บล.เอเซีย พลัส: 

TOP กำไร 2Q69 ตามคาด…ช่วงสั้นมีปันผลครึ่งปีหนุน ส่วนงบ 2H69 สดใสลดลง (Trading)

Flash Points

  • TOP รายงานกำไรสุทธิ 2Q69 เท่ากับ 8.6 พันล้านบาท ลดลง 56.0%qoq เป็นไปตามที่ฝ่ายวิจัยคาดไว้ ถูกกดดันหลักจากรายการพิเศษที่ในงวดนี้สุทธิแล้วพลิกกลับค่าใช้จ่ายรวม 7.7 พันล้านบาท จากงวดก่อนที่เป็นรายได้รวมราว 9.9 พันล้านบาท เป็นผลหลักมาจากบันทึกกลับเป็นขาดทุนสต็อกน้ำมันรวม NRV 7.6 พันล้านบาท จากกำไรฯ 1.68 หมื่นล้านบาท และ บันทึกกลับเป็นขาดทุนจาก Fx 689.5 ล้านบาท จากกำไร Fx 2.0 พันล้านบาท ถึงแม้ว่าในงวดนี้คาดจะบันทึกขาดทุน Oil Hedging ลดลงมาอยู่ 1.4 พันล้านบาท จาก 8.9 พันล้านบาท ก็ตาม
  • และหากมาพิจารณาเฉพาะกำไรปกติ 2Q69 พบว่าเพิ่มขึ้นถึง 69.6%qoq มาอยู่ที่ 1.6 หมื่นล้านบาท รับผลบวกจากธุรกิจโรงกลั่นที่ดีขึ้นจากงวดก่อนหน้า โดย Market GRM เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 21.2 จาก 12.6 เหรียญฯต่อบาร์เรล รับผลบวกจากภาวะสงครามที่เกิดขึ้น Spread ทุกผลิตภัณฑ์ปรับตัวเพิ่มขึ้น ถึงแม้จะต้องแบกรับต้นทุนน้ำมันดิบ, ค่าการประกัน, ค่าขนส่ง และ Crude premium ที่สูงขึ้น QoQ รวมถึงผลกระทบจากการแทรกแซงของภาครัฐในการลดราคาหน้าโรงกลั่นสำหรับน้ำมันดีเซลหน้าโรงกลั่นใน 2Q69 ขณะที่ส่วนแบ่งจากธุรกิจอะโรเมติกส์และ LAB ลดลงมาอยู่ที่ 0.8 จาก 1.1 เหรียญฯ ซึ่ง 0.8 เหรียญฯเป็นส่วนของ LAB ทั้งหมด เนื่องจาก Spread อะโรเมติกส์ 2Q69 ลดลงตามต้นทุน feedstock ก๊าซโซลีนที่เพิ่มขึ้น ส่วน TLB ส่วนแบ่งกำไรเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 1.9 จาก 1.1 เหรียญฯ จาก Supply ของ 500SN ที่ตึงตัว

Impact Insight

  • กำไรปกติ 1H69 เท่ากับ 2.6 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 468.1% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และคิดเป็น 89.2% ของประมาณการทั้งปีที่ประเมินไว้ เบื้องต้นยังคงประมาณการเดิม โดยให้น้ำหนักกำไร 2H69 อ่อนตัวมีนัยฯจาก 1H69 คาดกำไรปกติปี 2569 จะอยู่ราว 2.9 หมื่นล้านบาท
  • สำหรับ Outlook 3Q69 คาดกำไรปกติจะปรับตัวลดลง QoQ ภายใต้สมมติฐานสงครามไม่รุนแรงเช่นรอบแรก ส่งผลให้แนวโน้มค่าการกลั่นปรับตัวลง QoQ แต่ทั้งนี้จะมีแรงกดดันบางส่วนต่อเนื่องจาก Crude Premium ที่ยังอยู่ในระดับสูง รวมถึงผลกระทบจากการแทรกแซงของภาครัฐในการลดราคาหน้าโรงกลั่นสำหรับน้ำมันดีเซลที่อาจจะมีมาต่อเนื่องช่วงราคาน้ำมันในตลาดโลกอยู่สูง เช่นเดียวกับ Spread ปิโตรเคมีที่มีแนวโน้มลดลงสู่ภาวะปกติหลังสงคราม ขณะที่ bottom line คาดมีโอกาสกลับมาเป็นบันทึกขาดทุนสต็อกฯได้ จึงถือเป็นความเสี่ยงที่ต้องระมัดระวังในช่วง 2H69

Execution

  • มูลค่าพื้นฐานปี 2570 เท่ากับ 68 บาทต่อหุ้น จาก upside ที่จำกัด แนะนำเพียง Trading ตาม fund flow ที่เข้ามากลุ่มพลังงานและปิโตรเคมี + อานิสงส์สงครามที่ยังอยู่เป็นระลอกๆ ซึ่งช่วงสั้นรอลุ้นเงินปันผลระหว่างกาลที่คาดจะโดดเด่น โดยคาดเงินปันผลทั้งปี 2569 อยู่ราว 4.20 บาทต่อหุ้น คิดเป็น Dividend Yield ต่อปี 6.6% ซึ่งครึ่งปีน่าจะจ่ายราว 2.0-2.2 บาท (รอประชุมอนุมัติ 27 ส.ค.)
- Advertisement -