตแผ่น Copper Clad Laminate ซึ่งเป็นวัตถุดิบหลัก ทำให้ภาพรวมมีการจัดการต้นทุนวัตถุดิบในระดับที่สามารถแข่งขันได้ดีกว่าการจัดซื้อจากผู้ผลิตภายนอก บริษัทมีการปรับราคาสินค้าเพิ่มขึ้นตั้งแต่ 3Q69 คาดหวังแนวโน้มกำไรสูงขึ้นต่อเนื่องในครึ่งปีหลัง
-
ปรับราคาพื้นฐานเพิ่ม คงคำแนะนำ “ทยอยซื้อ”: คาดการณ์กำไรปี 69 ถูกปรับเพิ่มขึ้นเป็น 1,170 ลบ. +48.8%y-y ปรับราคาพื้นฐานเพิ่มขึ้นเป็น 48.00 บาท คงคำแนะนำ “ทยอยซื้อ”







