บล.ฟิลลิป:
WHART 2H26 หวังอัตราการเช่าสูงขึ้น และเตรียมลงทุนใน WGCL
Bloomberg Consensus TP’12M : 11.85
เรามีมุมมองเชิงบวกต่อผลการดำเนินงานของ WHART ในช่วง 2H26 ท่ามกลางอัตราการเช่าที่มีแนวโน้มได้แรงหนุนจาก Deal ใน Pipeline รวมถึงปัจจัยมหภาคอย่างการลงทุนภาคเอกชนและ FDI ประกอบกับต้นทุนการกู้ยืมมีแนวโน้มลดลงตามอัตราดอกเบี้ยของไทยที่ลดลง (y-y) อีกทั้ง ผลการดำเนินงานยังมีแรงหนุนระยะยาวจากแผนการเข้าลงทุนในโครงการ WGCL ด้วยรูปแบบ FH ดังนั้น จากภาพข้างต้นส่งผลให้เรามองว่า WHART มีความน่าสนใจสำหรับการลงทุน
-
ตั้งเป้าหมายอัตราการเช่า 2H26 ยืนเหนือ 90%: WHART เผยใน 1H26 มีอัตราการเช่าเฉลี่ยที่ 88.3% ปรับตัวดีขึ้นจาก 86.2% ใน 1H25 พร้อมกันนี้ได้ตั้งเป้าหมายอัตราการเช่าเฉลี่ยในปี 2026 ไว้ที่ประมาณ 90% ซึ่งสูงขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับตัวเลขจริงอย่าง 87.2% ในปี 2025 และหมายความว่าอัตราการเช่าเฉลี่ยใน 2H26 ต้องสูงกว่า 90% อยู่เล็กน้อย นอกเหนือจากนี้ WHART ยังเผยว่า ณ สิ้น 2Q26 มีอัตราการเช่าอยู่ที่ 90.2% และจากข้อมูลดีล (Deal) ใน Pipeline พบว่ามีผู้เช่าที่มีการเซ็นสัญญาแล้ว (Signed contract) 2% โดยจะทยอยเข้าใน 3Q26 และ 4Q26 ช่วงละ 1%
-
เตรียมเข้าลงทุนในโครงการ WGCL ภายในปี 2026: WHART เผยแผนเข้าลงทุนในโครงการ WGCL International Distribution Center (WGCL) ซึ่งเป็นศูนย์กระจายสินค้าประเภท Built-to-suit บนพื้นที่ให้เช่าประมาณ 1 แสนตร.ม. ในรูปแบบกรรมสิทธิ์ (Freehold: FH) ด้วยมูลค่าการลงทุนรวมไม่เกิน 2,507.6 ล้านบาท โดยแหล่งเงินทุนจะมาจากเงินกู้ยืม 40% และการเพิ่มทุนโดยการออกและเสนอขายหน่วยทรัสต์ 60% ซึ่งคาดว่าจะเสนอขายหน่วยทรัสต์เพิ่มทุนได้ในเดือนกันยายน 2026 และการเข้าลงทุนในทรัพย์สินข้างต้นคาดว่าจะเกิดขึ้นในเดือนตุลาคม 2026 ทั้งนี้ หลังการเข้าลงทุนจะมีสัญญาเช่ากลับ (Leaseback) เป็นระยะเวลา 30 ปี โดยอัตราค่าเช่าเริ่มต้นอยู่ที่ประมาณ 130 บาท/ตร.ม./เดือน และมีการปรับขึ้น 10% ในทุกๆ 3 ปี ในช่วง 15 ปีแรก ส่วนปีที่ 16-30 ปรับขึ้น 5% ในทุกๆ 3 ปี นอกจากนี้ จากเข้าลงทุนในโครงการ WGCL จะส่งผลให้ WHART มีสัดส่วน FH เพิ่มขึ้นจาก 40% เป็น 43%
-
มุมมองต่อ WHART ในช่วง 2H26: เรามีมุมมองเชิงบวกต่อผลการดำเนินงานของ WHART ในช่วง 2H26 ท่ามกลางอัตราการเช่าที่มีแนวโน้มยืนเหนือระดับ 90% ตามมุมมองของ WHART สอดรับกับการที่จะมีผู้เช่าเข้ามาเพิ่มเติมใน 2H26 ประกอบกับเรามองอัตราการเช่ายังมีแรงหนุนจากการลงทุนภาคเอกชนและการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) สอดรับกับมูลค่าเงินลงทุนจากการออกบัตรส่งเสริมการลงทุนของ BOI ที่ขยายตัวในช่วงปี 2023-25 นอกจากนี้ ต้นทุนการกู้ยืม (Cost of borrowings) ของ WHART ยังมีแนวโน้มลดลง ตามการผ่อนคลายนโยบายการเงินของไทย โดยอัตราดอกเบี้ยนโยบายในปัจจุบันอยู่ที่ระดับ 1.00% ซึ่งต่ำลงเมื่อเปรียบเทียบกับช่วง 2H25 และยังสอดรับกับโครงสร้างเงินกู้ยืมของ WHART ที่ประมาณ 30% เป็นอัตราดอกเบี้ยลอยตัว ตามข้อมูล ณ 2Q26 ประกอบกับในวันที่ 4 ธันวาคม 2026 WHART มีตราสารหนี้ที่ครบกำหนดมูลค่า 500 ล้านบาท ส่งผลให้เมื่อมีการ Refinance อัตราดอกเบี้ยมีโอกาสที่จะลดลง เนื่องจากในช่วงเวลาที่ออกตราสารหนี้ข้างต้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายอยู่ที่ 1.25%
-
กลยุทธ์การลงทุนใน WHART: เรามอง WHART เป็นกองทรัสต์ฯที่มีความน่าสนใจสำหรับการลงทุน โดยนอกจากผลการดำเนินงานที่มีโอกาสเป็นไปในเชิงบวกแล้ว ยังมีโอกาสในการเติบโตแบบ Inorganic ประกอบกับเป็นกองทรัสต์ฯที่เหมาะกับการเข้าสะสมเพื่อรับผลตอบแทนอย่างสม่ำเสมอ สอดรับกับประวัติการจ่ายผลตอบแทนในอดีต ขณะที่ Bloomberg Consensus คาด Distribution ต่อหน่วยทรัสต์สำหรับการดำเนินงานในช่วง 2H26 (นำของทั้งปี 2026 มาหักลบกับเงินปันผลที่ประกาศไปแล้วของ 1H26) ที่ 0.40 บาท คิดเป็น Yield ที่ 3.6% เมื่อเปรียบเทียบกับราคาปิด ณ วันที่ 21 สิงหาคม 2026
| Operation period | 2015 | 2016 | 2017 | 2018 | 2019 | 2020 | 2021 | 2022 | 2023 | 2024 | 2025 | 1H26 |
| Dividend per share: THB | 0.3047 | 0.5392 | 0.6097 | 0.6390 | 0.6649 | 0.7243 | 0.7578 | 0.7653 | 0.7735 | 0.7133 | 0.6774 | 0.3845 |
| Capital reduction per share: THB | 0.3719 | 0.2200 | 0.1335 | 0.1195 | 0.0975 | 0.0335 | – | – | – | 0.0602 | 0.0961 | – |
หมายเหตุ: ประวัติการจ่ายผลตอบแทนในอดีตมิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงการจ่ายผลตอบแทนในอนาคต








