บล.เอเซีย พลัส:
BEM ฐานกำไรแข็งแกร่ง รอแรงหนุนรอบใหม่ (Buy)
Flash Points
-
BEM รายงานกำไรสุทธิ 2Q69 ที่ 1,012 ล้านบาท (+16%QoQ,+2%YoY) ใกล้เคียงคาด กำไรเติบโตเทียบกับปีก่อนยังอยู่ในระดับจำกัด สะท้อนภาพรายได้รวมที่ลดลง 0.4%YoY จากรายได้ธุรกิจทางด่วนที่ทรงตัว ขณะที่รายได้ธุรกิจรถไฟฟ้าเติบโต 3%YoY ตามจำนวนผู้โดยสารสายสีน้ำเงินที่เพิ่มขึ้น ส่วนกำไรเติบโตเทียบกับ 1Q69 มีแรงหนุนหลักจากการรับรู้เงินปันผลจาก CKP และ TTW เข้ามาตามฤดูกาลจำนวน 337 ล้านบาท
-
ด้านความสามารถในการทำกำไร อัตรากำไรขั้นต้นเฉลี่ยลดลงมาอยู่ที่ 41.8% จาก 42.1% ใน 2Q68 เนื่องจากมีค่าตัดจำหน่ายสิทธิการใช้ประโยชน์บนทางด่วนสูงขึ้น ประกอบกับรายได้จากธุรกิจพัฒนาเชิงพาณิชย์ซึ่งมีอัตรากำไรสูง ลดลงถึง 18%YoY จากการชะลอใช้งบโฆษณาและผลกระทบต่อเนื่อง หลังการควบรวม TRUE-DTAC อย่างไรก็ตาม ต้นทุนทางการเงินที่ลดลงตามทิศทางดอกเบี้ยขาลง และการควบคุมค่าใช้จ่าย SG&A อย่างเข้มงวด ช่วยพยุงให้กำไรสุทธิยังขยายตัวได้เล็กน้อยเมื่อเทียบกับปีก่อน
Impact Insight
-
ฝ่ายวิจัยมองกำไร 3Q69 จะเป็นจุดสูงสุดของปี จากปัจจัยฤดูกาลที่เอื้อต่อปริมาณผู้โดยสารรถไฟฟ้าหลังเปิดภาคการศึกษา ประกอบกับการรับเงินปันผลจาก TTW เข้ามาอีก 221 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม หากเทียบกับ 3Q68 คาดว่ากำไรจะเติบโตเพียงเล็กน้อย เนื่องจากยังไม่เห็นการเร่งตัวอย่างมีนัยสำคัญของปริมาณผู้ใช้ทางด่วนและรถไฟฟ้า ขณะที่อัตราค่าโดยสารและค่าผ่านทางเฉลี่ยยังทรงตัวใกล้เคียงกับปีก่อน
-
ประเด็นสำคัญที่ต้องติดตามในระยะถัดไปคือโอกาสการได้รับงานระบบ M&E ของรถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ และโครงการ Double Deck ซึ่งจะเป็นปัจจัยสร้างการเติบโตระยะยาว ขณะที่ปัจจัยพลิกโฉมธุรกิจที่สำคัญที่สุด ยังอยู่ที่การเปิดให้บริการรถไฟฟ้าสายสีส้มต้นปี 2571 ซึ่งจะเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินที่สถานีศูนย์วัฒนธรรมฯ ช่วยเพิ่มจำนวนผู้โดยสารทั้งเครือข่าย และต่อยอดไปสู่รายได้เชิงพาณิชย์ได้อย่างมีนัยสำคัญในอนาคต
Execution
-
ฝ่ายวิจัยคงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเหมาะสมปี 2570 อยู่ที่ 8.20 บาท (DCF) โดยมองว่า BEM เป็นผู้ประกอบการโครงสร้างพื้นฐานที่มีรายได้มั่นคงจากสัมปทานระยะยาว แม้การเติบโตของกำไรในปี 2570 มีจำกัด แต่ยังมี Upside จากโครงการลงทุนภาครัฐและการขยายเครือข่ายรถไฟฟ้า ซึ่งจะทำให้เห็นการเติบโตของกำไรเด่นชัดหลังปี 2571 เป็นต้นไป







