บล.เคจีไอ (ประเทศไทย):
Land and Houses (LH.BK/LH TB)*
ปรับลดกำไรลงใหม่ตามผลงาน 1H69 ที่อ่อนแอ (Neutral‧Maintained)
Event
อัปเดตธุรกิจและปรับประมาณการกำไรใหม่
Impact
ธุรกิจขายบ้านจะฟื้นตัวใน 4Q69 จากการโอนคอนโด “วัน เวลา”
ธุรกิจขายบ้านของ LH สูญเสียโมเมนตัมมาตั้งแต่ปี 2566 โดยรายได้จากการขายบ้านและ gross margin ลดลงจากที่มากกว่า 30% แต่ปัจจุบันเหลือเพียง 13% ขณะที่ LH จะยังคงเร่งระบายบ้านค้างสต๊อกมูลค่าราว 6.3 หมื่นลบ.ต่อไป (คาดอีกราว 5 ปี) ทำให้ gross margin อาจยังคงต่ำต่อไป ส่วนโครงการใหม่ Nanatawan Prestige (มูลค่า 2.2 พันลบ.) มีอัตราการขายค่อนข้างช้า ขณะที่ โครงการ ชัยพฤกษ์ 3 รามอินทรา มูลค่า 1.44 พันลบ.กำหนดเปิดใน 4Q69 โดยที่เราคาดกำไร 3Q69F จะยังคงอ่อนตัวจากโมเมนตัมยอดขายบ้านยังไม่ฟื้นตัวและธุรกิจโรงแรมยังเป็นช่วง low season แต่คาดว่ายอดโอนราว 1.8 พันลบ. จากคอนโดฯ วัน เวลา (มูลค่า 1.5 หมื่นลบ., ขายได้แล้ว 57%) จะเป็นปัจจัยหนุนหลักใน 4Q69
ธุรกิจโรงแรมและส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมยังแข็งแกร่ง
รายได้จากธุรกิจโรงแรมและบริการ 1H69 เพิ่มขึ้น 18% YoY อยู่ที่ 4.5 พันลบ. ด้วย gross margin ที่ 35% (+5.5ppts YoY) ขณะที่ โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ สุรวงศ์ จะถูกแปลงเป็นเงินโดยเข้ากองทรัสต์ LH Hotel REIT (LHHOTEL.BK/LHHOTEL TB) ใน 4Q69 และโรงแรมแห่งใหม่ Grande Centre Point Voyage Hotel Pattaya จะเริ่มเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ (1 ต.ค. 69) อีกทั้ง LH มีแผนขายสินทรัพย์ให้เช่าในสหรัฐฯ มูลค่า US$127ล้านในปีนี้ ขณะที่ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วม 1H69 เพิ่มขึ้น 7% YoY อยู่ที่ 1.6 พันลบ. มาจากทั้ง Home Product Center (HMPRO.BK/HMPRO TB)* และ LH Financial Group (LHFG.BK/LHFB TB)
ปรับประมาณการกำไรใหม่
เราปรับลดยอดขายโครงการแนวราบปี 2569F ลง 16% ที่ 9.8 พันลบ. (40% ของยอดขายใน 1H69) และปรับลด gross margin ลงที่ 22% (-5ppts) แต่คงยอดขายคอนโดฯ ไว้ที่ 2.2 พันลบ. แต่เราปรับเพิ่มรายได้จากธุรกิจโรงแรมและบริการขึ้นที่ 9.7 พันลบ. (1H69 รับรู้แล้ว 46%) โดยคาด gross margin ที่ 33% (+4.5ppts) นอกจากนี้ เรายังปรับเพิ่มส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมขึ้นเป็น 3.35 พันลบ. (1H69 รับรู้แล้ว 48%) ขณะที่ เราคงประมาณการกำไรจากการขายสินทรัพย์ไว้ที่ 750 ลบ. ซึ่งประกอบด้วยอพาร์ตเมนต์ในสหรัฐ ฯ 1 แห่งที่มีมูลค่าเงินลงทุนราว US$160 ล้าน(ราว 5 พันลบ.) และโรงแรมในไทย 1 แห่ง มูลค่า 2.3 พันลบ. ดังนั้น ประมาณการกำไรปี 2569F ลดลง 6% อยู่ที่ 3.9 พันลบ. (+6% YoY) ส่วนปีหน้าเราปรับเพิ่มประมาณการกำไรปกติขึ้น 4% ที่ 4.3 พันลบ. (+35% YoY) ตามรายได้คอนโดฯ ที่เติบโตดีและได้ margin สูงขึ้น โดยที่กำไรน่าจะเพิ่ม 4.2% YoY หากตัดกำไรจากการขายสินทรัพย์ดังกล่าวออกไป
Valuation & action
ขณะนี้ กำไร 1H69F ที่ 1.22 พันลบ. (-45% YoY) คิดเป็น 31% ของประมาณการกำไรทั้งปีของเรา โดยที่เราคงราคาเป้าหมาย SOTP ที่ 4.00 บาท มาจากธุรกิจหลัก 1.00 บาท บวกกับธุรกิจการลงทุนอีก 3.00 บาท พร้อมคงคำแนะนำ “ถือ” LH
Risks
ภาวะเศรษฐกิจอ่อนแอ โอกาสมีนโยบายกระตุ้นจากภาครัฐ การให้สินเชื่อมีความเข้มงวดมากขึ้นท่ามกลางภาวะหนี้สินภาคครัวเรือนสูงยืดเยื้อ และการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ








