ทิศทางตลาดหุ้นวันนี้ (รักพงศ์ ไชยศุภรากุล, IAA เลขทะเบียนฯ: 19838)
เทรดกรอบแคบๆ… ภาพต่างประเทศยังคงอึมครึม
เมื่อวานนี้ ตลาดหุ้นไทยรีบาวด์ได้ดีกว่าที่เราประเมิน… ดัชนีฯ ปิดบวก 0.44% รับแรงหนุนจาก i) การรีบาวด์ของหุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ ทั้งตัวบิ๊กแคปอย่าง DELTA* (+%) ซึ่งมีส่วนหนุนดัชนีฯ จุด และหุ้นขนาดกลางอื่นๆ ในกลุ่ม ii) แรงซื้อที่กระจายเข้ามาในหุ้นขนาดใหญ่หลายกลุ่ม ตามจิตวิทยาเชิงบวกจาก MSCI rebalance ที่มีผล ณ ราคาปิดเมื่อวานนี้… ทั้งนี้ ตลาดหุ้นไทยได้รับการเพิ่มน้ำหนักเล็กน้อย และเป็นการเพิ่มน้ำหนักครั้งแรกในรอบกว่า 3 ปี
ฝ่ายวิจัยฯ ประเมิน SET Index วันอังคาร เทรดไซด์เวย์… ปัจจัยการลงทุนในวันนี้ ได้แก่ i) ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับฐานลง รับข่าวความรุนแรงระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่เพิ่มขึ้น หลังจากทั้ง 2 ฝั่งมีการปะทะกันทางทหารเป็นครั้งแรกในรอบ 2 สัปดาห์ ii) บอนด์ยีลด์ของสหรัฐฯ ปรับขึ้นต่อ ซึ่งยังรับข่าวประธาน ธ. กลางสหรัฐฯ (เฟด) ส่งสัญญาณนโยบายการเงินแข็งกร้าวในงานสัมมนาที่เมือง Jackson Hole ขณะที่นักลงทุนติดตามตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญในคืนนี้ เช่น ISM ภาคการผลิต และตัวเลขตำแหน่งงานเปิดใหม่ในเดือน ก.ค. เป็นต้น
ด้านปัจจัยภายในประเทศ… เมื่อวานนี้ ธปท. รายงานตัวเลขเศรษฐกิจไทยเดือน ก.ค. ชี้ว่าทั้งดัชนีการบริโภคภาคเอกชนและการลงทุนภาคเอกชน ยังคงปรับขึ้นได้ดี YoY แม้จะชะลอเล็กน้อยจากเดือน มิ.ย. ภาพรวมฝ่ายวิจัยฯ คงมุมมองว่าการลงทุนภาคเอกชนน่าจะเป็นภาคส่วนที่เติบโตแข็งแกร่งในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 ต่อเนื่องปี 2570
หุ้นเด่นวันนี้ตามปัจจัยพื้นฐาน (สุโชติ ถิรวรรณรัตน์, IAA เลขทะเบียนฯ: 28668)
เก็งกำไร ASEFA, SCGP, CENTEL
*ASEFA (เป้าพื้นฐาน 9.7 บาท) 1) ประเมินราคาหุ้น Sideway up + MACD เริ่มหนุน ประเมินแนวรับ 6.15 บาท / แนวต้าน 6.40 – 6.60 บาท กรณี Break ผ่านกรอบแนวต้านนี้ได้ประเมินแนวต้านถัดไป 7.0 – 7.5 บาท (Stop loss 5.8 บาท) 2) ประเมินแนวโน้มกำไรโตทำ New high ตามวัฏจักรการลงทุนรอบใหม่ของไทย โดยเฉพาะ Data center เราประเมินกำไรปีนี้โต +92% YoY เป็น 421 ล้านบาท ทำ New high และคาดว่าจะเปิดยอด Backlog ใน Earnings call วันที่ 3 ก.ย. มีโอกาส Backlog ทำ New high ต่อ โดยความต้องการใช้ระบบจ่ายไฟฟ้าและตู้ Switchboard จะเพิ่มขึ้นมากตามการลงทุนใหม่ๆ โดยเฉพาะ Data center (มี Reference การส่งมอบงาน Data center ขนาดใหญ่อย่าง TRU IDC และ DAMAC) … รอ Catalyst บวกเรื่องปลดล็อคบอร์ด Data center โดยเฉพาะเรื่อง Local content 3) Valuation ถูก Forward PE 7.8 เท่า Dividend yield 6.4% ยัง Laggard หุ้นเชื่อมโยง Data center ตัวอื่นๆอยู่มาก … ปลดล็อคปัจจัยกดราคา วานนี้ครบกำหนดขายหุ้นซื้อคืนเป็นวันสุดท้าย เหลือหุ้นซื้อคืน 5.35 ล้านหุ้น คาดลดทุนจดทะเบียน
SCGP (เป้าพื้นฐาน 36 บาท) 1) ประเมินราคาหุ้นเริ่มฟื้นตัวหลังพักฐาน ประเมินแนวรับ 29.75 บาท / แนวต้าน 30.5 – 31.0 บาท กรณีฟื้นตัวผ่านกรอบแนวต้านนี้ได้ประเมินแนวต้านถัดไป +/- 32.25 บาท (Stop loss 28 บาท) 2) ประเมินแนวโน้มกำไรยังดีต่อเนื่อง ฝ่ายวิจัยฯประเมินการปรับราคาขายสินค้าขึ้นหนุนอัตรากำไรใน 3Q-4Q ขณะที่ยังคาดผลการดำเนินงานของ Fajar จะฟื้นตัวต่อเนื่องไม่เป็นปัจจัยกดดันผลการดำเนินงานโดยรวม 3) Valuation ยังมี Upside Forward PE 18.4 เท่า ยังต่ำกว่า -1SD ที่ 21 เท่า ขณะที่คาดกำไรปีนี้กลับมาโตแกร่ง >70% YoY
CENTEL (เป้าพื้นฐาน 49 บาท) 1) ประเมินแนวโน้มราคา Sideway up ประเมินแนวรับ 42 บาท / แนวต้าน 43.5 – 46.5 บาท กรณี Break ผ่านกรอบแนวต้านนี้ได้ประเมินแนวต้านถัดไป +/- 49 บาท (Trailing stop 41.25 บาท) 2) แนวโน้ม 2H69 แข็งแกร่งต่อ หลังจาก 2Q69 ดีเกินคาดแม้มีสงคราม เราประเมินแนวโน้มผลการดำเนินงาน 2H69 จะดีต่อเนื่องหลังสถานการณ์สงครามตะวันออกกลางผ่อนคลายลงจาก 2Q69 รวมทั้งงานอีเว้นท์ใหญ่ๆจำนวนมากใน 4Q69 และคาดหวังมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวภาครัฐฯหนุน 3) Valuation ยังมี Upside EV/EBITDA +/- 11 =เท่า (-0.5 SD) … Catalyst บวก โครงการไทยเที่ยวไทยพลัส คาดลงทะเบียน ต.ค.นี้
หุ้นมีข่าว
(+) TTB รับจบพอร์ตรีเทล DBS มาร์เก็ตแชร์พุ่งปรี๊ดเท่าตัว (ข่าวหุ้น)* ขยายโอกาสลงทุน ต่อยอด ‘ธุรกิจเวลธ์’ เต็มพิกัด TTB* จับมือ DBS ต่อยอดธุรกิจบริหารความมั่งคั่ง เตรียมโอนพอร์ตลงทุนเงินบาท ลูกค้า “ดีบีเอสฯ” มายัง “ทีทีบี เวลธ์” แล้วเสร็จ พ.ค. 70 เพื่อต่องยอดผลิตภัณฑ์ลงทุนระดับโลก ยกระดับลูกค้า High-Net-Worth ขณะที่ DBS ย้ำยังให้บริการ Private Banking และธุรกิจ Institutional Sales เผยมาร์เก็ตแชร์ “ทีทีบี เวลธ์” กระโดดเท่าตัวจาก 1.22% มาอยู่ที่ 2.73%
(+) EGCO ลั่น Q3 ฟอร์มเด่น สหรัฐ-เกาหลีดีมานด์พุ่ง! (ข่าวหุ้น)* “เอ็กโก” มั่นใจ Q3/69 โดดเด่น รับไฮซีซั่นโรงไฟฟ้าพลังน้ำลาว หลังน้ำในเขื่อนสูง หนุนเดินเครื่องเต็มกำลัง ขณะที่โรงไฟฟ้าสหรัฐ-เกาหลีใต้ รับดีมานด์ไฟพุ่งและค่าไฟขาขึ้น
(+) TEGH ส่งซิกครึ่งหลังปี 69 สดใส รับคำสั่งซื้อยางแกร่ง หนุนรายได้รวมปีนี้พุ่ง 2.2 หมื่นล. (ข่าวหุ้น) TEGH ส่งซิกทิศทางธุรกิจครึ่งหลังปี 69 มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง รับแรงหนุนคำสั่งซื้อยางธรรมชาติเพิ่มขึ้นจากอินเดีย ยุโรป และสหรัฐฯ มั่นใจรายได้รวมปีนี้เติบโต 10% แตะระดับ 22,000 ล้านบาท ทำสถิติสูงสุดใหม่
(+) GUNKUL ผนึกสยามพิวรรธน์ ลุยโมเดล ‘SOLAR-PLUS-BATTERY’ (ข่าวหุ้น)* GUNKUL* ผนึก “สยามพิวรรธน์ ไซม่อน” ขยายผลโครงการโซลาร์รูฟท็อป สู่โมเดล SolarPlus-Battery ครอบคลุมพื้นที่กว่า 5.44 หมื่นตารางเมตร ให้กับ “สยาม พรีเมี่ยม เอาท์เล็ต กรุงเทพ” ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้กว่า 2,540 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี ตอกย้ำศักยภาพศูนย์การค้าเอาท์เล็ตที่มีความพร้อมด้านพลังงานหมุนเวียนมากที่สุดแห่งหนึ่งของไทย
(+) นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานเตรียมเสนอนายกรัฐมนตรี พิจารณาปลดล็อกการส่งออกน้ำมันดีเซล หลังสต็อกในประเทศอยู่ในระดับสูงราว 70-80% (ผู้จัดการออนไลน์) ความคิดเห็น: การพิจารณาปลดล็อกการส่งออกน้ำมันดีเซลมีสาเหตุจากสต็อกในประเทศที่อยู่ในระดับสูงราว 70-80% ในขณะที่ความต้องการใช้ชะลอลงต่อเนื่องในช่วง 1-2 เดือนที่ผ่านมา ส่งผลให้โรงกลั่นต้องลดกำลังการกลั่น เนื่องจากมีข้อจำกัดด้านคลังเก็บผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป นอกจากนี้ การลดกำลังการกลั่นยังส่งผลให้อุตสาหกรรมต่อเนื่องมีวัตถุดิบไม่เพียงพอต่อความต้องการใช้เช่น อุตสาหกรรมปิโตรเคมีและสารทำละลาย ดังนั้นการผ่อนคลายมาตรการห้ามส่งออกน้ำมันดีเซลจะช่วยระบายสต็อก สนับสนุนการเพิ่มกำลังการกลั่นของโรงกลั่น เพิ่มมูลค่าการส่งออก และเอื้อต่อห่วงโซ่อุตสาหกรรมปิโตรเคมีและสารทำละลาย ถ้ารัฐบาลอนุญาตให้กลับมาส่งออกน้ำมันดีเซลได้ เรามีมุมมองเชิงบวกต่อหุ้นกลุ่มโรงกลั่นได้แก่ SPRC* (OP, 1H70F TP ที่ 12.50 บาท), TOP* (OP, 1H70F TP ที่ 70.00 บาท), BCP* (Not rated), IRPC* (N, 1H70F TP ที่ 2.20 บาท) และ PTTGC* (OP, 1H70F TP ที่ 42.50 บาท) จากโอกาสในการเพิ่มกำลังการกลั่นและการส่งออกน้ำมันดีเซล
หุ้นที่เคยแนะนำก่อนหน้า
-
BGRIM (เป้าพื้นฐาน 23.5 บาท)* แนวรับ 20.1 บาท / แนวต้าน 20.9 – 21.4 บาท (Stop loss 18.7 บาท)
-
BBGI (เป้าพื้นฐาน 7.5 บาท) แนวรับ 6.0 บาท / แนวต้าน 6.3 – 6.45 บาท (Trailing stop 5.9 บาท)
-
PTTGC (เป้าพื้นฐาน 42.5 บาท)* แนวรับ 44 บาท / แนวต้าน 45 – 47 บาท (Trailing stop 42.25 บาท)
-
NER (เป้า Consensus 5.41 บาท) แนวรับ 4.66 บาท / แนวต้าน 4.74 – 4.90 บาท (Stop loss 4.56 บาท)
-
AWC (เป้าพื้นฐาน 3.6 บาท)* แนวรับ 3.04 บาท / แนวต้าน 3.12 – 3.22 บาท (Stop loss 2.98 บาท)
-
GFPT (เป้าพื้นฐาน 11.4 บาท) แนวรับ 9.9 บาท / แนวต้าน 10.1 – 10.3 บาท (Stop loss 9.5 บาท)
-
HANA (เป้าพื้นฐาน 45 บาท)* แนวรับ 46 บาท / แนวต้าน 49.75 – 52 บาท (Stop loss 44.5 บาท)
-
STECON (เป้าพื้นฐาน 20.5 บาท)* แนวรับ 18.2 บาท / แนวต้าน 19.0 – 19.5 บาท (Stop loss 17.9 บาท)OR (เป้าพื้นฐาน 12 บาท / เป้า Consensus 13.9 บาท)* แนวรับ 12.5 บาท / แนวต้าน 12.8 – 13.1 บาท (Stop loss 12.4 บาท)
-
BDMS (เป้าพื้นฐาน 23.5 บาท)* แนวรับ 19.4 บาท / แนวต้าน 19.9 – 20.2 บาท (Stop loss 19.3 บาท)
-
THAI (เป้าพื้นฐาน 7 บาท)* แนวรับ 5.8 บาท / แนวต้าน 6.1 – 6.2 บาท (Stop loss 5.75 บาท)
-
KKP (เป้าพื้นฐาน 125 บาท)* แนวรับ 115 บาท / แนวต้าน 121.5 – 125 บาท (Stop loss 114 บาท)
-
KTC (เป้าพื้นฐาน 42 บาท)* แนวรับ 37 บาท / แนวต้าน 38.25 – 39.25 บาท (Stop loss 36.25 บาท)
-
ADVANC (เป้าพื้นฐาน 425 บาท)* แนวรับ 352 บาท / แนวต้าน 362 – 366 บาท (Stop loss 349 บาท)
-
EPG (เป้าพื้นฐาน 8.7 บาท)* แนวรับ 6.15 บาท / แนวต้าน 6.5 – 6.7 บาท (Stop loss 5.9 บาท)
-
M แนะนำ “ซื้อ” เป้าพื้นฐาน 26 บาท* ฝ่ายวิจัยฯ ปรับคำแนะนำขึ้นเป็น “ซื้อ” (เดิม “ถือ”) โดยปรับประมาณการฯขึ้นและปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 26 บาท (เดิม 22.6 บาท) เนื่องจากประเมินการฟื้นตัวของผลการดำเนินงาน + การขยายสาขา Bonus Suki นอกจากนี้คาดเตรียมเปิดตัวแบรนด์ใหม่ร้านอาหารญี่ปุ่น 2 แบรนด์ ใน 4Q69 – 1Q70
หมายเหตุ: 1. *บริษัทอาจเป็นผู้ออกใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์บนหลักทรัพย์นี้ / 2. เป้าพื้นฐาน หมายถึง ราคาเป้าหมายเชิงพื้นฐาน (Forecasted 12M Target price) ที่อ้างอิงจากบทวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานฉบับล่าสุดของฝ่ายวิจัยฯ / 3. เป้า Consensus หมายถึง ค่าเฉลี่ยของราคาเป้าหมายเชิงพื้นฐานที่จัดทำโดย Bloomberg consensus หรือ IAA Consensus








