บริษัทหลักทรัพย์ ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ผู้ให้บริการด้านการลงทุนและบริหารความมั่งคั่งระดับสากลที่มีประสบการณ์กว่า 50 ปี โดยเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่ม PhillipCapital จากประเทศสิงคโปร์

บล.ฟิลลิป:

ไทยฟู้ดส์ กรุ๊ป – TFG (TFG TB)

ครึ่งปีหลังฟื้นตัว เพิ่มเป้าร้านค้าปลีก

Key Point 

TFG รายงานกำไรสุทธิ 2Q69 หดตัว y-y จากฐานสูงและแรงกดดันด้านต้นทุนวัตถุดิบซึ่งถือเป็นจุดต่ำสุดของปีโดยอัตรากำไรขั้นต้นได้รับผลกระทบจากราคาขายเนื้อสัตว์ที่ลดลงประกอบกับราคาข้าวโพดที่พุ่งสูงขึ้น รายได้รวมยังคงขยายตัวได้ดี q-q โดยมีธุรกิจค้าปลีก ในการสร้างรายได้และช่วยลดความผันผวนของราคาเนื้อสัตว์ตั้งเป้าหมายขยายสู่ 875 แห่งภายในสิ้นปีนี้ แนวโน้มผลประกอบการในครึ่งปีหลังคาดว่าจะฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งจากการเข้าสู่ช่วง High Season ของการบริโภค แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 12.00 บาท

กำไรหดตัวจากฐานสูง 

TFG รายงานกำไรสุทธิ 2Q69 อยู่ที่ 1,474.46 ล้านบาท ซึ่งปรับตัวลดลง 42% y-y และ 28% เมื่อเทียบ q-q โดยปัจจัยหลักที่กดดันผลกำไรมาจากราคาขายเนื้อไก่และสุกรที่ปรับตัวลดลง ประกอบกับราคาต้นทุนวัตถุดิบโดยเฉพาะข้าวโพดที่พุ่งสูงขึ้นในไตรมาสนี้ ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ลดลงเหลือ 18.45% จากระดับ 21% ในไตรมาสก่อนหน้า สำหรับด้านยอดขาย บริษัทมีรายได้รวม 18,601.84 ล้านบาท แม้จะลดลงเล็กน้อย 1.83% y-y แต่ยังสามารถเติบโตได้ 4% q-q โดยมีแรงหนุนสำคัญจากการขยายสาขาร้านค้าปลีกอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้บริษัทมองว่าผลประกอบการในไตรมาสที่ 2 นี้ได้ผ่านจุดต่ำสุดของปีไปแล้ว และกำลังเข้าสู่ช่วงฟื้นตัวในครึ่งปีหลัง

แนวโน้มราคาหมูปรับตัวดีขึ้น 

ทิศทางราคาเนื้อสัตว์เริ่มส่งสัญญาณฟื้นตัวอย่างชัดเจนตั้งแต่ปลายเดือนพฤษภาคม 2569 โดยคาดว่าราคาไก่ในประเทศจะปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 44 บาทต่อกิโลกรัมในช่วงครึ่งปีหลัง จากระดับต่ำสุดในครึ่งปีแรกที่ประมาณ 34-35 บาทต่อกิโลกรัม ในส่วนของราคาสุกรไทยปรับตัวเพิ่มขึ้นจากจุดต่ำสุดที่ 50 บาท มาอยู่ที่ประมาณ 70 บาทต่อกิโลกรัม และมีโอกาสขยับขึ้นไปถึง 75-76 บาทต่อกิโลกรัม ปัจจัยหลักที่หนุนราคาคือปริมาณเนื้อสัตว์ในระบบที่ลดลง เนื่องจากการที่เกษตรกรรายย่อยเลิกเลี้ยงในช่วงที่ราคาวิกฤต ประกอบกับสภาพอากาศที่ร้อนจัดทำให้สัตว์โตช้าและอุปทานเนื้อสัตว์ออกสู่ตลาดน้อยลง

ธุรกิจค้าปลีกยังคงเป็น Key Driver หลัก

ธุรกิจค้าปลีกยังคง Key Driver ในการสร้างรายได้และลดความผันผวนของราคาเนื้อสัตว์ โดย ณ สิ้นไตรมาส 2/2569 บริษัทมีสาขารวมทั้งสิ้น 748 สาขา และตั้งเป้าจะขยายให้ครบ 875 สาขาภายในสิ้นปีนี้ (เพิ่มจากเป้าเดิมที่ 850 สาขา) รายได้จากธุรกิจค้าปลีกใน 2Q69 เติบโตโดดเด่นถึง 29.45% y-y แม้ว่ายอดขายสาขาเดิม (SSSG) จะติดลบ 5% จากฐานราคาเนื้อสัตว์ที่ต่ำ แต่ปริมาณการขาย (Volume) ยังสามารถเติบโตได้ 5% กลยุทธ์ถัดไปบริษัทจะเน้นการเพิ่มสินค้าที่มี Margin สูง เช่น สินค้าแบรนด์ตัวเอง (เป้าหมาย 5-10% ของรายได้) การเพิ่มจุดขายกาแฟ และการจำหน่ายข้าวสารแบรนด์ตัวเองเพื่อเพิ่มกำไรต่อสาขา

- Advertisement -