บล.เคจีไอ (ประเทศไทย):
ALT Telecom (ALT.BK/ALT TB)
โครงข่ายหลักของประเทศไทย (Outperform‧Initiate)
Event
Initiate coverage ราคาเป้าหมาย 3.0 บาท
ลงทุนโครงข่ายใยแก้วนำแสง รองรับกระแส Mega Trend
ALT ดำเนินธุรกิจโครงข่ายใยแก้วนำแสงครอบคลุมทั่วประเทศ ตามแนวโครงสร้างพื้นฐานหลัก ได้แก่ ทางรถไฟ ทางด่วน และรถไฟฟ้า โดยรายได้จากธุรกิจโครงข่ายฯ คิดเป็นราว 46% และ 47% ของรายได้รวมในปี 2568 และ 1H69 ตามลำดับ การลงทุนด้านเทคโนโลยีของไทยที่เร่งตัวขึ้น โดยเฉพาะ Data center หนุนความต้องการโครงข่ายรับส่งข้อมูลทั้งในและต่างประเทศเพิ่มขึ้น ปัจจุบัน ALT อยู่ระหว่างดำเนินโครงการลงทุนขนาดใหญ่ 2 โครงการ มูลค่ารวม 1.6 พันล้านบาท ได้แก่ i) โครงการ “TalayLink” เคเบิลใต้ทะเลเชื่อมไทย-ออสเตรเลีย มี Google เป็นลูกค้าหลักสนับสนุน Google Cloud region และแผนพัฒนา Data center ในอนาคต ภายใต้สัญญาระยะยาว 15+5 ปี มูลค่า 2.5 พันล้านบาท (คาดรับรู้รายได้ปี 2571) และ ii) โครงข่ายกรุงเทพฯ-EEC สัญญาระยะเวลา 15 ปี มูลค่าราว 2 พันล้านบาท (คาดรับรู้รายได้ 2H70) ทั้ง 2 โครงการพัฒนาร่วมกับลูกค้า โดย ALT เบิกงบลงทุนตามแผนการก่อสร้าง ช่วยลดผลกระทบทางการเงินจากเงินลงทุนขนาดใหญ่ และไม่ต้องแบกรับภาระต้นทุนก่อสร้างหรือต้นทุนทางการเงิน
Recurring income เพิ่มขึ้น พร้อมลดสัดส่วนถือหุ้นบริษัทย่อยที่ขาดทุน
เรามองว่าการปรับกลยุทธ์มุ่งเน้นเพิ่มสัดส่วนรายได้ประจำจากบริการโครงข่ายฯ เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของ ALT โดยการลงทุน Data center และ AI ที่เพิ่มขึ้นทั้งในและต่างประเทศ จะหนุนความต้องการเช่าใช้โครงข่ายให้เติบโตแข็งแกร่ง ประกอบกับต้นทุนคงที่แทบไม่เปลี่ยนแปลง จะช่วยหนุนอัตรากำไรให้ปรับสูงขึ้น เราคาดสัดส่วนรายได้จาก Recurring income ส่วนนี้จะทยอยเพิ่มขึ้นจาก 45% ในปีนี้ เป็น 50%-53% ในปี 2570-71 ตามลำดับ ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นจะขยายตัวจาก 18.4% ในปีนี้ เป็น 18.7%-19.5% ในปี 2570-71 นอกจากนี้ ALT ได้ขายหุ้นในบริษัทย่อย เอ็นเนอร์จี แม็คซ์ สัดส่วน 60% (เหลือถือหุ้น 40%) ซึ่งจะช่วยลดการรับรู้ผลขาดทุนจากบริษัทดังกล่าวตั้งแต่ 2H69 เป็นต้นไป โดยเอ็นเนอร์จี แม็คซ์ มีผลขาดทุนสุทธิราว 33 ล้านบาท ในปี 2567-68 โดยรวมเราคาดกำไรสุทธิของ ALT จะเติบโตเฉลี่ย 38% CAGR (2569-72)
DE Ratio สูง แต่ Interest-Bearing Debt to Equity ยังต่ำเพียง 0.5 เท่า
DE ratio ณ 2Q69 อยู่ที่ 1.6 เท่า และคาดจะเพิ่มเป็น 1.7 เท่าในปี 2569 จากรายการ “เงินรับล่วงหน้าจากลูกค้า” และเจ้าหนี้การค้าจำนวนมาก ซึ่งเป็นลักษณะปกติของธุรกิจ โดยเราคาด เงินรับล่วงหน้าจากลูกค้าจะเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในปี 2570-71 หลังเซ็นสัญญาโครงการ TalayLink และ BKK-EEC ส่งผลให้ DE ratio ปรับขึ้นเป็น 2.5 เท่า อย่างไรก็ดี Interest-bearing debt to equity (IBD/E) ในปี 2569-70 คาดว่าจะยังอยู่ในระดับต่ำเพียง 0.5 เท่า และ 0.4 เท่า ตามลำดับ
Valuation & action
เราเริ่มต้นบทวิเคราะห์หุ้น ALT ด้วยคำแนะนำ Outperform ราคาเป้าหมาย 3.0 บาท อิง 9 เท่า EV/EBITDA (ค่าเฉลี่ย 5 ปี) บน EBITDA ปี 2570 โดยเราเลือกใช้ EV/EBITDA แทน PE เนื่องจากลักษณะธุรกิจของ ALT ที่ใช้เงินลงทุนสูง สะท้อนจากค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย (D&A) ต่อปีที่สูงกว่า 200 ล้านบาท ขณะที่กำไรสุทธิปี 2569 คาดเพียง 44 ล้านบาท ซึ่งการใช้ PE valuation จะทำให้ประเมินความสามารถในการสร้างกระแสเงินสดที่แท้จริงต่ำกว่าความเป็นจริง ขณะที่เราคาด EBITDA ของ ALT จะเติบโตเฉลี่ย 15% CAGR (2569-72)
Risks
ความเสี่ยงจากความล่าช้าในการดำเนินโครงการ TalayLink และ BKK-EEC








