บล.พาย:
SAWAD: Srisawad Corporation PCL
กลับสู่วัฏจักรเติบโตในปี 2026
คงคำแนะนำ “ซื้อ” ปรับเพิ่มมูลค่าพื้นฐานเป็น 28 บาท (เดิม 25 บาท) จากการปรับการประมาณการเติบโตกำไรสูงขึ้น คำนวณด้วยวิธี GGM (ROE 13.5%, TG 2%) อิงจาก 1.1x PBV’26E และ 8.4x PE’26E ผลการดำเนินงานใน 2Q26 กำไรสุทธิออกมาที่ 1.4 พันล้านบาท (+10% YoY, +4% QoQ) และ NPL ratio ทรงตัวที่ 3.9% เราปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 2026-27 เพิ่มขึ้น และคาดว่ากำไรสุทธิในปี 2026 จะกลับมาเติบโตที่ 11% เนื่องจากการขยายตัวของรายได้ดอกเบี้ยสุทธิและการขาดทุนรถยึดลดลง และค่าใช้จ่ายการดำเนินงานลดลง สำหรับใน 2H26 คาดกำไรสุทธิปรับสูงขึ้นทั้ง HoH เทียบกับ 1H และเติบโต YoY เทียบกับ 2H25 หนุนจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิขยายตัว และรายได้จากธุรกิจประกันเพิ่มขึ้น
การประชุมนักวิเคราะห์
- สินเชื่อรวมในปี 2026 ขยายตัว 10-15% เน้นขยายสินเชื่อจำนำทะเบียน ขณะที่สินเชื่อเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ทรงตัว
- ธุรกิจสินเชื่อเช่าซื้อโทรศัพท์มือถือ (lock phone) แม้มีความต้องการเติบโตดี และหนี้เสียต่ำมาก แต่สินเชื่อมีขนาดพอร์ตที่เล็ก เพราะมีการชำระคืนหนี้เร็ว โดยระยะเวลาการกู้ 12-18 เดือน ทั้งนี้ ใน 2H26 ตั้งเป้าปล่อยสินเชื่อใหม่ 600 ล้านบาทต่อเดือน และในปี 2027 ค่าเฉลี่ยการเติบโตเพิ่มเป็น 650 ล้านบาทต่อเดือน ขณะที่อัตราผลตอบแทนสินเชื่อ (loan yield) สูงที่ 25-30% และยังอยู่ต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนด โดยมี loan to value ราว 70%
- การออกหุ้นกู้ในเดือน เม.ย. รวม 6 พันลบ. (อายุ 3-7 ปี และอัตราดอกเบี้ย 2.85%-3.75%) ได้รับการตอบรับที่ดีมาก ขณะที่อัตราดอกเบี้ยต่ำกว่าในอดีต เช่น ออกหุ้นกู้อายุ 3 ปี ดอกเบี้ย 2.85% ต่ำกว่าในอดีตที่ออกมาในปี 2024/25 ราว 1%/2% ตามลำดับ
- คุณภาพสินเชื่ออยู่ในควบคุม และ loss on sales จากการขายสินทรัพย์รอการขายลดลง (ใน 2Q26 ลดลงเหลือ 35 ลบ.) และจะไม่กลับไปขาดทุนสูงเหมือนอดีตที่ระดับ 100 ลบ. ต่อไตรมาส ขณะที่การตั้งสำรองหนี้ฯ ใน 2H26 ขึ้นกับภาวะเศรษฐกิจ
- การเปิดสาขายังมีความจำเป็นเพื่อการติดตามหนี้ที่มีประสิทธิภาพ แต่การเปิดใหม่ในระดับลดลง และมาใช้ Tablet มาช่วยมากขึ้น ทำให้ต้นทุนดำเนินงานลดลง และมีเป้า cost to income ratio (ค่าใช้จ่ายดำเนินงาน/รายได้การดำเนินงาน) ต่ำกว่า 45%
- อัตราการจ่ายเงินปันผลในปี 2026 ใกล้เคียงในปี 2025 และจะมีการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล
คาดกำไรสุทธิกลับมาขยายตัวในปี 2026
- เราปรับประมาณการกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 5%/4% ในปี 2026-27 จาก 1) ปรับประมาณการรายได้ค่าเบี้ยประกันภัยสูงขึ้น และ 2) ค่าใช้จ่ายการดำเนินงานลดลง ส่งผลให้ปรับ Cost to income ratio ลดลง 270 bps/430 bps เหลือ 42.7%/41.6% ในปี 2026-27
- คาดว่ากำไรสุทธิในปี 2026 กลับมาเติบโต 11% และโตต่อเนื่อง 7% ในปี 2027 หนุนจากทั้งรายได้จากการดำเนินงานเพิ่มขึ้น และค่าใช้จ่ายดำเนินงานลดลง
- คาดจ่ายเงินปันผลเพิ่มขึ้นเป็น 0.77/0.83 บาท บนสมมติฐานอัตราการจ่ายเงินปันผลที่ 23% ใกล้เคียงกับในปี 2025







