บล.พาย:

TCAP: Thanachart Capital PCL

คาดกำไรชะลอตัวใน 2H26

คงคำแนะนำ “ถือ” ปรับเพิ่มมูลค่าพื้นฐานเป็น 82 บาท (เดิม 71 บาท) จากการปรับประมาณการการเติบโตของกำไรสูงขึ้น คำนวณด้วยวิธี GGM (ROE 10%, TG 2%) อิง 1.0x PBV’26E เทียบเท่า 9.7x PE’26 ผลการดำเนินงานในปี 2Q26 กำไรสุทธิเติบโตดีกว่าคาดที่ 2.6 พันล้านบาท (+28% YoY, +24% QoQ) และ NPL ratio เพิ่มเป็น 6.7% เราปรับประมาณการกำไรเพิ่มขึ้นสะท้อนรายได้เงินปันผล และสำรองหนี้ฯ ลดลง โดยคาดกำไรสุทธิเติบโต 14.5% และคาดจ่ายเงินปันผล 4.06 บาท คิดเป็นอัตราผลตอบแทนเงินปันผล 4.7% โดยแนวโน้มกำไรใน 2H26 จะลดลง HoH แต่กำไรคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเล็กน้อย YoY

กำไรใน 2Q26 สูงกว่าคาด เพราะสำรองหนี้ฯ ลดลง

  • กำไรสุทธิออกมาแข็งแกร่งที่ 2.6 พันลบ. (+28% YoY, +24% QoQ) สูงกว่าคาด 22% เพราะสำรองหนี้ฯ ต่ำคาด และรายได้เงินปันผลสูง แม้รายได้ดอกเบี้ยสุทธิอ่อนแอ แต่กำไรเติบโตสูง เนื่องจาก 1) รายได้เงินปันผลเพิ่มขึ้น (+134% YoY, +1,076% QoQ) และ 2) สำรองหนี้ฯ ลดลง 79% YoY แต่เพิ่มขึ้น 91% QoQ
  • NIM ลดลงที่ 2.8% (-38 bps YoY, -20 bps QoQ) จากรายได้ดอกเบี้ยรวมลดลง และต้นทุนการเงินสูงขึ้น
  • สินเชื่อหดตัว 4.1% QoQ (-15.6% YoY) ส่งผลให้สินเชื่อใน 1H26 ลดลง 5.6% YTD ฉุดจากสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ผ่าน THANI และสินเชื่อ SME ลดลง ผ่าน T Plus เพราะเพิ่มความระมัดระวัง การชำระคืนหนี้ และการชะลอตัวของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์
  • หนี้เสียลดลง แต่เพราะฐานสินเชื่อลดลงในอัตราเร่งทำให้ NPL ratio เพิ่มเป็น 6.7% และ Stage 2 ratio เพิ่มเป็น 9.5% ขณะที่ coverage ratio เพิ่มเป็น 86%
การเติบโตของกำไรชะลอตัวในปี 2026
  • เราปรับประมาณการกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 8%/6% ในปี 2026-27 จาก 1) ปรับลดสำรองหนี้ฯ ลงราว 40% โดยปรับลดสมมติฐาน Credit cost เหลือ 60bps (เดิม 100 bps) และ 2) ปรับรายได้เงินปันผลเพิ่มขึ้น 90%/80% หลังจากรับรู้รายได้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยใน 2Q26 อย่างไรก็ดี ปรับลดสินเชื่อเป็น -6.8%/-1.7% (เดิม -5.2%/-1.2%)
  • คาดกำไรสุทธิในปี 2026 จะเติบโต 14.5% หนุนจากสำรองหนี้ฯ ปรับลดลง และรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยสูงขึ้น โดยเฉพาะจากรายได้เงินปันผลที่เติบโตสูง อย่างไรก็ดี คาดกำไรจะปรับลดลง 6.2% ในปี 2027 เนื่องจากการปรับลดลงของกำไรสุทธิจากเงินลงทุนส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมตามวิธีส่วนได้เสีย หลังจากคาดว่ากำไรของ TTB จะปรับลดลง เพราะการกลับมาจ่ายภาษี
  • คาดกำไรใน 2H26 จะปรับลดลง HoH เนื่องจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิลดลง และรายได้เงินปันผลลดลง อย่างไรก็ดี คาดกำไรจะปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อย YoY จากสำรองหนี้ฯ ลดลง
  • ประกาศโครงการซื้อหุ้นคืนไม่เกิน 104.86 ล้านหุ้น วงเงินไม่เกิน 7.5 พันลบ. (17 ส.ค. 2026 – 16 ก.พ. 2027) ราคาหุ้นปรับสูงขึ้น และซื้อขายสูงกว่ามูลค่าทางบัญชี ทำให้มีโอกาสที่จะใช้วงเงินไม่หมด และอาจปรับเพิ่มอัตราการจ่ายเงินปันผลเพื่อบริหารเงินทุนที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นได้
- Advertisement -