ข่าวเศรษฐกิจ / อุตสาหกรรม / ตลาดหลักทรัพย์ฯ

ค่าเงินบาทเปิดแข็งค่าที่ 33.12 บาท/ดอลลาร์ ท่ามกลางความไม่แน่นอนนโยบายเฟดและสถานการณ์ตะวันออกกลาง

ธนาคารกรุงไทยประเมินค่าเงินบาทเปิดเช้าวันที่ 17 สิงหาคม 2569 ที่ระดับ 33.12 บาทต่อดอลลาร์ แข็งค่าขึ้นเล็กน้อยจากระดับสัปดาห์ก่อนหน้าที่ 33.15 บาทต่อดอลลาร์ เงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบ Sideways ระหว่าง 33.08-33.18 บาทต่อดอลลาร์ หลังรายงานเศรษฐกิจสหรัฐฯ ออกมาแย่กว่าคาด ทั้งยอดค้าปลีกที่ชะลอตัว -0.6% และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคมิชิแกนลดลงเหลือ 51 จุด ผู้เล่นตลาดปรับลดโอกาสที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติม โดยให้โอกาสเพียง 93% ที่จะขึ้นดอกเบี้ยเพียง 1 ครั้งในปีนี้ หลังอัตราเงินเฟ้อ CPI และดัชนีราคาผู้ผลิต PPI ชะลอตัวตามคาด ด้านเศรษฐกิจไทยไตรมาส 2 คาดโต +1.8% YoY ชะลอจากไตรมาสแรกที่ +2.8% YoY ได้แรงหนุนจาก AI Boom และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล KTB มองว่าเงินบาทยังมี Two-Way Risk และอาจแกว่งตัวในกรอบ 32.85-33.40 บาทต่อดอลลาร์ในสัปดาห์นี้ ขึ้นกับสถานการณ์ตะวันออกกลางและนโยบายเฟด

ราคาทองคำในประเทศแกว่งตัวใกล้ 68,700 บาท ได้แรงหนุนดอลลาร์อ่อนและภูมิรัฐศาสตร์อิหร่าน

ราคาทองคำแท่ง 96.5% ภายในประเทศขายออกอยู่ที่ 68,700 บาทต่อบาททองคำ ลดลง 50 บาทจากวันก่อนหน้า ขณะที่ราคาทองคำในตลาดโลกแกว่งตัวในกรอบ 4,367-4,416 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ตลาดทองคำได้รับแรงหนุนจากดัชนีดอลลาร์ที่อ่อนค่า เนื่องจากความคาดหวังต่อเส้นทางดอกเบี้ยของเฟดลดลง โดยความน่าจะเป็นที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยในเดือนกันยายนลดเหลือ 33% จาก 55% ในสัปดาห์ก่อน ด้านปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์จากช่องแคบฮอร์มุซก่อให้เกิดความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อพลังงาน การเดินเรือผ่านช่องแคบเกือบหยุดชะงัก และข้อตกลงหยุดยิง 60 วันระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านได้หมดอายุลงโดยไม่มีสัญญาณการเจรจา นอกจากนี้เศรษฐกิจจีนอ่อนแอลง โดยยอดค้าปลีกเดือนกรกฎาคมขยายตัวเพียง 0.6% ต่ำกว่าคาดที่ 1.5% และอัตราว่างงานในเขตเมืองขยับขึ้นเป็น 5.2% กลยุทธ์การลงทุน แนวต้านสำคัญอยู่ที่ 4,402-4,449 ดอลลาร์ และแนวรับอยู่ที่ 4,311 และ 4,230-4,166 ดอลลาร์

ดัชนี SET ปิดบวก 1.08% แตะ 1,626 จุด หุ้นอิเล็กทรอนิกส์และค้าปลีกนำตลาด ต่างชาติซื้อสุทธิกว่า 2,200 ล้านบาท

ดัชนีตลาดหุ้นไทยวันที่ 17 สิงหาคม 2569 ปิดที่ 1,626.44 จุด เพิ่มขึ้น 17.38 จุด หรือ 1.08% มูลค่าการซื้อขายรวม 75,660.86 ล้านบาท แรงขับเคลื่อนหลักมาจากหุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ โดยเฉพาะ HANA และ CCET ที่ประกาศผลประกอบการออกมาดีกว่าคาด รวมถึงหุ้น DELTA ในกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์และ CRC กลุ่มค้าปลีก ที่มีผลประกอบการดีกว่าคาดการณ์ และสภาพัฒน์รายงาน GDP ไตรมาส 2/2569 อยู่ที่ 1.9% ดีกว่าคาดที่ 1.7% พร้อมปรับเพิ่มคาดการณ์ GDP ปี 2569 เป็น 2.0-2.5% ด้านนักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิ 2,199.87 ล้านบาท ขณะที่สถาบันและพอร์ตโบรกเกอร์มาร่วมซื้อ ส่วนรายย่อยนำหุ้นออกมาขายทำกำไร

ข่าวบริษัทจดทะเบียนฯ

DELTA (Last Price 277.0 บาท YTD return +49.33%)

DELTA ปรับเพิ่มงบลงทุนจาก 500 ล้านดอลลาร์เป็น 600 ล้านดอลลาร์ เพื่อรองรับการขยายตัวของสินค้าระบายความร้อน ธุรกิจ AI และ Data Center คิดเป็น 55-60% ของรายได้รวม เพิ่มจากเดิม 20-30% บริษัทยืนยันเป้าเติบโตรายได้ระดับ Double-Digit ในปี 2569 พร้อมเตรียมซัพพลายเออร์สำรอง 2-3 รายเพื่อป้องกันความเสี่ยงห่วงซ่อุปทาน (ที่มา: ทันหุ้น)

CPALL (Last Price 46.75 บาท YTD return +8.09%)

CPALL รายงานกำไรปกติไตรมาส 2/2569 ที่ 7,400 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.6% YoY แต่ลดลง 17.1% QoQ ธุรกิจ CVS รายได้โต 5.3% YoY อัตรากำไร EBIT เพิ่มขึ้นเป็น 10.0% SSSG อยู่ที่ +0.8% ชะลอตัวจากโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” ดึงกำลังซื้อไป คาดไตรมาส 3 เป็นจุดต่ำสุดของปี และไตรมาส 4 จะฟื้นตัว (ที่มา: ทันหุ้น)

BEM (Last Price 7.25 บาท YTD return +36.79%)

BEM รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 2/2569 ที่ 1,012 ล้านบาท ทำลายสถิติสูงสุดในรอบ 10 ปี บริษัทปรับโครงสร้างต้นทุนโดยนำงานซ่อมบำรุงบางส่วนกลับมาดำเนินการเอง คาดเห็นผลชัดเจนในครึ่งปีหลัง รถไฟฟ้าสายสีส้มตะวันออกจะถึงไทยปลายเดือนพฤศจิกายน 2569 และเปิดบริการต้นปี 2571 ปริมาณผู้โดยสารกรกฎาคมอยู่ที่ 4.3 แสนเที่ยว/วัน เพิ่มขึ้น 2% YoY (ที่มา: ทันหุ้น)

HANA (Last Price 48.5 บาท YTD return +197.55%)

HANA เป็นหนึ่งในหุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ที่ประกาศผลประกอบการไตรมาส 2/2569 ออกมาดีกว่าคาด ส่งผลให้มีแรงซื้อเข้ามาหนุนราคาหุ้นปรับตัวขึ้นแรง เป็นหนึ่งในแรงหนุนสำคัญที่ผลักดันดัชนี SET ให้ปิดบวก 1.08% เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2569 (ที่มา: ทันหุ้น)

CRC (Last Price 29.25 บาท YTD return +63.41%)

CRC รายงานผลประกอบการไตรมาส 2/2569 ออกมาดีพร้อมแนวโน้มที่ดี ส่งผลให้ราคาหุ้นปรับขึ้นแรงในวันที่ 17 สิงหาคม 2569 เป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนสำคัญของดัชนี SET ที่ปิดบวก 17.38 จุด หรือ 1.08% ที่ระดับ 1,626.44 จุด มูลค่าซื้อขายรวม 75,660 ล้านบาท (ที่มา: ทันหุ้น)

OR (Last Price 12.4 บาท YTD return -8.15%)

OR เปิดตัว Cafe Amazon สาขาแรกในบังกลาเทศที่กรุงดากา ร่วมมือกับ Bashundhara Group โดยออกแบบตามแนวคิด Lifestyle Oasis พร้อมเมนูผสมวัฒนธรรมไทย เช่น Mango Sticky Rice Frappe ปี 2569 วางแผนเปิด 8 สาขาในบังกลาเทศ ครอบคลุมสถานที่สำคัญ เพื่อขยาย Cafe Amazon สู่ตลาดเอเชียใต้ (ที่มา: ทันหุ้น)

EA (Last Price 2.92 บาท YTD return +8.15%)

EA พลิกมีกำไรสุทธิครึ่งปีแรก 2569 ที่ 105.81 ล้านบาท เทียบกับขาดทุน 469.12 ล้านบาทในช่วงเดียวกันปีก่อน รายได้รวม 5,867 ล้านบาท หนึ้สินรวมลดลง 14,883 ล้านบาท หรือ 21.4% ใน 2 ปี ธุรกิจรถไฟฟ้าและรถเพื่อการพาณิชย์รายได้โต 129.2% YoY จำหน่ายรถได้ 116 คัน พร้อมพัฒนาโรงไฟฟ้าพลังงานลมใหม่ 180 เมกะวัตต์ (ที่มา: ทันหุ้น)

SAMART (Last Price 5.65 บาทYTD return +2.73%)

SAMART เตรียมเข้าร่วมประมูลโครงการใหม่มูลค่ากว่า 10,000 ล้านบาท ครอบคลุมงาน Digital ICT ระบบสื่อสาร และระบบรักษาความปลอดภัย ตั้งเป้า Backlog สิ้นปี 2569 ทะลุ 20,000 ล้านบาท จากปัจจุบัน 14,889 ล้านบาท ครึ่งปีแรก 2569 รายได้ 5,679 ล้านบาท โต 7% และกำไร 280 ล้านบาท โต 30% (ที่มา: ทันหุ้น)

Macro & Policy

  • ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ทวีความรุนแรงขึ้น หลังข้อตกลงหยุดยิง 60 วันหมดอายุลงในวันที่ 17 สิงหาคม 2569 โดยไม่มีการต่ออายุ ประธานาธิบดีทรัมป์ประกาศไม่ขยายระยะเวลาสงบศึก พร้อมขู่ทิ้งระเบิดโอมาน หากแทรกแซงความขัดแย้ง ส่งผลให้การเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซลดต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ ราคาน้ำมัน Brent พุ่งทะลุ 90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้นกว่า 2% และอิหร่านประกาศพร้อมเพิ่มระดับความรุนแรงในช่องแคบฮอร์มุซหากมีการตอบโต้
  • ตลาดพันธบัตรสหรัฐฯ เผชิญแรงกดดัน โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 30 ปี พุ่งแตะ 5.31% สูงสุดในรอบ 19 ปี ขณะที่ Citadel Securities ระบุว่านโยบายการเงินของเฟดเป็นปัจจัยหลักที่ให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรอยู่ในระดับสูง ตลาดจับตารายงานการประชุม FOMC ที่จะเผยแพร่ในสัปดาห์นี้ เพื่อประเมินมุมมองของเฟดต่อเงินเฟ้อและทิศทางดอกเบี้ย ทั้งนี้โอกาสที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยในเดือนกันยายนลดลงเหลือ 33% จาก 55% ในสัปดาห์ก่อน หลังข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ออกมาอ่อนแอ
  • เศรษฐกิจจีน ชะลอตัวต่อเนื่องในเดือนกรกฎาคม 2569 โดยยอดค้าปลีกขยายตัวเพียง 0.6% YoY ต่ำกว่าคาดการณ์ที่ 1.5% ขณะที่การลงทุนและภาคอุตสาหกรรมหดตัวมากกว่าคาด อัตราว่างงานในเขตเมืองปรับขึ้นเป็น 5.2% และราคาบ้านใหม่ยังคงลดลงต่อเนื่องจากเดือนก่อนหน้า สะท้อนความไม่สมดุลระหว่างอุปสงค์และอุปทานที่ลึกขึ้น ด้าน GDP ญี่ปุ่นไตรมาส 2 ขยายตัว 1.1% แบบ Annualized ต่ำกว่าคาดการณ์ที่ 2.0% โดย Capex และการบริโภคภาคเอกชนชะลอตัว

Corporate & Earning

  • Nvidia ปรับลดวงเงินค้ำประกันสินเชื่อสำหรับโครงการ Data Center ของ OpenAI ในโอไฮโอจาก 250,000 ล้านดอลลาร์เหลือต่ำกว่า 120,000 ล้านดอลลาร์ในระยะแรก ขณะเดียวกันยังร่วมมือกับ Apollo, BlackRock, Brookfield, Goldman Sachs, Blackstone และ KKR เพื่อจัดหาเงินทุนสูงถึง 500,000 ล้านดอลลาร์สำหรับโครงสร้างพื้นฐาน AI นอกจากนี้ยังเปิดตัวโมเดล AI น้ำหนักเบา Nemotron 3.5 Lightning ให้ใช้งานฟรีบน GPU คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล และถือหุ้น Intel เป็นพอร์ตใหญ่สุดในพอร์ตโฟลิโอมูลค่า 63,400 ล้านดอลลาร์ โดยมีกำหนดรายงานงบไตรมาส 2 FY2027 วันที่ 26 สิงหาคม 2569 โดยคาดรายได้อยู่ที่ 93,000-95,000 ล้านดอลลาร์ โต ~100% YoY
  • Oracle เผชิญวิกฤตหนัก หุ้นปิดที่ 150.52 ดอลลาร์ ลดลงราว 54% จากจุดสูงสุดในเดือนมิถุนายน 2569 ที่เกิน 250 ดอลลาร์ มูลค่าตลาดหายไปกว่า 443,000 ล้านดอลลาร์ สาเหตุหลักมาจาก Transwestern Pipeline แจ้งความล่าช้า 6 เดือนสำหรับท่อส่งก๊าซธรรมชาติ Green Chile ในนิวเม็กซิโก ซึ่งจ่ายพลังงานให้โครงการ “Project Jupiter” Data Center ของ Oracle ที่รองรับสัญญา OpenAI Stargate S&P Global ปรับลดอันดับเครดิต Oracle เนื่องจากภาระการเงินสูง บริษัทวางแผนระดมทุน 40,000 ล้านดอลลาร์และเพิ่ม Capex ประจำปีถึง 162% เป็น 55,700 ล้านดอลลาร์ พร้อมเตรียมปรับลดพนักงาน
  • Meta เปิดตัวโมเดล AI โอเพนซอร์ส “Muse Glimmer” ขนาด 30 พันล้านพารามิเตอร์ ออกแบบให้รันได้บน PC หรือ Mac โดยไม่ต้องพึ่งคลาวด์ เผยแพร่ผ่าน Hugging Face ภายใต้สัญญาอนุญาต Apache 2.0 CEO Mark Zuckerberg เผยแพร่บทความยาว 6,500 คำสนับสนุน “Personal Superintelligence” และการประมวลผลแบบกระจายศูนย์ บริษัทยังกำหนดเผยแพร่น้ำหนักโมเดล Muse Spark 1.2 ในเร็วๆ นี้ นอกจากนี้ Meta กำลังเผชิญการพิจารณาคดีของรัฐบาลกลางเรื่องความปลอดภัยของเด็กบน Facebook และ Instagram ซึ่งอาจส่งผลให้มีบทลงโทษทางการเงินจำนวนมาก
  • Alibaba มีนักวิเคราะห์หลายรายปรับเพิ่มราคาเป้าหมายก่อนประกาศผลประกอบการ ได้แก่ Susquehanna ปรับขึ้นเป็น 185 ดอลลาร์ Barclays ปรับเป็น 195 ดอลลาร์ และ JPMorgan ปรับเป็น 205 ดอลลาร์ โมเดล AI Qwen ของ Alibaba มียอดดาวน์โหลดทั่วโลกสูงถึง 3,000 ล้านครั้งในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา แซงหน้า Google 418 ล้านครั้งและ Meta 227 ล้านครั้ง ด้าน Apple ได้ร่วมมือกับ Alibaba ใช้ Qwen AI ขับเคลื่อน Apple Intelligence ในจีน ตามการอัปเดต iOS ในอนาคต ส่วน Amazon รายงานว่าราว 65% ของกำไรสุทธิไตรมาส 2 มาจากกำไรการลงทุนใน Anthropic ซึ่งมี Revenue Run Rate แตะ 65,000 ล้านดอลลาร์ต่อปีในเดือนกรกฎาคม 2569 เพิ่มขึ้นราว 7 เท่าจากปีก่อน

Geopolitics & Risk

  • รัสเซียโจมตีโครงสร้างพื้นฐานท่าเรือในภูมิภาค Odesa ของยูเครน ทำให้เรือพลเรือนสัญชาติโตโกได้รับความเสียหายใกล้เมือง Izmail ขณะที่ยูเครนตอบโต้ด้วยการส่งโดรนโจมตีมอสโกครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในสงคราม สถานการณ์ความขัดแย้งยังคงยืดเยื้อโดยไม่มีสัญญาณสงบศึก
  • นักลงทุนรายย่อยชาวเกาหลีใต้ได้หลีกหนีตลาดหุ้นในประเทศและหันมาลงทุนในตลาดสหรัฐฯ เป็นจำนวนมาก สอดคล้องกับแนวโน้มที่นักลงทุนทั่วโลกทยอยเพิ่มน้ำหนักการลงทุนในสหรัฐฯ ด้านบริษัทเยอรมันลดการลงทุนในสหรัฐฯ สู่ระดับต่ำสุดในรอบ 3 ปี สะท้อนความกังวลต่อสภาพแวดล้อมทางธุรกิจในสหรัฐฯ
- Advertisement -