บริษัทหลักทรัพย์ ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ผู้ให้บริการด้านการลงทุนและบริหารความมั่งคั่งระดับสากลที่มีประสบการณ์กว่า 50 ปี โดยเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่ม PhillipCapital จากประเทศสิงคโปร์

บล.ฟิลลิป:

บัตรกรุงไทย – KTC (KTC TB)

มั่นใจจะทำได้ตามเป้า

Key Point

ยังคงเป้าหมายทางการเงิน ด้านสินเชื่อคงเป้าไว้ที่ 1 – 2% และคาดว่า 2H69 สินเชื่อจะเร่งตัวขึ้นได้จาก 1H69 ยอดใช้จ่ายผ่านบัตรคงเป้าเติบโต 5% สินเชื่อส่วนบุคคลตั้งเป้าเติบโต 3% และตั้งเป้ารักษาระดับ NPL ไว้ไม่ให้เกิน 2% ค่าใช้จ่าย 2H69 อาจจะเพิ่มสูงขึ้นจากค่าเสื่อมระบบ Core system การลงทุนในระบบ IT และค่าใช้จ่ายการตลาดจากการเพิ่มโปรโมชั่น แต่ต้นทุนดอกเบี้ยยังน่าจะลดลงได้ต่อจากต้นทุนหุ้นกู้ที่ออกในช่วงนี้ยังต่ำกว่าต้นทุนดอกเบี้ยรวม ยังคงประมาณการกำไร และคงราคาพื้นฐาน 45 บาท แนะนำ “ซื้อ”

ยังคงเป้าทางการเงิน และมั่นใจจะทำได้ตามเป้า

KTC ยังคงเป้าหมายทางการเงินทุกอย่างไว้เหมือนเดิม และมั่นใจว่าจะทำได้ตามเป้า โดยยังคงเป้าการปล่อยสินเชื่อไว้ที่ 1 – 2% จาก 1H69 สินเชื่อเติบโต 0.6% โดยหลักเป็นการเติบโตจากสินเชื่อส่วนบุคคลที่เติบโต 3% สินเชื่อบัตรเครดิตที่เติบโต 0.1% ส่วนสินเชื่อลีสซิ่งหดตัว 29.2% และในช่วง 2H69 คาดว่าสินเชื่อน่าจะเร่งตัวขึ้นได้จากการเข้า High season ของการจับจ่าย ส่วนช่วยจากโครงการรัฐอย่างโครงการไทยช่วยไทยพลัส โครงการไทยเที่ยวไทย รวมไปถึงการเพิ่มโปรโมชั่นของทาง KTC เอง KTC ยังคงเป้ายอดใช้จ่ายผ่านบัตรไว้ที่ 5% โดย 1H69 เติบโตแล้ว 4.7% และคงเป้าการปล่อยสินเชื่อส่วนบุคคลไว้ที่ 2% แต่ 1H69 เติบโตไปแล้ว 3% และตั้งเป้ารักษาระดับ NPL ไว้ไม่ให้เกิน 2% โดย 1H69 NPL อยู่ที่ 1.86%

2H69 ค่าใช้จ่ายจะเพิ่มสูงขึ้น

ใน 2H69 นอกจากงบการตลาดที่ทาง KTC จะมีการออกโปรโมชั่นเพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายมากขึ้นแล้ว จะมีค่าเสื่อมจากการเริ่มใช้ Core system และการลงทุนในระบบ IT เพิ่มขึ้นด้วย ซึ่งจะทำให้ค่าใช้จ่ายใน 2H69 สูงกว่า 1H69 อย่างไรก็ตามทาง KTC มองว่าสัดส่วนต้นทุนต่อรายได้จะอยู่ในช่วง 36%+- จาก 1H69 อยู่ที่ 34.8%

ต้นทุนดอกเบี้ยยังแนวโน้มลดลงได้อีก

ใน 2H69 KTC จะมีเงินทุนครบกำหนดประมาณ 11 พันลบ. โดยทาง KTC ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องออกหุ้นกู้เพื่อ Refinance เต็มจำนวน เนื่องจากการเติบโตของสินเชื่อยังไม่มาก ประกอบกับการเน้นจับกลุ่มลูกค้าที่มีรายได้สูงทำให้สามารถเรียกเก็บเงินได้มากขึ้น มีสภาพคล่องมากขึ้น และต้นทุนหุ้นกู้ที่ออกใหม่ในช่วงนี้มีต้นทุนต่ำกว่าต้นทุนดอกเบี้ยในปัจจุบันอยู่พอสมควร ทำให้คาดว่าช่วงที่เหลือของปีต้นทุนดอกเบี้ยของ KTC จะลดลงได้อีก ส่งผลดีต่อส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย และผลประกอบการ

คงประมาณการ คงราคาพื้นฐาน แนะนำ “ซื้อ”

เรายังคงประมาณการกำไรปี 69 ของ KTC ไว้ที่ 8.5 พันลบ. เพิ่มขึ้น 9.4% y-y และจะทำให้ KTC ทำได้ตามเป้าที่ตั้งไว้ว่าจะทำกำไรเพิ่มขึ้นทุกปี ยังคงราคาพื้นฐาน 45 บาท ยังเหลือส่วนต่างพอสมควร นอกจากนี้ยังมีปันผลน่าสนใจ โดยเราคาดว่า KTC จะจ่ายปันผลในปี 69 1.95 บาท/หุ้น คิดเป็น Div. yield 5.2% แนะนำ “ซื้อ”

- Advertisement -