บริษัทหลักทรัพย์ ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ผู้ให้บริการด้านการลงทุนและบริหารความมั่งคั่งระดับสากลที่มีประสบการณ์กว่า 50 ปี โดยเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่ม PhillipCapital จากประเทศสิงคโปร์

บล.ฟิลลิป:

ติดล้อ โฮลดิ้งส์ – TIDLOR (TIDLOR TB)

2H69 จะดีขึ้นทั้งการปล่อยสินเชื่อ และคุณภาพสินทรัพย์

Key Point 

สินเชื่อเร่งตัวขึ้นใน 2Q69 และน่าจะเร่งตัวขึ้นได้ต่อใน 2H69 ทาง TIDLOR ยังคงเป้าการปล่อยสินเชื่อในปีนี้ไว้ที่ 5 – 10% มีความมั่นใจในคุณภาพสินทรัพย์ ว่าจะรักษาระดับ NPL ไว้ให้อยู่ในกรอบ 1.5-1.8% ได้ ประกอบกับมีสัดส่วนสำรองต่อ NPL ที่สูงมาก จึงได้มีการลดเป้าระดับการตั้งสำรองในปีนี้ลง ต้นทุนดอกเบี้ยยังมีแนวโน้มลดลงได้ต่อ ส่งผลดีต่อส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย และผลประกอบการ ยังคงประมาณการกำไร และคงราคาพื้นฐาน 24 บาท ยังเหลือส่วนต่าง และมีความโดดเด่นทางด้านธุรกิจประกันด้วย แนะนำ “ซื้อ”

สินเชื่อเร่งตัวขึ้นใน 2Q69 และ 2H69 สินเชื่อจะเติบโตมากกว่า 1H69 ใน 2Q69

TIDLOR ปล่อยสินเชื่อเพิ่มได้ 2.4% q-q เร่งตัวขึ้นจาก 1Q69 ที่ปล่อยสินเชื่อได้เพียง 0.4% q-q และทำให้สินเชื่อเพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 68 เพิ่มเป็น 2.7% ytd โดยเป็นการเพิ่มขึ้นทั้งสินเชื่อเงินกู้ยืม และสินเชื่อเช่าซื้อ แต่ส่วนใหญ่ก็ยังคงเป็นการเติบโตมาจากสินเชื่อเงินกู้ยืม หรือสินเชื่อจำนำเป็นหลัก โดยเพิ่มขึ้น 2.5% q-q ในขณะที่สินเชื่อเช่าซื้อเติบโตเพียง 0.5% q-q ใน 2H69 ทาง TIDLOR คาดว่า สินเชื่อน่าจะเติบโตได้ต่อ และน่าจะเติบโตได้มากกว่า 1H69 ด้วย เนื่องจากทาง TIDLOR ได้ปรับ มาตรการการปล่อยสินเชื่อมาสู่ระดับปกติที่จะเข้มงวดน้อยกว่าแต่ก่อน ซึ่งน่าจะทำให้ความต้องการ สินเชื่อมีมากขึ้น และทำให้สินเชื่อเติบโตได้สูงกว่า 1H69 โดยทาง TIDLOR ยังคงเป้าการปล่อยสินเชื่อ ในปีนี้ไว้ที่ 5 – 10% เหมือนเดิม

จะลดระดับเป้าการตั้งสำรองลง สะท้อนความเชื่อมั่นในคุณภาพสินทรัพย์ 

ถึงแม้ว่า NPL ของ TIDLOR ใน 1Q69 จะเพิ่มสูงขึ้นเป็น 1.53% จาก 1.47% ส่วนหนึ่งเป็นเพราะฐาน ที่ต่ำใน 1Q69 แต่ TIDLOR มองว่าคุณภาพสินทรัพย์ยังคงดี และน่าจะดีต่อเนื่องไปอีก จากการจัดเก็บ หนี้ที่ดีขึ้น ทำให้ทาง TIDLOR ยังคงเป้า NPL ไว้ในกรอบ 1.5 – 1.8% และจะมีการลดระดับการตั้ง สำรองที่ตั้งไว้ว่าจะตั้ง 2.2 – 2.8% ลงมาเหลือ 2.0 – 2.5% TIDLOR ยังคงมีสัดส่วนสำรองต่อ NPL ที่ สูงมาก โดย ณ 2Q69 อยู่ที่ 321.5%

ต้นทุนดอกเบี้ยมีแนวโน้มลดลงได้ต่อ ส่งผลดีต่อส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย และผลประกอบการ

TIDLOR เพิ่งออกหุ้นกู้สกุลยูโร-เยนไป ซึ่งเป็นการขยายแหล่งเงินทุน และสามารถลดระดับต้นทุน ดอกเบี้ยใน 2Q69 ลงมาได้เหลือ 5.6% จาก 5.8% ในไตรมาสก่อน และในช่วง 2H69 ทาง TIDLOR มองว่าต้นทุนดอกเบี้ยจะยังคงลดลงได้อีก จากต้นทุนหุ้นกู้ที่ออกใหม่ยังถูกกว่าต้นทุนเดิม

ธุรกิจประกันยังเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการเติบโต

ในส่วนของธุรกิจประกันของ TIDLOR ก็เติบโตโดดเด่นกว่าอุตสาหกรรม โดยมียอดกรมธรรม์ ประกันภัยเติบโต 10% y-y มากกว่าอุตสาหกรรมที่ตัวเลข 5 เดือน เติบโตไปเพียง 2.5% y-y ยังคงเป้า เบี้ยปีนี้เติบโต 5 – 10%

คงประมาณการ และราคาพื้นฐาน แนะนำ “ซื้อ” 

เรายังคงประมาณการกำไรปี 69 ของ TIDLOR ไว้ที่ 6 พันลบ. เพิ่มขึ้น 22.6% y-y และยังคงราคา พื้นฐาน 24 บาท ยังเหลือส่วนต่างพอสมควร นอกจากนี้ยังคาดหวังการเติบโตได้ต่อ นอกเหนือจากการ ที่ TIDLOR มีระดับ NPL ต่ำมาก และมีสัดส่วนสำรองต่อ NPL ที่สูงมาก แนะนำ “ซื้อ”

- Advertisement -