บล.ฟิลลิป:
เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น – CRC (CRC TB)
ครึ่งปีหลังเข้าช่วงเก็บเกี่ยวผลประโยชน์หลังปรับโครงสร้าง
Key Point
CRC รายงานกำไร 2Q69 แข็งแกร่ง 2,044 ล้านบาท พุ่ง 78.9% y-y จากความสำเร็จในการปรับพอร์ตเพื่อหยุดรับรู้ผลขาดทุนจาก Nguyen Kim ในเวียดนาม และการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรเต็มไตรมาสจาก JD Sports Thailand ขณะที่ภาพรวมครึ่งปีหลังมีโตต่อผ่านการขยายสาขา Tops อย่างต่อเนื่อง และการเปิดห้าง GO! ในเวียดนามเพิ่มอีก 2 แห่งรับฤดูกาลท่องเที่ยว อีกทั้งการเข้าซื้อ Maxvalu เป็นส่วนเร่งเครือข่ายโดยไม่ต้องรอการลงทุน ปรับไปใช้ราคาพื้นฐานปี 2570 ที่ 33.25 บาท แนะนำ “ซื้อ”
กำไร 2Q69 เติบโตโดดเด่นหลังการปรับพอร์ต
CRC รายงานกำไรสุทธิ 2Q69 ที่ 2,044 ล้านบาท เพิ่มขึ้นสูงถึง 78.9% y-y หากพิจารณากำไรหลัก (Core NPAT) จะเติบโตโดดเด่นถึง 124% y-y เมื่อเทียบกับฐานเฉพาะไทยและเวียดนามในปีก่อน ปัจจัยหลักมาจากการปรับพอร์ตโฟลิโอเชิงกลยุทธ์ที่เสร็จสิ้นการขายธุรกิจ Nguyen Kim (NK) ในเวียดนามเมื่อเดือนเมษายน ทำให้บริษัทไม่ต้องรับรู้ผลขาดทุนอีกต่อไป รวมถึงการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจาก JD Sport Thailand เข้ามาเต็มไตรมาสด้วย
ด้านอัตรากำไรขั้นต้น (GP Margin) ขยายตัวขึ้น 170 bps มาอยู่ที่ 25.6%จากการบริหารจัดการส่วนผสมสินค้าและสต็อกที่มีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ต้นทุนทางการเงินยังลดลงถึง 17% จากการลดภาระหนี้สินสุทธิลงกว่า 2 หมื่นล้านบาทในรอบปีที่ผ่านมา
ส่วนรายได้หลัก (Core Revenue) อยู่ที่ 60,128 ล้านบาท เติบโต 3.6% y-y นำโดยกลุ่ม Food และ Fashion ที่ยังขยายตัวได้ดี
ครึ่งปีหลังเข้าช่วงเก็บเกี่ยวผลประโยชน์หลังปรับโครงสร้าง
สำหรับภาพรวมในช่วงครึ่งปีหลัง CRC มุ่งเน้นการเก็บเกี่ยวผลประโยชน์จากการปรับโครงสร้างธุรกิจ การขยายสาขา (Food): ในประเทศไทยยังคงเดินหน้าขยายสาขา Tops และ Tops Daily ต่อเนื่อง โดยเฉพาะรูปแบบแฟรนไชส์ร่วมกับ Shell สำหรับในประเทศเวียดนามบริษัทเตรียมเปิด GO! Hypermarket สาขา Dan Phuong ในไตรมาสที่ 3 และ สาขา Tuyen Quang ในไตรมาสที่ 4 ซึ่งจะทำให้ปีนี้สามารถเปิดไฮเปอร์มาร์เก็ตขนาดใหญ่ในเวียดนามได้รวม 3 แห่งตามเป้าหมาย
กลยุทธ์กลุ่ม Fashion และการรุกตลาดสินค้าพรีเมียม: กลุ่ม Fashion ภายใต้ CMG จะนำแบรนด์ใหม่เข้ามาทำการตลาดเพิ่มเติม ขณะที่กลุ่ม Hardline มุ่งขยาย Auto1 ให้ครบ 50 สาขา
เข้าซื้อกิจการ Maxvalu: CRC ได้เข้าซื้อหุ้น 100% ในอิออน ไทยแลนด์ ครอบคลุม 33 สาขา ถือเป็น Strategic Fit ที่ช่วยขยายเครือข่ายกลุ่ม Food ได้ทันทีโดยไม่ต้องรอสร้างใหม่ 2-3 ปี โดยมีแผนจะ Rebranding เป็น “Tops” ทั้งหมด และใช้จุดแข็งเรื่อง “ครัวกลาง” ของ Maxvalu มาเสริมแกร่งสินค้าอาหารพร้อมทาน (RTE) ให้กับ Tops อีกกว่า 170 สาขา โดยตั้งเป้าพลิกฟื้นให้มีกำไร (EBIT Positive) ภายในปี 2570
ปรับไปใช้ราคาปี 2570 ที่ 33.25 บาท ปรับคำแนะนำขึ้นเป็น “ซื้อ”
ปรับไปใช้ราคาพื้นฐานปี 2570 ด้วยวิธี SOTP ที่ 33.25 บาท เปรียบเทียบกับราคาตลาดปัจจุบันที่ 29.00 บาท พบว่ามีส่วนต่างราคาอยู่ที่ 14.6% เมื่อรวมกับคาดการณ์เงินปันผลที่ 0.70 บาท ต่อหุ้น คิดเป็น Dividend Yield 2.4% ปรับคำแนะนำขึ้นเป็น “ซื้อ”








