บล.ฟิลลิป:
เจริญโภคภัณฑ์อาหาร – CPF (CPF TB)
คาดผลประกอบการ 2H69 จะฟื้นตัวอย่างโดดเด่น
Key Point
CPF รายงานกำไรสุทธิ 2Q69 อยู่ที่ 4,076 ล้านบาท ลดลง 61% y-y มองไตรมาส 2 เป็นจุดต่ำสุดจากการกดดันของราคาสุกรในจีนและต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น ก่อนผลประกอบการจะฟื้นตัวอย่างโดดเด่นใน 2H69 ตามวงจรราคาสัตว์บกในภูมิภาคหลักที่เริ่มปรับสมดุลและนโยบายลดแม่พันธุ์สุกรในจีนที่เริ่มเห็นผลชัดเจน พร้อมรับปัจจัยบวกจากการเตรียมทำ IPO ธุรกิจในเวียดนามช่วงปลายปี แนะนำ “ทยอยสะสม” ด้วยราคาพื้นฐาน 23.30 บาท
กำไร 2Q69 หดตัว
CPF มีกำไรสุทธิใน 2Q69 อยู่ที่ 4,076 ล้านบาท ลดลง 61% y-y โดยมีรายได้จากการขายรวม 147,186 ล้านบาท ซึ่งทรงตัวจากปีก่อน (-0.3% y-y) ปัจจัยหลักที่กดดันกำไรคือระดับราคาสุกรที่ตกต่ำทั่วภูมิภาค โดยเฉพาะในประเทศจีนที่ราคาลดลงเหลือประมาณ 9-10 หยวนต่อกิโลกรัม ประกอบกับเผชิญความท้าทายด้านต้นทุนพลังงานและน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นซึ่งส่งผลกระทบต่อค่าขนส่ง อย่างไรก็ตาม บริษัทยังสามารถบริหารจัดการ SG&A และลดต้นทุนทางการเงินลงได้ 8% y-y
อัปเดตการเสนอขายหุ้น IPO ในประเทศเวียดนาม
แผนการนำธุรกิจในประเทศเวียดนามเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (IPO) ยังคงมีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนรอการอนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแลในเวียดนาม โดยบริษัทตั้งเป้าหมายที่จะเปิดให้จองซื้อหุ้น (Offer) ได้ทันภายในปี 2569 นี้ ทั้งนี้ คาดว่าการซื้อขายวันแรก (First Day Trade) จะเกิดขึ้นประมาณ 45 วันหลังจากปิดสมุดบัญชีจองซื้อ ซึ่งขึ้นอยู่กับสภาวะตลาดและการอนุมัติขั้นสุดท้าย การทำ IPO ครั้งนี้จะเป็นปัจจัยสำคัญในการปลดล็อกมูลค่าสินทรัพย์และเพิ่มความแข็งแกร่งทางการเงินให้แก่กลุ่มธุรกิจในต่างประเทศ
แนวโน้มผลประกอบการครึ่งปีหลังสัญญาณการฟื้นตัวที่ชัดเจน
บริษัทมองว่าผลประกอบการในครึ่งปีหลังจะดีกว่าครึ่งปีแรก โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการฟื้นตัวของราคาสุกรในไทยและเวียดนาม รวมถึงในจีนที่คาดว่าราคาจะขยับขึ้นสู่ระดับ 12-13 หยวนในช่วงปลายปี (4Q69) จากผลของนโยบายภาครัฐที่มุ่งลดจำนวนแม่พันธุ์สุกรเพื่อแก้ปัญหาอุปทานส่วนเกิน นอกจากนี้ ธุรกิจส่งออกไก่เนื้อในไทยยังมีแนวโน้มสดใสต่อเนื่องตามฤดูกาล (High Season) และความต้องการที่แข็งแกร่งจากตลาดญี่ปุ่นและยุโรป ขณะที่บริษัทมีการบริหารสต็อกวัตถุดิบรองรับไว้กว่า 100 วันเพื่อบรรเทาความเสี่ยงจากราคาข้าวโพดที่ผันผวน
คงประมาณการและราคาพื้นฐาน
เรายังคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2569 ไว้ที่ 21,264 ล้านบาท (-15.6 y-y) โดยกำไรสุทธิในงวด 1H69 (8,951 ล้านบาท) คิดเป็น 42.1% ของประมาณการทั้งปี คงราคาพื้นฐานปี 2569 ที่ 23.30 บาท มี Upside จากราคาปัจจุบันอยู่ที่ 3.5% และคาดการณ์ปันผลทั้งปีที่ 1.01 บาท (ปันผลระหว่างกาล 0.45 บาท) คิดเป็น Dividend Yield 4.5% แนะนำ “ทยอยซื้อ”








